เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 30 เม.ย. ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ภายหลังจากที่สมาชิกครอบครัวชินวัตร นำโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ “อิ๊งค์” ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย และอดีตนายกรัฐมนตรี บุตรสาวคนเล็กของนายทักษิณ ชินวัตร น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ บุตรสาวคนกลางของนายทักษิณ ชินวัตร พร้อมด้วย นายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามีของ น.ส.แพทองธาร เป็นตัวแทนครอบครัว เดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นครั้งที่ 60 โดยมี นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ ร่วมเข้าพบ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
ก่อนที่ น.ส.แพทองธาร จะออกมาเปิดเผยสั้น ๆ ว่า ทางคุณพ่อได้รับทราบมติคณะกรรมการพักการลงโทษเรียบร้อยแล้ว ส่วนความรู้สึกของคุณพ่อเป็นไปตามกระบวนการทุกอย่าง อาจมีความรู้สึกในเรื่องของการติดกำไล EM อยู่บ้าง โดยมีการบ่นเล็กน้อยว่า ตนเองนั้นอายุมากแล้ว และเคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีมาก่อน แต่เมื่อจำเป็นต้องติดกำไล EM ก็รู้สึกบ้างเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ก็พร้อมปฏิบัติตามกระบวนการทุกอย่าง ส่วนภายหลังมีมติพักโทษ ครอบครัวก็รู้สึกดีใจ
เมื่อถามว่าเรื่องการติดกำไล EM เป็นความกังวลหรือไม่ เพราะโดยปกติผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวและมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ส่วนใหญ่มักไม่ต้องติดกำไล EM นั้น น.ส.แพทองธาร ระบุว่า เท่าที่ทราบ ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ก็ไม่ต้องติดกำไล EM แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อมีมติให้ติดก็ต้องติด ทั้งนี้ ตนไม่ได้มองว่าน่าแปลกใจ เพราะไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ
น.ส.แพทองธาร ระบุด้วยว่า ในวันที่ 11 พ.ค. 69 ตนและครอบครัวจะเดินทางมายังเรือนจำ ตามเวลาที่ราชทัณฑ์กำหนด อย่างไรก็ตาม เรื่องที่ตนโพสต์นับถอยหลัง ยังไม่ได้เล่าให้คุณพ่อฟัง ส่วนคุณพ่อยังไม่มีสิ่งที่อยากทำเป็นพิเศษ เพียงบอกว่าจะกลับบ้าน และมีการพูดคุยเรื่องสุขภาพ เนื่องจากอยู่ภายในเรือนจำ จึงไม่ได้ตรวจสุขภาพ
ทั้งนี้ เมื่อสอบถามว่าทางครอบครัวมีเมนูอะไรเตรียมต้อนรับนายทักษิณ หลังได้รับการปล่อยตัวหรือไม่ ทางครอบครัวไม่ได้ตอบคำถามสื่อมวลชน ก่อนเดินขึ้นรถออกจากพื้นที่เรือนจำทันที

ด้าน นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ เปิดเผยถึงความพร้อมในการปล่อยตัวพักโทษคุมประพฤติของนายทักษิณ ชินวัตร ในวันที่ 11 พ.ค. 69 ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการของเรือนจำ โดยผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกรมคุมประพฤติ จะร่วมกันหารือเพื่อวางรายละเอียด คาดว่าในวันดังกล่าวจะมีการปล่อยตัวนายทักษิณเพียงรายเดียว เนื่องจากผู้ต้องขังรายอื่นประมาณ 9 ราย ที่ได้รับการพักโทษ จะมีการทยอยปล่อยตัวในวันอื่น ตามวันพ้นโทษที่แตกต่างกัน
