สวัสดีแฟนๆ “บันเทิงเดลินิวส์” สุดที่รักของ “นูน่าเมี้ยน” ทุกคน กลับมาพบกันอีกเช่นเคยในทุกสัปดาห์กับพื้นที่ที่รวบรวมเรื่องราวข่าวสารของวงการบันเทิง K-Pop นักแสดง ไอดอลเกาหลีในรอบสัปดาห์มาอัปเดตแบบจัดเต็มพิเศษเพื่อเหล่าสาวกความบันเทิงแดนกิมจิทุกคน ในคอลัมน์บันเทิงสุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่าง “SeoulStation” โดยสัปดาห์นี้นูน่าก็จะพาไปพูดคุยถึงความพิเศษที่บอกเลยว่าคงจะไม่มีใครฟินมีความสุขได้เท่าเหล่า “อากาเซ่” (ชื่อแฟนคลับ GOT7) แล้ว กับคอนเสิร์ตสเกลสเตเดียมสุดยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของวงบอยกรุ๊ปรุ่นใหญ่มากความสามารถ “ GOT7” ที่มีชื่อว่า “2025 GOT7 CONCERT <NESTFEST> in BANGKOK” เมื่อวันที่ 2 – 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา ณ ราชมังคลากีฬาสถาน เรียกว่าสมกับการรอคอยมานานกว่า 5 ปี ทั้ง 7 หนุ่มมากันครบพร้อมหน้าทั้ง “เจบี” (JAY B), “มาร์ค” (MARK), “แจ็คสัน” (JACKSON), “จินยอง” (JINYOUNG), “ยองแจ” (YOUNGJAE), “แบมแบม” (BAMBAM) และ “ยูคยอม” (YUGYEOM)

บอกเลยว่าคอนเสิร์ตใหญ่ในครั้งนี้ทำเอาเหล่าอากาเซ่ต่างพากันปลดล็อกยกด้อม เพราะนี่เป็นรอคอยกันมาอย่างยาวนานกว่า 5 ปี หลังจากเมื่อปี 2020 คอนเสิร์ต “GOT7 2020 WORLD TOUR ‘KEEP SPINNING’ IN BANGKOK” คอนเสิร์ตสเกลสเตเดียมครั้งแรกในไทยของ GOT7 กำลังจะเกิดในวันที่ 15-16 กุมภาพันธ์ 2020 ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน แต่เนื่องด้วยสถานการณ์ของการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้ผู้จัดและต้นสังกัดได้ประกาศเลื่อนจัดออกไปในวันที่ 9-10 พ.ค. 2563 ก่อนที่สุดท้ายจะประกาศ “เลื่อนอย่างไม่มีกำหนด” ทำเอาเหล่าอากาเซ่ต่างพากันเสียดายแบบสุดๆ เพราะนี่จะเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกในประเทศ และเป็นคอนเสิร์ตที่ทุกต่างพากันตั้งตารอคอยกันอย่างมาก แต่ทุกคนก็ “ยังไม่หมดหวัง” พากันเฝ้ารอคอย “ปาฏิหาริย์” ที่ถึงแม้มันจะอยู่เพียงน้อยนิดก็ตาม และเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2021 เมมเบอร์ GOT7 ทั้ง 7 คนได้หมดสัญญากับต้นสังกัด และตัดสินใจ “ไม่ต่อสัญญา” กับทางต้นสังกัด JYP Entertainment แบบยกวง

แม้สมาชิกแต่ละคนจะแยกย้ายกันไปปฏิบัติหน้าที่ของตัวเอง แต่ก็ไม่เคยทำให้อากาเซ่ต้องคิดถึงนาน เพราะพวกเขามีผลงานออกมาให้ติดตาม และแปะมือบินมาพบปะแฟนๆ ในหลายประเทศอยู่ตลอดทั้งปี อีกทั้งยังคงใช้นามสกุลต่อท้ายว่า “GOT7” อยู่เสมอทุกครั้ง และสิ่งหนึ่งที่ทำให้อากาเซ่ยัง “ยึดมั่นและเชื่อมั่น” ในตัวของ GOT7 นั่นก็คือพวกเขาจะพูดเสมอมาว่า “พวกเขาคือวง GOT7” ตอนนี้แค่แยกย้ายกันทำผลงานเดี่ยวเท่านั้นเอง และพวกเขาก็จะกลับมารวมตัวกันแน่นอน และหลังจากแยกย้ายกันไปทำงานเดี่ยวกันมากกว่า 1 ปี GOT7 ก็ได้ปล่อยอัลบั้มพร้อมมิวสิกวิดีโอเพลง NANANA พวกเขากลับมาพร้อมมินิอัลบั้มที่ชื่อว่า “GOT7” เพื่อแสดงตัวตนที่แท้จริง และย้ำเตือนว่าสมาชิกทุกคนยังเป็น GOT7 อยู่เสมอ

