เมื่อวันที่ 19 เม.ย. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ติดตามการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้าในพื้นที่เขตดุสิต จำนวน 3 จุด ได้แก่ 1.หน้าวัดธรรมาภิรตาราม (วัดสะพานสูง) 2.หน้าตลาดราชวัตร 3.หน้าตลาดเทวราช โดยมี นายศุภกฤต บุญขันธ์ รองปลัด กทม. นายอนุชิต พิพิธกุล ผอ.สำนักเทศกิจ นายเทียนชัย วงศ์สุวรรณ ผอ.เขตดุสิต พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เขตดุสิต สำนักเทศกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล
รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า การลงพื้นที่ติดตามการจัดระเบียบผู้ค้านั้น จะเลือกลงพื้นที่ในช่วงเวลาเช้า เนื่องจากพื้นที่ทำการค้าส่วนใหญ่ ผู้ค้าจะเริ่มทำการค้าในช่วงเวลาเช้า อย่างเช่น หน้าวัดธรรมาภิรตารามหรือวัดสะพานสูง ผู้ค้าจะทำการค้าในช่วงเวลา 04.00-09.00 น. ในขณะเดียวกันช่วงเช้าวันเสาร์ซึ่งเป็นวันหยุด จะมีประชาชนออกจากบ้านมาจับจ่ายซื้อสินค้าในตลาดเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ได้เห็นถึงสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง บางจุดได้รับการร้องเรียนผ่านทาง Traffy Fondue ถึงความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย บางจุดมีปัญหาการจราจรติดขัด จากการจอดรถยนต์ หรือรถ จยย. ริมถนน เพื่อแวะซื้อสินค้า บางจุดอยู่กลุ่มในเป้าหมายที่เขตจะจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้าใหม่ จะเห็นได้ว่าแต่ละจุดย่อมมีปัญหาแตกต่างกันออกไป ทำให้ผู้บริหารสำนักเทศกิจและสำนักงานเขต สามารถนำสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น ไปพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดยิ่งขึ้น เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ทำการค้าปี 67

“การจัดระเบียบพื้นที่ไม่ใช่การยกเลิกไม่ให้ทำการค้า แต่เป็นการปรับปรุงพัฒนาพื้นที่นั้น ๆ ให้มีความสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อยมากยิ่งขึ้น ผู้ค้าปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด ประชาชนใช้ทางเท้าในการเดินทางสัญจรได้สะดวกและปลอดภัย สุดท้ายแล้วผู้ค้าและประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ในพื้นที่ทางเท้าร่วมกัน” รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวย้ำ
รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวอีกว่า สำหรับหน้าวัดธรรมาภิรตารามหรือวัดสะพานสูง มีผู้ค้า 59 ราย ทำการค้าในช่วงเวลา 04.00-09.00 น. ส่วนใหญ่จะขายอาหารสด อาหารทะเล ผักสดและผลไม้ตามฤดูกาล รวมถึงอาหารปรุงสำเร็จ พื้นที่ทางเท้าจะเปียกน้ำอยู่ตลอดเวลา ก่อให้เกิดความสกปรกเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ไม่ถูกสุขลักษณะตามหลักสุขาภิบาล
จากการพูดคุยกับตัวแทนผู้ค้าถึงการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้าในจุดดังกล่าว ผู้ค้าพร้อมให้ความร่วมมือเพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ทำการค้าปี 67 โดยปรับปรุงภูมิทัศน์พัฒนาทำความสะอาด นำผ้าใบที่ติดอยู่ริมแนวรั้วเหล็ก ซึ่งมีสภาพเก่าและขาดออกจากแนวรั้วให้เรียบร้อย ร้านค้าที่อยู่ในอาคารไม่ให้ตั้งวางสินค้ารุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ทางเท้า เมื่อตั้งวางแผงค้าด้านนอกอาคารแล้ว จะต้องเหลือพื้นที่ทางเท้าให้ประชาชนเดินสวนกันได้สะดวก ผู้ค้าจะต้องมีพื้นที่สำหรับยืนขายสินค้า ไม่ออกไปยืนบนพื้นที่ทางเท้าที่ประชาชนเดินทางสัญจร พร้อมทั้งขีดสีตีเส้นกำหนดแนวขอบเขตให้ชัดเจน

