เป็นอีกหนึ่งคนที่มักจะโดนกระแสโซเชียลโจมตีอยู่บ่อยครั้ง สำหรับ “เจมีไนน์ นรวิชญ์“ นักแสดงวัยรุ่นชื่อดังที่มีทั้งกระแสวิพากษ์วิจารณ์แต่กระแสคนที่รักและชื่นชอบเจมีไนน์ก็มีเยอะไม่แพ้กัน ซึ่งล่าสุดในงาน Breeze Excel Signature : Scent club ที่ได้มีการเปิดตัวพรีเซนเตอร์ เจมีไนน์ เปิดใจหลังมีกระแสความฮิตบนโซเชียล พร้อมทั้งเล่าโมเมนต์ที่ไปให้กำลังใจคู่จิ้น “โฟร์ท ณัฐวรรธน์” ที่สูญเสียคุณพ่อไปเมื่อไม่นานมานี้

เจมีไนน์ เผยว่า “เพิ่งไปให้กำลังใจโฟร์ทมาหลังจากที่เขาสูญเสียพ่อ หลายคนบอกว่าผมเป็นคนซัพพอร์ตเขาที่ดีเลย คือผมก็เศร้ากับมัน มันเป็นอะไรที่กระทันหันมากๆ คือไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นแน่นอนอยู่แล้ว ในฐานะที่เราเป็นเพื่อนคนนึง รู้จักกันมานานมากๆ ก็เสียใจกับเขาด้วย และเป็นห่วงเขาด้วยในเวลาเดียวกัน คือตอนที่เรารู้เราก็ไม่ได้อยู่กับเขา ก็เป็นห่วงว่าเขาจะเป็นยังไงบ้าง เพราะเขาเป็นคนที่รักครอบครัวมากอยู่แล้ว ค่อนข้างที่จะเซนซิทีฟกับเรื่องครอบครัว เราก็เลยเป็นห่วงเพราะว่าน่าจะหนักแน่ๆ แต่โทรไปเขาก็บอกว่าไม่เป็นไรเขาโอเค เราก็บอกว่าถ้าไม่โอเคก็พูดได้นะ แต่โฟร์ทเป็นคนที่เข้มแข็งมากนะ ก็ชื่นชมมากเลย

ซึ่งงานศพของคุณพ่อโฟร์ท เราก็พยายามไปให้ได้มากที่สุด วันแรกก็ไป วันที่จีเอ็มเอ็มเป็นคนจัดก็ไป เผาก็ไป พยายามไป ก็ไปเป็นกำลังใจให้นี่แหละ คือมันเป็นช่วงที่เขาต้องการกำลังใจมากที่สุด แต่ตอนที่อยู่ในงานเขายิ้มให้ทุกคนเลย เราก็ชมเขานะว่า เก่งจัง เข้มแข็งจังเลย แต่วันเผาก็ปล่อยโฮเหมือนกัน ผมยืนอยู่ก็สงสาร เราก็ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นห่วงมันขนาดนี้ ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องเตือนใจว่าเวลาเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหวนคืนกลับมาได้แล้วเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ข้อคิดอีกอย่างก็ให้ผมรู้ว่าผมรักมันมากกว่าที่ผมคิดเยอะเลย คือเราอาจจะไม่ได้คุยกับโฟร์ทเยอะ แต่ว่าก็ผูกพันมากๆ และรู้สึกว่าถ้ามันมีอะไรผมก็พร้อมที่จะซัพพอร์ตตลอดเวลาอยู่แล้ว

แล้วคือเราก็ไม่เคยมีปัญหากันเลยทำงานด้วยกันมาแฮปปี้กันมาตลอด  ในวันที่คนๆ นึงกำลังอ่อนแอที่สุด ก็รู้สึกว่าในเมื่อเราอยู่ในมากันช่วงเวลาที่ลำบากด้วยกันเราทำนู่นทำนี่ด้วยกันมีความสุขด้วยกัน ในช่วงที่เขาลำบากที่สุดเราก็ต้องไปอยู่กับเขาเหมือนกัน เราก็ทำให้เขาคิดเรื่องอื่นมันน่าจะเป็นสิ่งที่เวิร์คนะ อย่างเวลามาทำงานมันก็ทำให้เขาไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้น ก็จะโฟกัสถึงเรื่องงาน ก็น่าจะเป็นอะไรที่ช่วยเขาได้เยอะ ก็นั่นแหละรักเพื่อน แต่เราก็ไม่ได้บอกเขานะว่าเรารักเขามากขึ้น แต่คิดว่ามันรู้อยู่แล้ว คือผมคิดว่าการที่เราไปอยู่ทุกช่วงเวลาของเขาในเวลาที่ต่ำที่สุดและดีที่สุดของเขา ก็ถือว่าเราผ่านอะไรมาด้วยกันเยอะก็จะทำให้เรายิ่งรักกันผูกพันกัน แต่ตอนอยู่กับเราเขาก็ไม่ได้ร้องไห้นะ แต่คิดว่าเขาคงกลับบ้านไปก็ร้องแหละ เราก็ถามแม่ ถามคนอื่นว่าโฟร์ทเป็นไงบ้าง เขาก็บอกว่าหนักอยู่ คือโฟร์ทไม่กินข้าว เราก็เลยทักไปบอกว่ากินข้าวบ้างนะ 

ถามว่าโฟร์มพร้อมกับมาทำงานหรือยังเพราะมีศึกใหญ่ที่จะรออีกไม่กี่วันนี้ พร้อมแล้วครับ โฟร์ทพร้อมอยู่แล้ว ตอนนี้ก็เริ่มซ้อมกันแล้วครับ ตอนนี้ก็คือเริ่มรวมตัวกัน สภาพจิตใจเขาก็พร้อมทำงาน โฟร์ททุ่มเทกับงาน“

เจมีไนน์ เผยต่อว่า “ส่วนกระแสความฮิตของเราไม่ว่าจะทำอะไรก็มีแต่คนจับจ้องในเรื่องของโซเชียล  คือจริงๆผมก็ไม่ได้ฮิตอะไรขนาดนั้น(หัวเราะ) คือในโซเชียลมันก็มีสองแง่สองง่าม มีทั้งข้อดีและข้อเสียก็ใช้ให้ดี ก็แล้วแต่ว่าบริบทของเราจะเป็นยังไง แต่ว่าบริบทของผมในแต่ละอย่างที่ผมโพสต์ลงไปมีแต่ความหวังดีทั้งนั้น ไม่ได้มีเจตนาที่ไม่ดีแล้วกัน คือเราก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าต้องระมัดระวังตัวในการใช้โซเชียล ทุกคนแหละมันเป็นอะไรที่เป็นสื่อกลางที่เราสามารถติดต่อกับคนเยอะมากๆได้ ก็มันเป็นอะไรที่สำคัญมากๆหวังว่าตอนนี้ก็ดีขึ้นแล้วครับ เวลามีกระแสแรงเข้ามาก็ตั้งรับไหวครับ ไหวนี่คือไม่ได้ชินนะ หมายถึงว่าพยายามปรับปรุงจากสิ่งที่ตัวเองทำพลาดไป คือผมยืนยันอยู่ตลอดว่าสิ่งที่ผมคิดสิ่งที่ผมทำไม่เคยมีเจตนาที่ไม่ดีออกไป เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าบางทีอาจจะมีคิดน้อยไปบ้าง หรืออาจจะมีทำผิดไปบ้าง แต่ก็อยากให้ทุกคนรู้ไว้ว่าไม่ได้มีเจตนาที่ไม่ดีจริงๆ 

ถามว่ามีนอยด์บ้างไหมคือมีอยู่แล้ว คือมีคนรักก็ต้องมีคนเกลียดมันไม่มีทางที่จะมีคนรักเรา 100% หรอก มันเป็นไปไม่ได้ แต่ละคนก็มีความคิดที่แตกต่างกันไป แล้วแต่คนจะคิดกับเรายังไง บอกตรงนี้แล้วกันว่าผมไม่ได้คิดร้ายกับใคร และไม่เคยมีเจตนาที่ไม่ดี เราไปบังคับคนอื่นมาคิดกับเรายังไงไม่ได้หรอก แต่เราก็พยายามทำในสิ่งที่เราเชื่อต่อไปว่าแบบนี้ดีแล้ว”