ตำรวจสืบภาค 2 เดินหน้าขยายผลเข้ม หลังสืบทราบเบาะแสว่า มีขบวนการลักลอบพาบุคคลพร้อมบัญชีธนาคารที่เปิดไว้ล่วงหน้า เพื่อข้ามพรมแดนไปทำงานกับขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ประเทศกัมพูชา โดยใช้เส้นทางลำเลียงจากพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือผ่านชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

โดยขบวนการดังกล่าว มี “คอกม้า” เป็นผู้ทำหน้าที่จัดหาและลำเลียงบัญชีม้า จากนั้นส่งไม้ต่อให้กลุ่มคนท้องถิ่นพาไปข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงวางแผนใช้สายลับแฝงตัวสมัครงานผ่านช่องทางออนไลน์ ก่อนนัดหมายกับผู้ต้องสงสัยที่ จ.ชัยภูมิ โดยมีรถแท็กซี่เถื่อนในเครือข่าย Zello เดินทางไปรับและพาเคลื่อนย้ายมาที่บ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ระหว่างทาง ผู้ขับขี่ได้รับโทรศัพท์ประสานให้หลบเลี่ยงด่านตรวจตลอดเส้นทาง

กระทั่งเดินทางถึงจุดนัดหมาย พบว่ามีชาวบ้านในพื้นที่รอรับช่วงต่อ เพื่อพาสายลับและบัญชีม้าลักลอบข้ามแดนที่บริเวณ “บ้านยายหมู” พื้นที่บ้านวังมน ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.2 จึงแสดงตนเข้าจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย ได้แก่ นายชอบ สมเพชร ทำหน้าที่ขับรถลำเลียงจาก จ.ชัยภูมิ นายปราชญ์ปรัศว์ ภูณหมื่นแสน และนางแจ่มใส คาอรัญ ผู้รับช่วงต่อนำพาข้ามแดน ในข้อหา “ร่วมกันเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือขายข่าวเพื่อให้มีการซื้อขายหรือโอนบัญชีธนาคาร บัญชีอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัตรอิเล็กทรอนิกส์ไปใช้ในการกระทำความผิด” ตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566

ทั้งนี้ บัญชีม้าถือเป็นส่วนหนึ่งในขบวนการหลอกลวงประชาชน มีความผิดตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 โดยผู้เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชี (ม.9) : จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และผู้เป็นธุระจัดหาฯ (ม.10) : จำคุกตั้งแต่ 2-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 200,000-500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งอาจถูกดำเนินคดีในฐานะองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ.