สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ว่า ตามที่ผู้นำสหรัฐได้เรียกเก็บภาษีนำเข้าพื้นฐาน 10% จากสินค้าทั่วโลก ขณะที่สหภาพยุโรปถูกตั้งกำแพงภาษีถึง 20% ซึ่งอยู่ระหว่างการระงับชั่วคราว เพื่อเปิดให้มีการเจรจาของทั้งสองฝ่าย นั้น
นายกีโยม โฟว์รี ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของแอร์บัส กล่าวว่า หากการเจรจาไม่บรรลุผล ยุโรปควรใช้ภาษีตอบโต้สำหรับเครื่องบิน เพื่อกดดันให้เกิดการเจรจาในระดับสูง ขณะที่การตอบสนองใด ๆ ควรคล้ายกับกลยุทธ์ ซึ่งใช้กับรัฐบาลชุดแรกของทรัมป์
???? "C'est une manière de se tirer une balle dans le pied"
— BFMTV (@BFMTV) May 5, 2025
Guillaume Faury, PDG d'Airbus : "Ces tarifs [de taxes] sont un énorme risque pour l'industrie américaine" pic.twitter.com/thXxS1FV0Q
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2562 ทรัมป์กำหนดภาษีนำเข้าเครื่องบินของยุโรป 10% หลังองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) ตัดสินว่า อียูอุดหนุนแอร์บัสอย่างผิดกฎหมาย ก่อนที่จะปรับขึ้นเป็น 15% ในปี 2563
แต่ในเวลาต่อมา มีคำตัดสินว่า สหรัฐช่วยเหลือโบอิ้งอย่างผิดกฎหมายเช่นกัน อียูจึงตอบโต้ด้วยภาษีนำเข้าเครื่องบินโบอิ้ง 15%
อย่างไรก็ตาม ภาษีดังกล่าวถูกยกเลิกในปี 2564 ภายใต้รัฐบาลสหรัฐของประธานาธิบดีโจ ไบเดน
ซีอีโอแอร์บัสย้ำว่า สงครามการค้าเป็นสถานการณ์ที่ทุกฝ่ายเสียเปรียบ “แต่โบอิ้งอาจได้รับผลกระทบมากกว่า”.
เครดิตภาพ : AFP



