เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 7 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงผลโพลนิด้าโพล ที่ออกมาว่าความนิยมของรัฐบาลลดลง ว่า ในฐานะหนึ่งในคณะรัฐมนตรี ขอขอบคุณประชาชนที่เป็นคันฉ่อง (กระจก) สะท้อนให้เห็นว่าระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลเจอความท้าทายหลายเรื่อง เช่น สงครามตะวันออกกลาง ซึ่งรัฐบาลพยายามแก้ไขอย่างเต็มที่ เรื่องค่าไฟแพงจากไฟทางหลวง ก็เป็นรัฐบาลนี้เองที่ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ ส่วนเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่น เชื่อว่าไม่มีใครไม่คิดว่าจะเพิ่งมาเกิดในรัฐบาลนี้ แต่เป็นปัญหาสั่งสมมานาน ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงมหาดไทย และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ก็เร่งแก้ไขปัญหา ไม่ใช่แค่การแตะที่ผิวปัญหา
เมื่อถามถึงกรณีที่นายกฯ บอกให้มีการปรับเรื่องการสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ นายภราดร กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องเร่งทำความเข้าใจกับประชาชน บางครั้งก็อาจจะเป็นเรื่องที่ทางตัวรัฐมนตรีเอง ควรจะต้องพยายามสื่อสารกับพี่น้องประชาชนในประเด็นทางสังคมต่างๆ ที่ต้องให้ละเอียด และสร้างความเข้าใจกับประชาชนให้มากขึ้น
เมื่อถามต่อว่าตัวของนายภราดรเองก็เป็นหนึ่งในลูกเทพ มองการถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการทำงานอย่างไร นายภราดร กล่าวว่า ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน เรื่องนี้คงต้องใช้เวลา สามเดือนที่ผ่านมา ตนมองว่าทุกคนในรัฐบาลชุดนี้ก็พยายามที่จะทำงานอย่างเต็มที่ แต่ผลที่ออกมาในปลายทางสุดท้ายต้องมาวัดกันอีกครั้ง ว่าประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน
เมื่อถามอีกว่าคะแนนนิยมของรัฐบาลที่ลดลงมองว่าเกิดจากอะไร นายภราดร กล่าวว่า รัฐบาลนี้เกิดขึ้นบนความคาดหวังของประชาชน ในทุกเรื่องที่ได้สัญญาไว้กับประชาชน ทั้งในเรื่องของนโยบายพรรค หรือปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นมา รัฐบาลเผชิญกับปัญหาแบบไหนและแก้ปัญหาแบบไหน รวมถึงเรื่องของโครงสร้าง รัฐบาลพยายามที่จะไปแตะโครงสร้าง แก้ไขปัญหาให้เห็นผลในระยะยาวกันแบบไหน
เมื่อถามด้วยว่า บางส่วนมองว่าเกี่ยวข้องกับการเมืองภายใน นายภราดร ปฏิเสธว่า การเมืองภายในพรรคไม่มีแน่นอน ยืนยันว่า ในพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ในฐานะหัวหน้าพรรค และนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคเป็นเบอร์หนึ่งกับเบอร์สองของพรรคอยู่แล้ว หรือแม้กระทั่ง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม แกนนำใหญ่ของพรรค ก็ได้ออกมาให้ข่าวแล้วว่าพรรคมีความเป็นปึกแผ่นไม่มีรอยร้าวใดๆ เมื่อถามด้วยว่า เป็นหนึ่งในรัฐมนตรีที่นายกฯ เรียกไปคุยหรือไม่ นายภราดร หัวเราะ พร้อมแซวตัวเองว่า “ไม่ได้เรียก แต่จะเดินไป” ก่อนจะเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า ไปพบนายกรัฐมนตรี.