ส่วนหน้าตลาดราชวัตร มีผู้ค้า 133 ราย จำหน่ายขายอาหารสำเร็จรูป ก๋วยเตี๋ยว ขนมหวาน ผลไม้ตามฤดูกาล มีทางเท้ากว้าง 2.20 เมตร เมื่อจัดขนาดแผงค้าแล้ว จะต้องมีที่ว่างให้ประชาชนสัญจรประมาณ 1 เมตร ซึ่งเดิมบริเวณทางเท้าหน้ากรมสรรพสามิต จะมีผู้ค้าตั้งวางแผงค้าอยู่ 2 แนว คือแนวในอาคารและแนวนอกอาคาร ที่ผ่านมาเขตได้เชิญผู้ค้ามาประชุมสร้างความเข้าใจในหลักเกณฑ์ทำการค้าปี 67 โดยจัดระเบียบผู้ค้าให้เหลือเพียงแนวนอกอาคารฝั่งเดียว นอกจากนี้ เขตจะพิจารณาหาแนวทางพื้นที่ทำการค้าดังกล่าวให้เป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น อาจจะย้ายผู้ค้าในฝั่งตรงข้ามให้มารวมอยู่ในจุดเดียวกัน หรือแบ่งผู้ค้าเป็น 2 ฝั่งเหมือนเดิม แต่จัดแนวแผงค้าที่กระจัดกระจายอยู่ให้มาอยู่ชิดติดกัน โดยเว้นช่องว่างให้ประชาชนเข้าออกได้สะดวก
ในส่วนของหน้าตลาดศรีย่าน มีผู้ค้า 113 ราย ผู้ค้าส่วนใหญ่ขายอาหารสำเร็จรูป โดยให้เขต จัดระเบียบพื้นที่ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ทำการค้าปี 67 ที่ผ่านมาเขตได้จัดทำทะเบียนข้อมูล บัตรประจำตัว และคิวอาร์โค้ดให้ผู้ค้าทั้งหมดทุกจุดแล้ว รวมถึงให้ผู้ค้าสแกนคิวอาร์โค้ด เพื่อบันทึกเวลาเข้าและเวลาออกจากพื้นที่ทำการค้าอีกด้วย
สำหรับหน้าตลาดเทวราช มีผู้ค้า 92 ราย ส่วนใหญ่ขายสินค้าประเภทอาหารสำเร็จรูป ขนมหวาน ผลไม้ ที่ผ่านมาเขตได้เชิญผู้ค้ามาประชุม เพื่อทำความเข้าใจให้เห็นถึงความสำคัญของส่วนรวมในการจัดระเบียบพื้นที่ทางเท้าให้ประชาชนได้เดินทางสัญจรได้อย่างสะดวก เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ทำการค้าปี 67 ฝั่งถนนพิษณุโลก ได้กำชับร้านค้าไม่ให้มีการตั้งวางโต๊ะและเก้าอี้รุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ทางเท้า เพื่อไม่ให้กีดขวางทางเดินของประชาชน ฝั่งถนนสามเสน และฝั่งถนนลูกหลวง ผู้ค้าขยับแผงค้าขนมและผลไม้ เข้าไปทำการค้าอยู่หน้าอาคารด้านใน นอกจากนี้ ยังมีตลาดเทวราช ซึ่งอยู่ระหว่างการปรับปรุง สามารถรองรับผู้ค้าได้อีกจำนวนหนึ่ง

รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจประเมินพื้นที่ทำการค้า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ถึงวันที่ 30 เม.ย. 68 จากคณะกรรมการตรวจประเมิน 3 คณะ ได้แก่ คณะกรรมการสำนักงานเขต คณะกรรมการสำนักเทศกิจ คณะกรรมการผู้ตรวจราชการ จากนั้นจะนำผลการตรวจประเมิน เข้าที่ประชุมคณะกรรมการฯ ระดับเขต และคณะกรรมการฯ ระดับ กทม. เพื่อพิจารณาเป็นพื้นที่ทำการค้าจุดผ่อนผันหรือยกเลิกพื้นที่ทำการค้า ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. ถึงวันที่ 31 ก.ค. 68 ซึ่งคณะกรรมการฯ จะแจ้งให้ทราบว่าแต่ละพื้นที่หรือผู้ค้ารายใด ไม่ผ่านการประเมินตามหลักเกณฑ์ทำการค้าปี 2567 เพื่อผู้ค้าได้หาพื้นที่ทำการค้าแห่งใหม่ หากพื้นที่ทำการค้าใดผ่านเกณฑ์ จะยกระดับเป็นพื้นที่ทำการค้าจุดผ่อนผัน สุดท้ายแล้วการกำหนดให้เป็นพื้นที่ทำการค้าจุดผ่อนผันหรือยกเลิกพื้นที่ทำการค้า จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. ถึงวันที่ 30 ก.ย. 68.



