สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ว่า รายงานของศูนย์นานาชาติเพื่อการพัฒนาภูเขาแบบบูรณาการ (ไอซิมอด) ระบุว่า “เทือกเขาหิมาลัยฮินดูกูช” ซึ่งทอดยาวจากอัฟกานิสถานไปจนถึงเมียนมา มีปริมาณหิมะที่ตกบนพื้นดินลดลงต่ำกว่าปกติถึง 23.6% และต่ำที่สุดในรอบ 23 ปี
“รายงานหิมะ” ระบุว่า แนวโน้มดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่สาม และคุกคามความมั่นคงด้านน้ำของประชากรเกือบ 2,000 ล้านคน นอกจากนั้น ยังนำไปสู่ปริมาณน้ำในแม่น้ำที่ลดลง การพึ่งพาน้ำใต้ดินที่เพิ่มขึ้น และความเสี่ยงต่อภัยแล้งที่เพิ่มมากขึ้น
The water lifeline for a vast region is under pressure. The Hindu Kush Himalaya has recorded its lowest snow persistence in 23 years, marking the third year of this worrying pattern. This directly impacts the flow of twelve major rivers and the lives of the billions who depend on… pic.twitter.com/M8z9VuRw4f
— ICIMOD (@icimod) April 21, 2025
ประเทศต่าง ๆ หลายแห่งในภูมิภาคได้ออกคำเตือนเกี่ยวกับภัยแล้ง ซึ่งจะกระทบกับการเก็บเกี่ยวผลผลิต และการเข้าถึงน้ำในอนาคต รวมถึงความเสี่ยงต่อคลื่นความร้อนที่ยาวนาน ร้อนระอุ และถี่ขึ้นกว่าเดิม
องค์กรไอซิมอดซึ่งประกอบไปด้วยสมาชิกจากรัฐบาลอัฟกานิสถาน บังกลาเทศ ภูฏาน จีน อินเดีย เมียนมา เนปาล และปากีสถาน เรียกร้องให้สมาชิกที่พึ่งพาลุ่มน้ำหลัก 12 แห่งในภูมิภาค ร่วมกันพัฒนาการจัดการน้ำ เตรียมพร้อมรับมือกับภัยแล้ง สร้างระบบเตือนภัยล่วงหน้า และเสริมสร้างความร่วมมือในระดับภูมิภาค
รายงานยังเตือนด้วยว่า “ลุ่มน้ำโขง และแม่น้ำสาละวิน” ซึ่งเป็นหนึ่งในแม่น้ำสายหลัก ที่มีต้นกำเนิดมาจากหิมะบนเทือกเขาหิมาลัย สูญน้ำแข็งไปประมาณครึ่งหนึ่งแล้ว.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



