นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า หลังจากที่ประชุม ครม.ล่าสุดเห็นชอบในหลักการ โครงการสนุกไรซ์พลัส “SNUK RICE PLUS“ และ โครงการบีฟวัลเลย์ “Beef Valley” ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมจะบรรจุโครงการดังกล่าวในแผนปฏิบัติราชการประจำปีของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม และขอรับจัดสรรงบประมาณตามขั้นตอนต่อไป โดยมีศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 5 และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั้งสามของกลุ่มจังหวัดสนุก ร่วมเป็นหน่วยงานสนับสนุนและขับเคลื่อนโครงการ โดยจะใช้งบประมาณทั้งสิ้น 113.4 ล้านบาท และคาดว่า จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้สูงถึง 1,134 ล้านบาท และมีผลตอบแทนกลับคืนมาประมาณ 10 เท่า
โครงการที่เห็นชอบในการประชุม ครม. ครั้งนี้เป็น 2 ใน 21 โครงการ ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมจะดำเนินงาน ประกอบด้วย
1. โครงการสร้างเศรษฐกิจกลุ่มสนุกด้วยอุตสาหกรรมแปรรูปข้าวมูลค่าสูง “SNUK RICE PLUS” (SNUK RICE+) งบประมาณ 61.4 ล้านบาท มีเป้าหมายหลักในการยกระดับอุตสาหกรรมแปรรูปข้าวในพื้นที่ โดยนำข้าวซึ่งเป็นผลผลิตหลักของเกษตรกรในภาคอีสาน มาพัฒนากระบวนการผลิตให้ทันสมัย เพิ่มประสิทธิภาพการแปรรูป และสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่จากข้าว รวมถึงการนำผลพลอยได้ (By-product) และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาเพิ่มมูลค่า เช่น แป้งรำข้าว ผลิตภัณฑ์จากแกลบ หรือเยื่อข้าว
อีกทั้งยังมีการสร้างแบรนด์ “สนุกไรซ์” ให้เป็นเอกลักษณ์ของภูมิภาค พร้อมส่งเสริมกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแก้ปัญหาเผาตอซังข้าวหลังเก็บเกี่ยว ภายใต้แนวคิด “SNUK Rice Model: พัฒนา 100 คน 110 กิจการ 150 ผลิตภัณฑ์ และสร้างโมเดลต้นแบบ 10 กิจการ” ซึ่งเน้นการบ่มเพาะคนรุ่นใหม่และผู้ประกอบการในท้องถิ่นให้สามารถต่อยอดอุตสาหกรรมข้าวได้อย่างยั่งยืน โดยดำเนินการยกระดับมาตรฐานการผลิตสู่ระดับสากล มีการสร้างเครือข่ายธุรกิจ จับคู่เจรจาทางการค้า และการพัฒนาสินค้าสู่ตลาดระดับภูมิภาคและระดับสากล นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมด้านการตลาดผ่านเทศกาลต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวด้วย
2. โครงการยกระดับอุตสาหกรรมแปรรูปโคเนื้อ “Beef Valley” งบประมาณ 52 ล้านบาท มุ่งเน้นยกระดับอุตสาหกรรมโคเนื้อในกลุ่มจังหวัดสนุกให้กลายเป็นศูนย์กลางการผลิตและแปรรูปโคเนื้อที่มีมาตรฐานระดับโลก โดยมีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาคุณภาพเนื้อโคในทุกมิติ ตั้งแต่สายพันธุ์ วิธีการเลี้ยง การจัดการหลังการเชือด และการแปรรูป รวมถึงการสร้างแบรนด์ “SNUK Beef Valley” พัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปโคเนื้อเน้นเป็นคนรุ่นใหม่ และผู้ประกอบการในพื้นที่ 200 คน 130 กิจการ 130 ผลิตภัณฑ์ และสร้างโมเดลต้นแบบ 3 กิจการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางแข่งขันทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ และจัดกิจกรรมด้านการตลาดผ่านเทศกาลเนื้อ
“สนุก Beef Festival” รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านอุตสาหกรรม เช่น โรงเชือดมาตรฐาน โรงแปรรูปเนื้อ เครื่องจักรแปรรูป และเทคโนโลยีถนอมอาหาร รวมทั้งจัดตั้งศูนย์เรียนรู้เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่น โดยตั้งเป้ายกระดับอุตสาหกรรมโคเนื้อของภาคอีสานให้เป็น “ผู้นำตลาดของภูมิภาคอาเซียน” ต่อไป
ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งสองโครงการเป็นต้นแบบของการพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมตามนโยบายนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ด้านการปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ในการเสริมความแกร่งของห่วงโซ่อุปทานและการช่วยเหลือเอสเอ็มอี ซึ่งมาจากการวิเคราะห์ปัญหา และเป็นความต้องการของภาคธุรกิจผ่านการประชุม กรอ. และการรับฟังความเห็นของภาคเอกชน ในพื้นที่ ก่อนเสนอ ครม. รับทราบและเห็นชอบโครงการทั้งสอง นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะบุคลากร และส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับผู้ประกอบการที่มีศักยภาพที่ต้องการเข้าร่วมพัฒนาในโครงการ ให้สามารถขอสินเชื่อภายใต้กองทุนเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ มาเป็นเงินทุนในการพัฒนาธุรกิจ เพื่อให้เศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัดสนุกเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว



