สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ว่า โครงการ “ไชนา ทาร์เก็ตส์” ของไอซีไอเจ พุ่งเป้าไปที่การสืบสวนกลวิธีต่าง ๆ ซึ่งรัฐบาลจีนใช้ปิดปากนักวิจารณ์ในต่างประเทศ รวมถึงองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่จัดตั้งโดยรัฐบาล หรือกอนโกส (Gongos)

กลุ่มคนเหล่านี้รวมตัวกันในที่ประชุมสิทธิมนุษยชนของยูเอ็น เพื่อยกย่องและนำเสนอเรื่องราวชื่นชมการกระทำของจีน ซึ่งขัดแย้งกับรายงานของยูเอ็นและผู้เชี่ยวชาญ และเมื่อองค์กรสิทธิแห่งใดก็ตาม หยิบยกประเด็นเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนขึ้น กอนโกสมักพยายามก่อกวนและกลบคำให้การของพวกเขา

เครือข่ายระบุว่า มีเอ็นจีโอ 106 แห่งจากจีน ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน ที่ลงทะเบียนกับยูเอ็น ขณะที่องค์กร 59 แห่ง มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลปักกิ่ง หรือพรรคคอมมิวนิสต์จีน มากไปกว่านั้น ในการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของจีน เมื่อปีที่แล้ว เอ็นจีโอมากกว่าครึ่งหนึ่งยังกล่าวสนับสนุนรัฐบาลจีน

นอกจากนั้น รายงานอ้างถึงเหตุการณ์ เมื่อเดือน มี.ค. ปีที่แล้ว กรณีนักเคลื่อนไหวชาวอุยกูร์กลุ่มหนึ่งหวาดกลัวต่อการปรากฏตัวของผู้แทนรัฐบาลปักกิ่งในที่ประชุม จึงปฏิเสธที่จะเข้าไปในสำนักงานของยูเอ็น และจัดการประชุมที่อาคารสำนักงานในละแวกใกล้เคียงแทน

ในวันนั้น บุคคล 4 คน ซึ่งอ้างว่ามาจาก “สมาคมสิทธิมนุยชนกวางตุ้ง” ปรากฏตัวขึ้น และสอบถามถึงการประชุมดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่จากองค์กร อินเตอร์เนชันแนล เซอร์วิส ฟอร์ฮิวแมนไรท์ (ไอเอสเอชอาร์) ซึ่งทำหน้าที่ดูแลการประชุม ปฏิเสธว่า “ไม่มีการประชุมใด ๆ เกิดขึ้น” กลุ่มคนเหล่านี้จึงออกไป

แต่ต่อมา ชาวอุยกูร์กลุ่มนี้พบเห็นบุคคลบนรถยนต์สีดำ แอบถ่ายรูปพวกเขาระหว่างสูบบุหรี่ ก่อนที่บุคคลที่มีลักษณะเหมือนสมาชิกจากกลุ่มกวางตุ้งจะขึ้นรถ และขับออกไป

รายงานเสริมว่า สถิติล่าสุดพบว่า นักปกป้องสิทธิชาวจีนร่วมงานกับยูเอ็นในจำนวนต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ สวนทางกับจำนวนขององค์กรไม่แสวงหาผลกำไรของจีน ซึ่งจดทะเบียนกับยูเอ็นเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า ตั้งแต่ปี 2561.

เครดิตภาพ : AFP