เมื่อวันที่ 21 เมษายน จังหวัดน่าน และจังหวัดพะเยา ได้ร่วมกันประชุมหารือแนวทางการขอรับการสนับสนุนในการปรับปรุงถนนเส้นทางยุทธวิธีระหว่างหมู่บ้านสันติสุข หมู่ที่ 7 ต.ขุนควร อ.ปง จ.พะเยา ถึงบ้านสบขุ่น ต.ป่าคา อ.ท่าวังผา จ.น่าน ระยะทางรวม 18 กิโลเมตร หลังจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดพะเยาและจังหวัดน่าน ได้ยื่นหนังสือถึง ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เพื่อขอรับการสนับสนุนการปรับปรุงเส้นทางดังกล่าว ซึ่งถือเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญในพื้นที่การเกษตรของประชาชน โดยเฉพาะพืชเศรษฐกิจ เช่น กาแฟและไผ่ แต่ปัจจุบันถนนเส้นทางดังกล่าวเป็นดินลูกรัง สัญจรลำบาก โดยเฉพาะฤดูฝนจะไม่สามารถสัญจรไปมาได้ กระทบต่อการประกอบอาชีพการเกษตร และการขนส่งพืชผลการเกษตร ซึ่งหากอนาคตถนนสัญจรสะดวก สามารถส่งเสริมเป็นเส้นทางการท่องเที่ยวได้ดี เป็นการส่งเสริมรายได้ และสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชน ณ ห้องประชุมภูกามยาว ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดพะเยา อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา โดยมี นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นายภูธนะ ชมภูมิ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา และว่าที่ร้อยตรีเจริญ นามวงค์ เลขาธิการกรรมาธิการการท่องเที่ยว ผู้แทนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคกล้าธรรม จังหวัดพะเยา เขต 3 รวมทั้งผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในจังหวัดพะเยา

ซึ่งในส่วนจังหวัดน่าน นำโดย นายศรีรุ่ง รัตนศิลา ประธานอาวุโสหอการค้าจังหวัดน่าน พร้อมด้วย นางสาววัชรี พรมทอง ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน และนายวีรพล รัชชานนท์ เลขาธิการหอการค้าจังหวัดน่าน และนายปวริศร์ รักษ์อัศวโภคิน รองเลขาธิการหอการค้าจังหวัดน่านและประธาน YEC หอการค้าจังหวัดน่าน นายปรีชา สุขยอด รองนายก อบจ.น่าน และนายรุ่งโรจน์ ขจรพงศ์กีรติ รองนายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบล จังหวัดน่าน ผู้แทน นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม

ทั้งนี้ที่ประชุมมีข้อสรุปผลการประชุม มีข้อเสนอแนวทางดำเนินการร่วมกัน ดังนี้ ให้สำนักงานจังหวัดพะเยา ดำเนินการ 1.ใช้คำกล่าวรายงานมอบพื้นที่ เป็นส่วนอ้างอิง ในการมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา 2.ประสานขออนุญาต กรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อขอใช้พื้นที่สร้างถนน ภายหลังจากที่ดำเนินการแล้วเสร็จ ขอเป็นทำแบบคู่ขนาน ทำหนังสือร้องขอไปที่กรมทางหลวงชนบท ในการจัดตั้งงบประมาณเพื่อก่อสร้างถนนทั้ง 18 กิโลเมตร โดยให้ทางหลวงชนบทจังหวัดพะเยา เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการทั้งหมด ในส่วนของทางหลวงชนบทน่าน ขอประสานแนวทางความชัดเจนในการดำเนินการกับกรมทางหลวงชนบทอีกครั้ง