เมื่อวันที่ 2 พ.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ( บช.สอท.) เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี น.ส.อลิสา จารุพงษ์ อายุ 40 ปี ชาว จ.ปทุมธานี เจ้าของธุรกิจรถยนต์มือสอง นำหลักฐาน เข้าพบ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. เพื่อให้ดำเนินคดีกับมิจฉาชีพขบวนการหลอกซื้อนาฬิกาหรู ก่อนสวมรอยเป็นเจ้าของ ขอยกเลิกส่งพัสดุ โดยมีผู้เสียหายเกือบ 10 ราย ที่ถูกมิจฉาชีพ ขบวนการหลอกซื้อสินค้าราคาแพง หลายชนิด อาทิ พระเครื่อง ,ของเบรนด์เนมต่างๆ รวมตัวกันเข้าให้ปากคำ

ทั้งนี้ น.ส.อลิสา 1ในผู้เสียหาย กล่าวว่า วันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมามีพี่สาวซึ่งเป็นเจ้าของนาฬิกาหรู ยี่ห้อปาเต๊ะ ฟิลลิปส์ (PatekPhilippe Nautilus) ปี 2015 ได้นำมาให้ตนไปโพสต์ขาย จึงใช้เฟซบุ๊กส่วนตัว ทำการลงโพสต์ประกาศขายในกลุ่ม “ซื้อขาย นาฬิกามือสอง (ของแท้เท่านั้น)” ในราคา 1,650,000 บาท

หลังจากทำการโพสต์ชายเพียงไม่กี่ชั่วโมงได้มีผู้เข้ามาติดต่อขอซื้อนาฬิกาตามราคาที่โพสต์ขายไว้ และแจ้งให้คุยกันต่อทางไลน์ โดยให้แอดไลน์ ชื่อบัญชี “ความสำเร็จเสมอ” เพื่อใช้ในการติดต่อส่งข้อมูลต่างๆ แจ้งว่าพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ จ.นราธิวาส โดยให้ทำการจัดส่งนาฬิการะบุชื่อผู้รับปลายทางคือ นายวีรพล นิ่มนวล พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ ต.ลำภู อ.เมือง จ.นราธิวาส อีกทั้งกำชับว่าต้องส่งที่บริษัทรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ของเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ย่านเลียบด่วนรามอินทรา กรุงเทพฯ รายนี้เท่านั้น โดยให้เหตุผลว่าบริษัทขนส่งปลายทางอยู่ใกล้บ้านและมีความสนิทสนมกัน

จึงได้ทำการนัดส่งสินค้ากันในช่วงเที่ยงของวันที่ 25 เม.ย.68 โดยมิจฉาชีพได้ให้ตนวีดีโอคอลระหว่างทำการแพ็คนาฬิกาจนถึงนำส่งที่หน้าเคาน์เตอร์ พร้อมนำสลิปใบเสร็จค่าขนส่งถ่ายรูปส่งให้ทางไลน์ เพื่อเป็นการยืนยันว่าดำเนินการจัดส่งเรียบร้อยแล้ว

จากนั้นผู้ซื้อกำชับให้เขียนข้อความในรายละเอียดระบุการซื้อขาย ,รุ่น,ราคาและบริษัทขนส่ง และเน้นย้ำว่าในระหว่างการขนส่งสินค้าชำรุดหรือสูญหายหรือเกิดอะไรขึ้นทุกกรณี ทางฝั่งผู้ขายไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ และหากตรวจพบภายหลังว่าเป็นของปลอม ผู้ขายยินดีรับผิดชอบคืนเงินเต็มจำนวน

