วันนี้ (10 พ.ย.) นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พร้อมด้วย นายชัยยุทธ คำคูณ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร และพ.ต.อ.อดิศ เจริญสวัสดิ์ รอง ผบก.ปส.3 ร่วมแถลงผลจับกุมขบวนการลักลอบขนยาไอซ์ น้ำหนัก 210 กิโลกรัม เตรียมส่งต่อไปประเทศมาเลเซีย

นายวิชัย กล่าวว่า เจ้าหน้าที่หน่วยปราบปรามยาเสพติดระหว่างท่าเรือสากลของอาเซียน หรือ Seaport Interdiction Task Force (SITF) ร่วมกันปฏิบัติการสืบสวนจนพบว่ามีผู้ติดต่อส่งโซฟาไปยังประเทศมาเลเซียทางเรือ และจะนำของมาส่งที่บริษัทขนส่งเอกชนแห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา จึงเฝ้าติดตามและจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติด 1 ราย ได้ที่ท่าเรือคลองเตย คือ น.ส.สุภาวดี เอี่ยมอุไร อายุ 26 ปี ชาวจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมลังไม้ 10 ลัง บรรจุโซฟาขนาดเล็ก 18 ตัว และขนาดใหญ่ 1 ตัว โดยพบพิรุธหีบห่อแพ็กไม่เรียบร้อย โซฟามีลักษณะไม่มีคุณภาพ ไม่น่าใช่สินค้าส่งออก จึงตรวจค้นเพิ่มเติมพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) บรรจุในถุงชาจีน ทั้งหมด 210 ถุง น้ำหนักรวมประมาณ 210 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในโซฟาขนาดเล็ก 18 ตัว และขนาดใหญ่ 1 ตัว

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหา อ้างว่าได้รับการว่าจ้างวงเงิน 35,000 บาท ให้จัดส่งสินค้าดังกล่าว แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด จึงแจ้งข้อหามียาเสพติดประเภทหนึ่งไว้ครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามส่งออกยาเสพติด ทั้งนี้ เชื่อว่าขบวนการดังกล่าวเชื่อมโยงกับกลุ่มนักค้ายาเสพติดในประเทศเพื่อนบ้านโดยต้นทางส่งมาจากชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย และใช้ประเทศไทยเป็นจุดพักยาและส่งต่อไปประเทศที่สาม เพราะปริมาณการใช้ยาไอซ์และเฮโรอีนในไทยมีไม่ถึง 10% หากยาไอซ์ส่งไปถึงประเทศปลายทางจะมีมูลค่าสูงขึ้น 10 เท่า โดยป.ป.ส.จะขยายผลติดตามขบวนการนี้ต่อไป

นายวิชัย กล่าวอีกว่า จากข้อมูลการจับกุมการลักลอบส่งยาเสพติดไปกับพัสดุต่างประเทศยังคงพบไอซ์มากที่สุด มีทั้งลักษณะของการอำพรางหรือซุกซ่อนในชิ้นส่วน/อะไหล่เครื่องยนต์ คอมเพรสเซอร์เครื่องปรับอากาศ ในเครื่องฟอกอากาศ ในชุดแต่งรถยนต์ (โรบาร์) เป็นต้น สำหรับสถิติการจับกุมการลักลอบส่งออกยาเสพติด ตั้งแต่ 1 ม.ค. 64 ถึงปัจจุบันพบภาพรวม 13 ประเทศ 68 คดี ของกลางเป็นไอซ์ 204.14 กิโลกรัม เฮโรอีน 21.6 กิโลกรัม กัญชา 10.02 กิโลกรัม คีตามีน 515 กิโลกรัม โคเคน 730 กรัม ยาอี 990 เม็ด และยาบ้า 6,040 เม็ด