นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงสถานภาพแรงงานไทย กรณีศึกษาผู้มีรายได้ไม่เกิน 15,000 บาท/เดือน ที่สำรวจ 1,250 ตัวอย่างทั่วประเทศ วันที่ 19-25 เม.ย. 68 ว่า แรงงานเกือบทั้งหมดยังคงมีหนี้สิน โดยมีหนี้เฉลี่ยครัวเรือนละ 432,318 บาท เพิ่มขึ้น 25.5% จากการสำรวจปี 67 ที่มีหนี้ 344,522 บาท ในจำนวนนี้ เป็นหนี้ในระบบ 82.9% เพิ่มขึ้นจากปี 67 ที่มีสัดส่วน 64.8% และนอกระบบ 17.1% ลดลงจาก 35.2% ขณะที่มีภาระผ่อนชำระเดือนละ 8,407 บาท ลดลงจาก 9,295 บาท เป็นหนี้ในระบบ 7,858 บาท และนอกระบบ 1,956 บาท

“แม้เกือบทั้งหมด หรือ 97.9% ยังคงมีหนี้ และเพียง 2.1% ไม่มีหนี้ แต่ถือว่า สถานการณ์ดีขึ้น เพราะสัดส่วนคนมีหนี้ลดลงจากการสำรวจปี 67 ที่มีหนี้ 98.8% และไม่มีหนี้เพิ่มขึ้นจาก 1.2% อีกทั้งผ่อนชำระน้อยลง มีความสามารถชำระหนี้มากขึ้น มีการออมมากขึ้น สอดคล้องกับสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ที่ต่ำกว่า 90% หรืออยู่ที่ 89.4%”

สาเหตุอาจมาจากนำเงินหมื่นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเฟสแรก ไปชำระหนี้ และมาตรการแก้หนี้ครัวเรือนของรัฐบาล ที่ออกมาหลายมาตรการ จึงทำให้สถานภาพของแรงงานดีขึ้น และบรรยากาศวันแรงงานปีนี้คึกคักมากขึ้น คาดว่า จะมีมูลค่าการใช้จ่าย 2,185 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2% จากปี 67 ที่ใช้จ่าย 2,117 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 400 บาทเท่ากันทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. นี้นั้น แรงงานส่วนใหญ่รับไม่ได้ หากทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้น แรงงานนอกระบบ หรือแรงงานต่างด้าวมาแทนแรงงานเดิม หรือตกงานจากธุรกิจปิดกิจการ

“การขึ้นค่าแรงงานแบบแรง และเร็ว หรือเพิ่มอีก 5-10% ในภาวะที่นายจ้างยังไม่พร้อม เพราะยังไม่ชัดเจนเรื่องภาษีตอบโต้ของสหรัฐ จะออกมาแบบใด และกระทบต่อการส่งออก เศรษฐกิจสหรัฐ เศรษฐกิจโลก และไทยนั้น มีโอกาสที่นายจ้างจะเลิกจ้างงาน และแรงงานมีโอกาสตกงานสูง กระทบต่อเศรษฐกิจไทยในที่สุด โดยอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจไทยที่ลดลงทุก 1% จะทำให้อัตราว่างงานเพิ่มขึ้น 0.1-0.2% ดังนั้น การขึ้นค่าแรง รัฐบาลต้องฟังคณะกรรมการไตรภาคี และต้องปรับขึ้นในระดับที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่”

สำหรับเศรษฐกิจไทย ขณะนี้ ยังไม่มีสัญญาณว่า สงครามการค้าสหรัฐ-จีน จะคลี่คลาย รวมถึงสงครามรัสเซีย-ยูเครน และการสู้รบของอิสราเอล-ประเทศต่างๆ ในตะวันออกกลางจะจบลง อีกทั้งยังไม่ชัดเจนว่า ภาษีตอบโต้ ของสหรัฐจะเก็บในเท่าไร หลังการเจรจาของแต่ละประเทศ ดังนั้น ทิศทางเศรษฐกิจโลกจึงยังไม่แน่นอนสูง และเศรษกิจไทยก็จะได้รับผลกระทบด้วย