เรียกได้ว่าเป็นกระแสที่กลายเป็นไวรัลอย่างมากอยู่ในขณะนี้ หลังเมื่อวันที่ 9 พ.ค. 68 มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้ออกมาโพสต์แชร์ประสบการณ์สุดเฟลลงในกลุ่ม “พวกเราคือผู้บริโภค” หลังเธอเดินทางไปร้านตัดผมแห่งหนึ่ง โดยโทรฯ สอบถามราคาก่อนเข้ารับบริการ ซึ่งช่างแจ้งว่าคิดราคา 300 บาท รวมสระผม เธอตั้งใจตัดผม “ทรงนักเรียน” และได้เปิดภาพตัวอย่างให้ช่างดู แต่ช่างกลับบอกว่าทรงดังกล่าวคือ “ทรงบ๊อบ” และเริ่มตัดผมออกไปครึ่งหนึ่ง ก่อนจะพาไปสระ ระหว่างนั้นเธอยังย้ำถามว่า ทรงที่ต้องการสามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งช่างยืนยันว่า “ตัดได้” หลังสระผม ช่างกลับตัดสั้นเกินที่ตกลง และยังใช้หวีสไลด์ตัดทั้งศีรษะโดยไม่มีการวัดทรงที่ชัดเจน ส่งผลให้ทรงผมออกมาแหว่ง ไม่สมส่วน โดยเฉพาะหน้าม้าที่ถูกตัดแบบไม่เท่ากัน

โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า “อยากมาระบายค่ะ ก่อนหน้านี้ได้โพสต์ในอีกกลุ่มไปแล้ว แต่ครั้งนี้เป็นกลุ่มช่างตัดผม เมื่อวันที่ 5 ได้มีการไปตัดผมที่ร้านร้านหนึ่ง โดยก่อนจะไป หนูโทรฯไปถามทางร้านว่าจะเข้าไปตัดผมทรงนักเรียน ช่างคิดราคาเท่าไหร่ เขาเลยบอกราคามาว่า 300 บาท รวมสระผม พอไปถึงร้าน หนูก็บอกว่าหนูจะตัดทรงนักเรียน ก็ทำการเปิดรูปให้ดูว่าในภาพว่าประมาณนี้ ช่างบอกว่า “นี่มันไม่ใช่ทรงนักเรียนนะ มันคือทรงบ๊อบ” หนูก็โอเคๆ บอกว่า “งั้นเอาประมาณนี้” ช่างก็เริ่มตัดผมออกไปครึ่งหนึ่งก่อน แล้วค่อยไปสระผม”

อีกทั้ง “ซึ่งก่อนจะสระ หนูถามย้ำอีกรอบว่า “ตัดได้ใช่มั้ยคะ?” ช่างตอบว่า “ตัดได้” พอสระผมเสร็จ หนูก็มานั่งเพื่อเริ่มวัดว่าจะเอาสั้นแค่ไหน หนูบอกว่า “เอาประมาณนี้” (โดยทำมือเทียบๆ กับคาง) ช่างก็เริ่มตัด จากนั้นจู่ๆ ช่างก็บอกว่า “พี่ขอซอยผมออกหน่อยนะ เพราะผมมันพอง” หนูเป็นคนผมหยักศก หนูก็เลยตอบว่า “ใช่ค่ะ” ด้วยความตอนแรกคิดว่าเขาจะซอยแค่ปลายๆ ให้ดู แต่เขาหยิบผมขึ้นมาเกือบกลางหัวแล้วซอยเลย หนูตกใจมาก แต่จังหวะนั้นทำอะไรไม่ถูก ไม่กล้าถาม เพราะคิดว่าอาจเป็นเทคนิคของช่าง (อันนี้หนูโง่เองค่ะที่ไม่ถามหรือไม่ลุกออก) หลังจากนั้นช่างก็ซอยผมหนูทั้งหัวด้วยหวีสไลด์ (ไม่แน่ใจว่าเป็นหวีหรือมีด เพราะสายตาสั้น)”

“หลังจากนั้นช่างก็พูดว่า “จะไปทำทรงนักเรียนทื่อๆ ได้ยังไง” หนูก็เงียบ ไม่ได้พูดอะไร จนมาด้านข้าง ช่างก็ซอยออกไปตามในภาพ ซึ่งหนูคิดแล้วว่ามันไม่ใช่แล้ว เลยหยิบมือถือมาถามว่า “พี่ตัดให้หนูแบบนี้ใช่มั้ย?” ช่างตอบว่า “ใช่” หนูก็เลยเงียบ แล้วเขาก็มาตัดหน้าม้าต่อ แต่ไม่ได้ใช้กรรไกร ช่างหยิบผมด้านหน้าหนู โดยไม่มีการวัดใดๆ แล้วใช้หวีสไลด์สไลด์หน้าม้าออก ซึ่งมันแหว่งค่ะ หนูก็เลยพยายามปัดๆ ทำเป็นจัดทรงหน้าม้า ช่างคงเห็นสีหน้าเลยหยิบกรรไกรมาเล็มๆ ออก แต่ก็ยังไม่เท่ากันอยู่ดี จังหวะนั้นหนูช็อก ทำอะไรไม่ถูก คิดว่าเขาตัดไปแล้ว ทำอะไรไม่ได้ จะลุกก็ไม่ทัน เลยปล่อยบวกกับมองไม่เห็นชัดๆ ด้วย”

“พอทำเสร็จ หนูก็ดูในกระจกแล้วพูดว่า “เหมือนหมวกกันน็อกเลย” แล้วก็ลุกไปจ่ายเงิน ตอนนั้นยังไม่ได้คิดว่ามันจะแย่ขนาดนี้ จนกลับมาบ้าน หนูเลยถ่ายรูปดู เช็กดู สรุปคือมันออกมาเป็นแบบนี้เลยค่ะ หนูร้องไห้ตอนเย็น ก่อนนอนก็น้ำตาไหล ตื่นมาก็ยังร้อง เพราะสภาพผมมันน่าเกลียดมากจริงๆ วันที่ตัดมาวันแรก หนูไม่กล้ามองหน้าพนักงานด้วยซ้ำ เพราะอายหัวตัวเอง ตอนเช้าหนูโทรฯหาช่าง เพื่อถามว่าเขาเป็นเจ้าของร้านหรือเปล่า เขาถามว่ามีอะไร หนูเลยบอกว่าเขาตัดผมออกมาไม่ใช่แบบที่หนูต้องการเลย เขาก็บอกว่าเขาบอกแล้วว่าจะซอย เพราะผมหนูหยักศก มันจะพอง”

อีกทั้ง “แล้วเขาก็บอกให้เข้าไปตอนเย็น จะได้ดูว่าจะช่วยแก้ไขยังไง ตอนแรกหนูก็ว่าจะเข้าไป แต่คิดไปคิดมา หนูก็ไม่ไปดีกว่า เพราะเขาคงไม่ได้รับผิดชอบอะไร นอกจากจะตัดผมหนูเพิ่ม ซึ่งไม่รู้จะเข้าไปด้วยเหตุผลอะไร “หนูควรทำยังไงดีคะ เราควรเรียกร้องอะไรมั้ย”

อย่างไรก็ตาม เมื่อเรื่องราวดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ต่างมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมากอีกด้วย..

ขอบคุณข้อมูล : พวกเราคือผู้บริโภค