เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ตำรวจกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ หรือคอมมานโด กองบัญชาการสอบสวนกลาง ร่วมกับ ตชด.437 อ.สะเดา จ.สงขลา และชุดช้างศึกสองเล ตชด.434 พัทลุง ได้ลงพื้นที่จับกุม นายชุมพล สุวรรณเลิศ อายุ 46 ปี หรือ “จาโหย” ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนาทวี ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุ 13 ปี ซึ่งเป็นลูกของเพื่อนสนิทที่แอบหลงรักมานาน

การจับกุมเกิดขึ้นที่บ้านพักไม่มีเลขที่ หมู่ 4 ต.ท่าโพธิ์ อ.สะเดา จ.สงขลา ขณะเข้าจับกุม นายชุมพล หรือจาโหย ไม่มีท่าทีขัดขืน แต่แสดงสีหน้างุนงงเมื่อถูกตำรวจเข้าจับกุมในข้อหาข่มขืนเด็ก อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวทราบถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นดี เพียงแต่ไม่ทราบว่าถูกแจ้งความดำเนินคดี

ชุดจับกุมได้แสดงหมายจับของศาลจังหวัดนาทวี ซึ่งระบุ 3 ข้อหา ได้แก่ ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็นด้วยประการใดๆ โดยผู้นั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้, กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมิใช่ภรรยาของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครอง ผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร จากนั้นได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองแงะ ดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสอบถาม นายชุมพล หรือจาโหย ให้การรับสารภาพว่ามีสัมพันธ์กับเด็กหญิงคนดังกล่าวจริง แต่ยืนยันว่าไม่ได้ข่มขืน โดยอ้างว่าเด็กยินยอมพร้อมใจ และที่ทำไปเพราะความรัก เป็นรักต่างวัยที่อยากจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ตนเองเป็นเพื่อนรุ่นน้องที่สนิทสนมกับพ่อของเด็กหญิง และไปมาหาสู่ครอบครัวนี้เป็นประจำ พร้อมทั้งช่วยเหลือจุนเจือทั้งด้านการเงินและสิ่งของ โดยเฉพาะกับเด็กหญิงจะให้เงินใช้เป็นประจำ เมื่อราวเดือนสิงหาคมปีที่แล้วว่า ได้ขี่รถจักรยานยนต์พา น้องน้ำหวาน (นามสมมติ) อายุ 13 ปี ลูกสาวของเพื่อน ไปเอาโทรศัพท์มือถือที่ซ่อมในตลาดคลองแงะ และได้ชวนกันไปเที่ยวน้ำตก ขากลับได้เลี้ยวเข้าไปในขนำข้างทางและมีอะไรกันถึง 2 ครั้ง โดยน้องน้ำหวานไม่ได้ขัดขืน จากนั้นได้พากลับไปส่งที่บ้านและให้เงินไป 300 บาท ซึ่งหลังจากนั้นทุกอย่างก็ยังคงเป็นปกติ

อย่างไรก็ตาม หลังจากวันนั้น นายชุมพลไม่ได้เจอน้องน้ำหวานอีกเลย และทราบว่าน้องน้ำหวานได้เล่าเรื่องนี้ให้ย่าและพ่อฟังแล้ว ซึ่งย่าได้พาน้องน้ำหวานไปอยู่ที่อื่นเพราะไม่อยากให้เจอกันอีก ทีแรกตนพยายามพูดคุยว่าอยากจะไปขออยู่กินกันให้เป็นเรื่องเป็นราว แต่อีกฝ่ายไม่ยินดี ตลอดเวลาที่ผ่านมา นายชุมพลไม่เคยทราบว่ามีการแจ้งความดำเนินคดีกับตน เนื่องจากยังคงพูดคุยกับพ่อของน้องน้ำหวานตามปกติ ไม่ได้มีเรื่องโกรธเคืองกัน และเพิ่งมารู้ความจริงเมื่อตำรวจมาที่บ้านว่าย่าของน้องน้ำหวานเป็นผู้แจ้งความดำเนินคดี

นายจาโหย กล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่ยังคงรักและคิดถึงน้องน้ำหวานว่า อยากจะรับผิดชอบและใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเพราะรักมาก แม้ว่าอายุจะห่างกันมากก็ตาม แต่เมื่อสิ่งที่ทำไปมันผิดกฎหมายก็ยอมรับผิด พร้อมกับกล่าวว่า “ความรักไม่เกี่ยวกับอายุมันเกิดขึ้นกับใครก็ได้”