เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 10 พ.ย. ที่ บช.ภ.3 พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบช.ภ.3 พร้อม พล.ต.ต.ภาณุ บุรณศิริ รอง ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.ฐากูร นัทธีศรี รอง ผบช.ภ.3 ในฐานะ ผอ.ศปจร.ภ.3 และ พล.ต.ต.พรชัย นลวชัย ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา ร่วมแถลงจับกุมผู้ต้องหา แก๊งโจรกรรมรถยนต์และรถจยย. ส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน ได้ผู้ต้องหา 6 ราย พร้อมของกลางรถจยย. 14 คัน เงินทุนหมุนเวียน กว่า 100 ล้านบาท สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม 6 ราย ประกอบด้วย นายเสกสรรค์ พันธ์ดี เป็นตัวแทนนายทุนต่างชาติ น.ส.สรยา โต๊ะยีหวัง ทำหน้าที่นายหน้า น.ส.ลำไพร มั่นคง ผู้เช่าซื้อ น.ส.ศุภิสรา สอนเจริญ ผู้ว่าจ้าง/จัดหาทีมขน นายสุทัศน์ สร้อยดั้น หัวหน้าทีมขน และ นายพงศ์พัทธ์ ศรีมาตร ทีมขน

การจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องจาก พล.ต.ท.สมประสงค์ มอบหมายให้ ตำรวจในสังกัดปราบปรามจับกุมการโจรกรรมรถยนต์และรถจยย. โดยมอบหมายให้ พล.ต.ต.พรชัย ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา สั่งการให้ พ.ต.อ.ถิรเดช จันทร์ลาด ผกก.สืบสวน กวดขันจับกุมรถที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนอย่างเข้มงวด กระทั่งวันที่ 22 พ.ค. ตำรวจ สภ.ดอนแสนสุข จ.นครราชสีมา ตรวจยึดรถจยย.ต้องสงสัย ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 6 คัน ทั้งหมดเป็นรถจยย.ใหม่ ได้ที่ริมถนนท้ายหมู่บ้านปรางค์ครบุรี ต.ครบุรี อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ตรวจสอบทราบว่าเป็นรถที่ถูกลำเลียงมาจาก จ.ชลบุรี จากการสืบสวนขยายผล สามารถตรวจยึดรถจยย.ได้เพิ่มในพื้นที่ อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ 4 คัน และ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว 4 คัน รวม 14 คัน ทั้งหมดเป็นรถที่กำลังลำเลียงจะนำไปส่งยังประเทศเพื่อนบ้าน บริเวณชายแดน อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว จึงรวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติศาลออกหมายจับ ผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย เมื่อวันที่ 9 พ.ย. ก่อนเข้าจับกุมไว้ได้ ดำเนินคดีข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ , สมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปช่วยซ่อนเร้น อันเป็นความผิดฐานซ่องโจร และร่วมกันรับของโจร

สอบสวนเพิ่มเติม พบว่าผู้ต้องหา แก๊งดังกล่าวร่วมกันกระทำความผิดในลักษณะของขบวนการดาวน์รถแลกเงิน ส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีแบ่งหน้าที่กันทำ โดยนายทุนต่างชาติ ประเทศเพื่อนบ้าน แจ้งยี่ห้อหรือรุ่นรถจยย.ที่ต้องการ จากนั้นตัวแทนนายทุนต่างชาติประกาศในสื่อสังคมออนไลน์ รับซื้อ/ดาวน์ รถจยย.มาแลกเงิน ก่อนที่กลุ่มนายหน้าติดต่อกับผู้ที่ต้องการเงินให้มาดาวน์รถฯ(เช่าซื้อ) เพื่อแลกเงิน แล้วผู้เช่าซื้อนำรถจยย.ส่งมอบให้กับนายหน้าเพื่อแลกกับเงินที่ต้องการ กระทั่งนายหน้ารวบรวมรถจยย.ส่งให้กับตัวแทน นายทุนต่างชาติ โดยขนรถจยย.ที่รวบรวมมาได้ไป ส่งมอบ ณ จุดนัดหมาย เพื่อนำข้ามพรมแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
ขณะที่ พล.ต.ท.สมประสงค์ เปิดเผยว่า จากการสืบสวนเส้นทางการเงิน พบว่าขบวนดังกล่าวมีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 100 ล้านบาท จึงขอประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชน ให้ระมัดระวังอย่าหลงผิดเป็นเหยื่อของขบวนการดังกล่าว โดยไปดาวน์รถให้ผู้อื่นเพื่อแลกกับเงินเพียงเล็กน้อย แล้วมาแจ้งความว่ารถหายเพื่อเอาประกัน นอกจากจะถูกดำเนินคดีในฐานะผู้ร่วมขบวนการในการกระทำความผิดแล้ว จะต้องถูกดำเนินคดี ข้อหาแจ้งความเท็จ อีกด้วย สำหรับบริษัทประกันภัย หรือผู้ให้บริการสินเชื่อ หากพบว่าได้รับความเสียหายในลักษณะดังกล่าว ขอให้ไปแจ้งความร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจ เพื่อดำเนินคดีขบวนการนี้ตามกฎหมายต่อไป



