เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงคืนวันที่ 6 พ.ค. 68 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยพบร่างผู้สูญหายบริเวณโซน D ของซากตึก สตง. ถล่ม นอกจากนี้ยังพบชิ้นส่วนอวัยวะมนุษย์ที่กองทิ้งซากวัสดุก่อสร้างอาคาร สตง. ที่หลังศาลเยาวชนและครอบครัว อีกจำนวนหนึ่ง ได้แก่ ชิ้นเนื้อ 1 ชิ้น กระดูก 1 ชิ้น และกะโหลก 1 ชิ้น
ส่วนช่วงเช้าที่ผ่านมา ตำรวจมีการประชุมชุดพนักงานสอบสวนและชุดเก็บหลักฐาน เพื่อวางแผนการดำเนินการเก็บหลักฐานในจุดรากฐานอาคารสำนักงาน สตง. ที่มีการแตกหัก เนื่องจากเป็นจุดที่โครงสร้างอาคารมีความอ่อนไหว ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยจะส่งทีมวิศวกรโครงการ กรมโยธาธิการและผังเมือง เข้าไปตรวจสอบจำนวนเหล็กในโครงสร้างของเสาคอนกรีตฐานอาคารที่มีการแตกหักทรุดตัว ว่าเป็นไปตามมาตรฐานแบบแปลนที่ออกแบบไว้หรือไม่

ขณะเดียวกัน นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (สปภ.กทม.) แถลงความคืบหน้า การรื้อถอนซากอาคาร สตง. และการค้นหาผู้สูญหาย ว่า จากกรณีที่ยังมีตัวเลขผู้ติดค้างอีก 12 ราย ขณะนี้ ยังมี 3 จุด ที่ยังสงสัย อาจจะพบร่างผู้ติดค้าง และยังต้องค้นหาต่อ โซนแรกคือ โซน D เป็นพื้นที่โถงส่วนหน้าซึ่งในวันที่เกิดเหตุ มีเศษซากอาคารถล่มล้นออกมายังบริเวณนี้
เจ้าหน้าที่จะทำการขุดเปิดพื้นที่เพิ่ม และหากขุดลึกจนถึงชั้นทรายด้านล่างโดยไม่พบสิ่งผิดปกติ ก็จะยุติการค้นหาในจุดนี้ ต่อมาคือโซน A ซึ่งเชื่อมต่อกับโซน D ด้านหน้า จะมีการเปิดพื้นที่เพิ่มเติม เพื่อสร้างความมั่นใจว่าไม่มีร่างของผู้ประสบภัยตกค้าง สำหรับโซน B ซึ่งเป็นโซนสำคัญ เนื่องจาก สุนัข K9 มีพฤติกรรมบ่งชี้ว่า อาจมีผู้ติดค้าง และคนทำงานที่ทำงานรื้อถอนได้กลิ่นบางอย่างเป็นระยะ เจ้าหน้าที่จึงเร่งรื้อถอนเศษวัสดุอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้กระทบกับรากฐานของอาคารที่แตกร้าวอยู่ชั้นใต้ดิน และเข้าถึงจุดที่สุนัข K9 ต้องสงสัย

สำหรับการรื้อถอนในโซน B จะมีการตัดเหล็กและแยกปูนให้แคบลง เพื่อความปลอดภัย และหากไม่มีอุปสรรคเพิ่มเติม คาดว่าจะสามารถเปิดพื้นที่ค้นหาร่างผู้สูญหายได้ครบทั้งสามจุด ส่วนบริเวณรากฐานของอาคารชั้นใต้ดินซึ่งมีบางส่วนแตกหักอยู่ จะไม่ให้เครื่องจักรหนักเข้าไปทำงานโดยตรง แต่จะใช้แขนกลของเครื่องจักรยื่นเข้าไปเจาะสกัดปูนและใช้เครื่องตัดระบบแก๊สเพื่อลดน้ำหนักของกองวัสดุ นอกจากนี้ ยังมีการขยายการตรวจสอบไปยังจุดทิ้งกองเศษวัสดุในพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ด้านหลังศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง โดยจุดนี้จะใช้โดรนถ่ายภาพทางอากาศทำตารางแบ่งพิกัดพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับทีมค้นหา และเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่อาสาและสุนัข K9 เพื่อตรวจสอบในพื้นที่อย่างละเอียดและถี่ขึ้น จากการปฏิบัติภารกิจเมื่อวานนี้ (6 พ.ค.) สามารถพบร่างผู้สูญหาย 1 ร่าง บริเวณโซน D และชิ้นส่วนอีก 5 ชิ้น ที่บริเวณจุดทิ้งกองเศษวัสดุ

โดยบ่ายวันนี้ จะเป็นการประชุมเกี่ยวกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาเกี่ยวกับตัวเลขผู้ประสบภัยที่แจ้งยอดไว้ โดยจะพูดคุยในเชิงลึก โดยจะมีการพูดคุยในเชิงลึกกับพนักงานสอบสวน รวมถึงระยะเวลาที่ส่งเจ้าหน้าที่ไปในพื้นที่ต่างๆ เพื่อรายงานความคืบหน้า และยืนยันตัวเลขผู้สูญหายที่แจ้งเข้ามา ว่ายังติดค้างอยู่ในอาคาร สตง. หรือเดินทางไปที่อื่นแล้ว
สำหรับผู้เสียชีวิตแล้ว 88 ราย ที่สถาบันนิติเวชสามารถตรวจพิสูจน์ยืนยันเป็นผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ ในจำนวนนี้เป็นร่างผู้เสียชีวิตสมบูรณ์ 79 ราย และเป็นชิ้นส่วนที่มีการตรวจพิสูจน์แล้วตรงกัน 9 ราย และในจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด สามารถพิสูจน์ยืนยันตัวบุคคลว่าเป็นใคร จำนวน 68 ราย ส่งมอบร่างให้ญาติรับไปประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว 52 ราย.