ส่วนประเด็นการติดกำไลติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (EM) นายวิญญัติ ระบุว่า นายทักษิณมีความยินดีที่ได้รับการพักโทษ เนื่องจากเป็นสิทธิของผู้ต้องขังที่มีคุณสมบัติครบถ้วน แต่ยังมีข้อสงสัยต่อความจำเป็นของมาตรการดังกล่าว เพราะเป็นผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว และยืนยันว่าไม่มีพฤติการณ์หลบหนี รวมถึงเคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเชื่อว่าคณะอนุกรรมการฯ สามารถพิจารณาผ่อนปรนได้ ทั้งนี้ ส่วนตัวเห็นว่า ไม่คิดว่าจะมีการให้ใส่กำไล EM เช่นกัน และหากใช้กับผู้ต้องขังรายอื่นด้วยก็อาจเป็นแนวทางที่ดี แต่ยังตั้งข้อสังเกตเรื่องความเหมาะสม และผลกระทบต่อสุขภาพ รวมถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ อย่างไรก็ตาม นายทักษิณพร้อมน้อมรับมติ แม้จะมีข้อสังเกตถึงความเหมาะสม
นายวิญญัติ ระบุต่อว่า ภายหลังได้รับการปล่อยตัว นายทักษิณจะต้องเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติ 4 เดือน และต้องรายงานตัวภายใน 3 วันนับจากวันปล่อยตัว รวมถึงรายงานตัวต่อเนื่องทุกเดือน จนกว่าจะครบกำหนดโทษในวันที่ 9 ก.ย. 69
นายวิญญัติ ระบุว่า นายทักษิณเป็นบุคคลที่ไม่มีความคิดจะหลบหนี หากจะหลบหนีคงไม่กลับมารับโทษ จึงไม่ควรนำมาตรการติดกำไล EM มาใช้กับบุคคลดังกล่าว โดยย้ำว่าเป็นการน้อมรับกระบวนการของคณะกรรมการ แต่มีข้อสังเกตด้านความเหมาะสม ทั้งในแง่คุณูปการต่อประเทศ และหลักความเสมอภาคของผู้ต้องขัง
“ท่านเป็นบุคคลที่ไม่คิดจะหลบหนี ถ้าจะหลบหนีคงไม่มารับโทษ ดังนั้น จึงไม่ควรเอามาตรการติดกำไล EM มาใช้กับท่าน ท่านงง แต่ก็น้อมรับกระบวนการที่คณะกรรมการฯ ได้พิจารณา ส่วนความเห็นของตน ตนได้ตั้งข้อสังเกตว่า ท่านเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี มีคุณูปการใหญ่หลวงต่อประเทศชาติหลายเรื่อง มีนโยบายสำเร็จหลายประการที่ประชาชนทราบดี นี่คือคุณงามความดีของท่าน แต่ในเรื่องของความเหมาะสม หากจะบอกว่ามีความเหมาะสมเพื่อให้เกิดความเสมอภาคเท่าเทียมผู้ต้องขังอื่น มันก็คือข้อดี แต่ข้อเสีย คือ ความเสมอภาคของผู้ต้องขังก็ต้องคำนึงว่ามันเกินความจำเป็นหรือไม่ที่จะที่ใช้มาตรการนี้กับท่าน ส่วนเรื่องความเชื่อมั่น ว่าเป็นการควบคุมที่จะใช้กำไล EM เพื่อป้องกันการหลบหนี หรือควบคุมดูแลให้ท่านอยู่ในพื้นที่นั้น อันนี้ก็ชัดเจนว่าท่านมีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านจันทร์ส่องหล้า ไม่น่าจะเป็นประเด็น แต่อย่างที่ทราบ ตนก็ดีใจกับท่านอยู่แล้ว”
เมื่อถามว่ามาตรการดังกล่าว เกี่ยวข้องกับการป้องกันการยุ่งเกี่ยวทางการเมืองหรือไม่ นายวิญญัติ ระบุว่า การมีส่วนร่วมทางการเมืองเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามกฎหมาย จึงไม่ใช่เหตุผลทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมระบุว่าในช่วงคุมประพฤติ 4 เดือน เชื่อว่าท่านจะอยู่บ้านเป็นหลัก
ส่วนกรณีระยะเวลาการรายงานตัวภายใน 3 วันนั้น นายวิญญัติ ระบุว่า เป็นไปตามระเบียบของกรมคุมประพฤติ ซึ่งต้องรอให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียด โดยทั่วไปจะนับตั้งแต่วันปล่อยตัว เช่น หากปล่อยวันที่ 11 พ.ค. 69 จะครบกำหนดประมาณวันที่ 13-14 พ.ค. 69 แล้วแต่การนับวัน
นายวิญญัติ ระบุทิ้งท้ายว่า โดยรวมไม่มีสิ่งใดน่ากังวลหลังการพักโทษ มีเพียงความตื่นเต้นของครอบครัวและผู้ที่รอรับตัว อย่างไรก็ตาม ยังตั้งข้อสังเกตว่าการติดกำไล EM มีความเหมาะสมหรือไม่ในกรณีนี้