ก่อนจะออกอุบายให้ไปนั่งรอนอกร้านขนส่ง หรือให้ไปนั่งรอในรถก่อน จึงค่อยส่งเลขที่บัญชีเพื่อให้โอนเงินให้ กระทั่งเวลาผ่านไปราว 10 นาที ทางผู้ซื้อได้ส่งข้อความแจ้งว่ามีปัญหาติดขัดโอนเงินไม่ได้ ตนจึงเข้าไปติดต่อขอรับของคืนจากพนักงาน โดยทางพนักงานแจ้งว่ามีผู้มาติดต่อรับนาฬิกาหรูคืนไปแล้ว จึงรู้ตัวว่าถูกมิจฉาชีพที่เข้ามาในคราบลูกค้า สวมรอยเป็นเจ้าของนาฬิกา ขอยกเลิกส่งพัสดุ เป็นเหตุให้สูญเสียทรัพย์สินราคาแพงไป โดยมีกลุ่มผู้เสียหายมากกว่า 30 ราย ที่ถูกขบวนการมิจฉาชีพหลอกซื้อสิ้นค้าราคาแพง รวมความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้วกว่า 100 ล้านบาท

ด้าน พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า การหลอกลวงของมิจฉาชีพมีปรับเปลี่ยนรูปแบบอยู่เสมอ สำหรับเคสนี้จากเดิมที่การหลอกขายสินค้าออนไลน์ ให้กับผู้เสียหายโอนเงินไปเพื่อซื้อของ แต่ปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็นการมาหลอกซื้อสินค้าจากผู้เสียหาย แต่ไม่โอนเงิน โดยหลังจากตกลงซื้อสินค้ากับผู้เสียหายได้แล้วก็จะให้ผู้เสียหายไปส่งสินค้ากับทางบริษัทขนส่งเอกชนตามที่มิจฉาชีพ ระบุแล้วจะโอนเงินให้ก็ต่อเมื่อผู้เสียหายไปส่งสินค้า และนำเลขพัสดุมาให้เท่านั้น

จากนั้นจะให้ไรเดอร์นำเลขพัสดุมาอ้างกับบริษัทขนส่งว่าผู้ส่งขอยกเลิกส่งสินค้าแล้วขอรับสินค้ากลับ เมื่อผู้เสียหายทราบว่าเงินไม่เข้าบัญชี จึงกลับเข้าไปติดต่อขอรับของคืนกับบริษัทขนส่งเอกชนก็พบว่าสินค้าได้มีคนมารับไปแล้ว ในส่วนนี้อยากฝากเตือนประชาชนว่าการก่อเหตุลักษณะนี้ก็เป็นแผนประทุษกรรมของคนร้ายอีกแบบหนึ่ง หากพบคนร้ายมาขอซื้อสินค้าในลักษณะนี้อย่าเอาสินค้าไปฝากส่งไว้ที่ขนส่งเอกชนไม่ว่าจะเป็นบริษัทอะไรอย่าเชื่อใจใครง่ายๆ

หลังจากนี้ตำรวจไซเบอร์จะรับโอนคดีนี้จะสน. หรือ สภ. ที่ผู้เสียหายแจ้งความไว้มาเพื่อให้เป็นคเีตั้งต้น และตรวจสอบว่าใครจะต้องมีส่วนที่จะค้องรับผิดชอบบ้างและคนร้ายเป็นใคร รวมถึงตรวจสอบไปยังบริษัทขนส่งว่ามีช่องว่างตรงไหน และมีกฎระเบียบอย่างไรถึงยอมให้คนอื่นที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้ามารับของไป

อย่างไรก็ตามขอแจ้งผ่านสื่อมวลชนว่าในสงครามอาชญากรรมข้ามชาติ หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังต้องต่อสู้กันอีกยาวนาน พี่น้องประชาชนเองก็ต้องช่วยกันป้องกันและประชาสัมพันธ์เตือนภัย ซึ่งจากข้อมูลที่ได้จากหน่วยระหว่างประเทศที่มาประสานงาน อาชญากรแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในปีที่ผ่านมาทำรายได้รวมกันสูงถึง 1 ล้านล้าน US ดอลล่า เราเองก็คงต้องกลับมาใช้วิธีเดิม คือไม่ใช้การซื้อขายแบบออนไลน์ คงต้องเดินไปดูสินค้าและจ่ายเงินเอง