นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกิจการองค์กร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ยกระดับมาตรการยืนยันตัวตนและข้อมูลเกี่ยวกับการใช้บริการของผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างรัดกุมและเข้มข้นมากขึ้น โดยพัฒนาระบบลงทะเบียนซิมรูปแบบใหม่ที่สามารถพิสูจน์อัตลักษณ์ขั้นสูงด้วย เอไอ ที่มีความแม่นยำมากกว่า 99% และอีกหลายฟีเจอร์อัจฉริยะ ซึ่งจะช่วยคัดกรอง เปรียบเทียบ และตรวจจับการปลอมแปลงและข้อมูลเท็จได้แบบเรียลไทม์

“ทรูได้พัฒนาการปกป้องลูกค้าจากภัยไซเบอร์แบบครบวงจร ตั้งแต่ขั้นตอนการลงทะเบียนซิม ไปจนถึงการบล็อกลิงก์อันตรายและแจ้งเตือนสายเรียกเข้าที่อาจเป็นมิจฉาชีพผ่าน ทรู ไซเบอร์เซฟ ที่ใช้ เอไอ ช่วยวิเคราะห์และตรวจจับพฤติกรรมต้องสงสัย ซึ่งการลงทุนในเทคโนโลยี เอไอ ไม่เพียงช่วยแก้ไขปัญหาการหลอกลวงทางไซเบอร์และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และสร้างมาตรฐานความปลอดภัยในการใช้บริการ ช่วยให้ลูกค้ามั่นใจเมื่อใช้บริการด้วย”

นายจักรกฤษณ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการปรับระบบลงทะเบียนซิมรูปแบบใหม่ของทรู ดีแทค สามารถพิสูจน์อัตลักษณ์ขั้นสูงได้แบบเรียลไทม์ ประยุกต์ใช้ เอไอ ในทุกขั้นตอนของการลงทะเบียน ด้วยฟีเจอร์ดังนี้ ตรวจสอบคุณภาพของภาพถ่าย ทั้งบัตรประชาชน และภาพหน้าตรงแบบ Liveness หรือการตรวจจับความมีชีวิตว่าบุคคลที่อยู่หน้ากล้องนั้นมีชีวิตจริงหรือไม่ และตรวจสอบสภาพแวดล้อมขณะทำการยืนยันตัวตน เช่น แสงสว่าง และสิ่งปกปิดใบหน้า และตรวจจับการปลอมแปลงในการทำอัตลักษณ์แบบ Liveness ใช้ เอไอ มีความสามารถในการตรวจจับความผิดปกติได้ทั้งภาพนิ่ง การเล่นวิดีโอจากหน้าจอ การใช้ ดีพเฟค บนหน้าจอ

และการใช้หน้ากากปลอมทั้ง 2ดี และ 3ดี และเอไอ เปรียบเทียบอัตลักษณ์ ตรวจสอบภาพใบหน้าจริงกับฐานข้อมูล ด้วยความแม่นยำมากกว่า 99% รวมถึงตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารที่ใช้ลงทะเบียน ทั้งจับแสงสะท้อน ความคมชัด ตรวจจับการแก้ไข ปลอมแปลง ตัดต่อ สำเนา หรือใช้เอกสารที่ไม่ใช่เอกสารจริง และการตรวจสอบข้อมูลแบบเรียลไทม์ กับกรมการปกครอง ภายใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ด้วย