เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.หัวหมาก และ พ.ต.ท.ณัฐวัฒน์ ทารักษ์ รอง ผกก.สส.สน.หัวหมาก สั่งการให้ พ.ต.ท.บำเพ็ญ นามฉวี สว.สส.สน.หัวหมาก พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายป้องกันปราบปราม และฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก ร่วมกันจับกุมตัว นายพัชร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี ชาว อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย พร้อมตรวจยึดของกลาง บัตร ATM 4 ใบ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เงินสด 107,000 บาท ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านขวาที่นายพัชร สวมใส่อยู่ เงินสด 500,000 บาท ซุกซ่อนอยู่ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ รวมเงินสด 607,000 บาท และ รถจักรยานยนต์ 1 คัน ไว้ตรวจสอบ
สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. เวลาประมาณ 15.30 น. ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สน.หัวหมาก ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบตามปกติ เมื่อมาถึงบริเวณหน้าตู้ ATM ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ปากซอยรามคำแหง 51/3 พบวัยรุ่นเป็นชายสวมหมวกกันน็อกเต็มใบ สีแดง ยืนกดเงินอยู่ โดยมีท่าทางพิรุธต้องสงสัย และเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจกลับแสดงท่าทีตกใจ และรีบเดินมาที่รถจักรยานยนต์ ที่จอดอยู่หน้าปากซอยรามคำแหง 51/3 เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจจึงได้แสดงตัวและขอทำการตรวจค้น ทราบชื่อนายพัชร จากการตรวจค้นพบของกลางบัตร ATM 4 ใบ เงินสดจำนวนกว่า 607,000 บาท ที่ตัวและใต้เบาะรถ เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดไว้ตรวจสอบ
จากการสอบถาม นายพัชร ไม่สามารถตอบได้ถึงที่มาของเงินสด และบัตร ATM ดังกล่าว แต่รับว่าได้มีชายชาวจีนไม่ทราบชื่อสกุลจริง ได้นำบัตร ATM ทั้งหมด 4 ใบมาให้ตนไปกดเงินสด 607,000 บาท และเมื่อได้เงินสดมา ชายชาวจีนจะมารับเงินสดไป โดยตนจะได้รับค่าจ้างในการกดเงินสด และนำเงินสดไปให้ ครั้งละ 1,000 บาท โดยชายชาวจีนคนนี้จ้างให้มากดเงินจำนวนหลายครั้งแล้วตั้งแต่เดือน เม.ย. 69
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัว นายพัชร พร้อมของกลางทั้งหมด มาที่ห้องปฏิบัติการฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก เพื่อทำการซักถามขยายผลอย่างละเอียดถึงที่มาของบัตร ATM และเงินสดของกลางในคดีทั้งหมดว่าได้มาอย่างไร เป็นเงินสดที่ได้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และจากการตรวจสอบพบว่าบัตร ATM ทั้ง 4 ใบ เป็นชื่อบุคคลอื่น 4 คน ซึ่งจะทำการขยายผลว่าเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือไม่ จากนั้นจึงได้จัดทำบันทึกตรวจยึดนำส่งพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป.



