จากกรณี นายแจ็กกี้ สอนวิชา อายุ 19 ปี พนักงานส่งของบริษัทเอกชน ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิต เหตุเกิดที่บ้านทาวน์เฮาส์ เลขที่ 60/380 หมู่บ้านเสนานิเวศน์ โครงการ 2 ซอยประเสริฐมนูกิจ 27 แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กทม. เมื่อคืนวันที่ 5 พ.ค. ที่ผ่านมา คาดสาเหตุปัญหาเรื่องเงิน หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ควบคุมผู้ต้องสงสัยร่วมก่อเหตุได้มา 4 คน มาสอบสวนและตรวจเขม่าดินปืน แต่ไม่พบผู้ใดมีคาบเขม่าดินปืน จึงปล่อยตัวทั้ง 4 คนไปก่อน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมา นายชัยยันต์ สอนวิชา อายุ 40 ปี พร้อมด้วย น.ส.ลักสะพอน สุริวงสา 36 ปี และ น.ส.ปภาวรินทร์ หิรัญเบญจทรัพย์ อายุ 19 ปี พ่อ อา และแฟนสาวของ นายแจ็กกี้ ผู้เสียชีวิต เดินทางมาร้องขอความช่วยเหลือจาก นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจ “สายไหมต้องรอด” หลังจาก นายแจ็กกี้ ถูกยิงเสียชีวิต แล้วคนร้ายขู่ยิงทิ้งทั้งบ้าน ตอนนี้ยังจับมือยิงไม่ได้ จับได้แต่ผู้ร่วมขบวนการ ล่าสุดกลุ่มผู้ก่อเหตุได้รับการปล่อยตัวแล้ว ครอบครัวผู้เสียชีวิตเกรงความไม่ปลอดภัย

โดย น.ส.ปภาวรินทร์ เปิดเผยว่า ตนเป็นแฟนกับนายแจ็กกี้ ซึ่ง นายแจ๊กกี้ มีเพื่อนกลุ่มใหญ่ เกือบ 20 คน ต่อมาเมื่อวันที่ 3 พ.ค. ที่ผ่านมา เกิดการแตกคอและทะเลาะกันเอง และมีการแยกตัวกันเป็นสองกลุ่ม ต่อมาวันที่ 5 พ.ค. เวลา 21.24 น. กลุ่มผู้ก่อเหตุราว 5-6 คน ขี่รถ จยย. เข้ามาภายในหมู่บ้านที่เกิดเหตุ ก่อนจะมีการตะโกนท้าทาย ผู้ตายที่นั่งอยู่บนระเบียงบ้านและมีปากเสียง มีการทำร้ายพ่อเลี้ยงและแม่ของนายแจ็กกี้ ก่อน “นายคิว” อดีตเพื่อน จะใช้ปืนจ่อยิงขึ้นไปบนระเบียงบริเวณที่นายแจ็กกี้นั่งอยู่ ตนได้ยินเสียงปืนดังขึ้นถึง 4 นัด ตนเห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอุกอาจเป็นอย่างมาก เกิดความไม่สบายใจ และกลัวความไม่ปลอดภัย มาร้องที่เพจ สายไหม ต้องรอด

ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ กล่าวว่า เบื้องต้นตนประสาน พล.ต.ต.เจษฎา สวยสม ผบก.น.2 รับเรื่องด้วยตนเอง และจะแยกคดีเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกในส่วนของมีผู้เสียชีวิตและมีการใช้อาวุธปืน เป็นเรื่องของร่วมกันฆ่าผู้อื่น ใครที่มาร่วมก่อเหตุจะดำเนินคดีทั้งหมด ส่วนเรื่องที่ 2 มีการรุมทำร้ายกลุ่มของผู้เสียชีวิต จะแยกเป็นอีกคดี

ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. เปิดเผยความหน้าคดีดังกล่าว ว่า ตำรวจทราบตัวผู้ก่อเหตุที่ไปร่วมก่อเหตุที่หน้าบ้านของผู้เสียหายหมดแล้ว แต่มุ่งเน้นรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อออกหมายจับมือยิงให้ได้ก่อน ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบให้แน่ชัดว่ามือยิงเป็นใคร ซึ่งต้องใช้เวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับ ส่วนกรณีผู้ร่วมก่อเหตุบุกเข้าไปทำร้ายพ่อเลี้ยงและแม่ของผู้เสียชีวิต ก็จะเป็นคดีทำร้ายร่างกายอีกส่วนหนึ่ง ที่ต้องดำเนินคดีเช่นเดียวกัน

พ.ต.อ.ประภาส แก้วฉีด ผกก.สน.โคกคราม เปิดเผยว่า เมื่อคืนพนักงานสอบสวนเชิญพ่อเลี้ยงและแม่ของผู้เสียชีวิตมาสอบปากคำ ทำให้ทราบถึงรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะนี้มีผู้ต้องสงสัยเป็นมือปืน 2 คน อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบใครเป็นคนยิง รวมทั้งบุคคลที่เกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับมือยิงให้ได้โดยเร็ว.