บอกเลยว่ายิ่งเป็นแบบนี้ “ความหวังของอากาเซ่” ยิ่งลุกโชนขึ้นอย่างเต็มที่ “การรอคอย” ในครั้งนี้มีความหมายอย่างแน่นอน หลังจากนั้นไม่นาน เมมเบอร์ทั้ง 2 คนอย่าง “เจบี” และ “จินยอง” ก็ได้เข้ากรมรับใช้ชาติไปพร้อมกัน ทำให้อากาเซ่หลายคนคาดเดาว่า GOT7 “จะคัมแบ๊กอีกครั้งในปี 2025” อย่างแน่นอน และสิ่งที่ทำให้ตอกย้ำความเชื่อนี้นั่นคือ เหล่าเมมเบอร์จอมสปอยล์ก็ได้ออกมาสปอยล์ถึงการคัมแบ๊กในครั้งนี้กันอย่างมากมาย ก่อนที่สุดท้ายข่าวการคัมแบ๊กจะถูกยืนยันว่า GOT7 จะคัมแบ๊กเต็มวงอีกครั้งในวันที่ 20 มกราคม 2025 ทำให้แฟนๆ ยิ่งคาดหวัง นอกจากการรวมตัวครบ 7 คนแล้วนั้น คงจะเป็นคอนเสิร์ตใหญ่เต็มรูปแบบที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน จนท้ายที่สุด “ฝันก็เป็นจริง” เมื่อมีการประการประกาศออกมาว่า GOT7 จะมีคอนเสิร์ตในประเทศวันที่ 2-3 พฤษภาคม และงานนี้ “นูน่าเมี้ยน” ก็ไม่พลาดที่จะเข้าร่วมคอนเสิร์ตครั้งประวัติศาสตร์นี้ จนอิ่มความสุขจนล้นออกปาก นอนตะแคงยังไม่ได้เลย มันจะไหลออกทางหู ก็เลยจะมาเล่ารีแคปความสนุก ความมันส์ และความประทับใจให้ทุกคนได้อ่านกัน

เริ่มต้นที่นูน่าก้าวเท้าเหยียบถึงที่ราชมังคลากีฬาสถาน ก็พบกับเหล่าอากาเซ่นับรวมมากกว่าหมื่นคนที่จัดเต็มความสวย ความหล่อแบบไม่ยอมกันเลยทีเดียว แถมมาพร้อมกับเดรสโค้ดสีสะดุดตาประจำด้อมอย่างสีเขียว พร้อมกับสิ่งของประจำกายที่ขาดไม่ได้อย่าง “อากาบง” ที่เตรียมพร้อมมาสร้าง “ท้องทะเลสีเขียว” ให้เต็มไปทั่วคอนเสิร์ตในครั้งนี้ ซึ่งวินาทีแรกที่เดินเข้าในถึงด้านในสนามราชมังคลากีฬาสถาน ภาพแรกที่เห็นต้องทำให้อากาเซ่น้ำตาไหลทันที นั้นก็คือแทบทุกที่นั่งแน่นไปด้วยอากาเซ่มากมายที่มาด้วยความรู้สึกเดียว และแต่ละที่นั่งก็เต็มไปด้วยแสงสีเขียวจากอากาบง พร้อมกับโบกสะบัดคอยเชียร์หนุ่มๆ กันอยู่เต็มไปหมด ราวกับอยู่ใน “ความฝัน” บนสรวงสรรค์เลยทีเดียว ก่อนที่เริ่มเปิดฉากด้วยดนตรีเพลง “Never Ever” พร้อมกับเสียงแฟนชานท์ที่ดังกระหึ่มไปทั่วทั้งสนาม ราชมังคลากีฬาสถาน ตามมาด้วย VCR ความหล่อที่เรียกเสียงกรี๊ดดังกึกก้องไปทั่วสนาม พร้อมกับข้อความว่า “WE ARE BACK” และเริ่มต้นด้วยการแสดงด้วย 3 เพลงสุดมันส์ทั้งเพลงประจำด้อมอย่าง “Hard carry” พร้อมกับเสียงท่อนว๊ากของมาร์คที่หลายคนอย่างฟังแบบสดๆ และตามมาด้วยเพลง “Girls girls girls” กับ “Stop stop it”
สิ้นเสียงเพลงจบลง “แบมแบม” ได้พูดประโยคแรกว่า “ขอเสียงอากาเซ่หน่อยครับ!” ทำเอาเสียงเชียร์ และเสียงกรี้ดดังกึกก้องไปทั่วรามคำแหง สร้างเอ็นเนอร์จี้ความร้อนแรงให้กับอากาเซ่จนพุ่งทะขีดจำกัดกันเลยทีเดียว ก่อนที่ “เจบี” ลีดเดอร์เริ่มประโยคที่คุ้นเคยอย่าง “Come and get it! GOT7! อันยองฮาเซโย GOT7 อิมนีดา” พร้อมกับแนะนำตัวกันที่ละคน และพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับแฟนๆ ด้วยเอ็นเนอร์จี้ที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุข ต่อด้วยความสนุกจนทุกคนแทบจะลุกขึ้นเต้น พร้อมอากาบงให้โบกสะบัดให้กลายเป็นคลื่นทะเลสีเขียวด้วยเพลงดนตรีน่ารักอย่างเพลง “A” และ “Just right” ก่อนที่จะไต่ระดับเพิ่มดีกรีร้อนแรงไปพร้อมกับเพลง “Fly”, “Lullaby” และ “Teenager”

ก่อนจะแวะพูดคุยกันอย่างน่ารักเป็นกันเอง พร้อมกับพาอากาเซ่ทุกคนเข้าสู่ “สนามเด็กเล่นของ GOT7” ด้วยเพลง “Playground” โดยสถานที่แห่งนี้เมมเบอร์ทุกคนพาย้อนไปอยู่ในห้วงความทรงจำที่ผ่านที่เต็มไปรอยยิ้ม ความสุข และน้ำตาแห่งการเติมโตผ่านภาพอดีตวันวานเปรียบเหมือน “สนามเด็กเล่น” ของพวกเขาที่ที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ความผูกพัน และช่วงเวลาที่ไม่มีวันลืม พร้อมกับเพลง “Her” และ “Face” และโปรเจ็กต์สุดยิ่งใหญ่ที่ GOT7 เตรียมมอบให้กับอากาเซ่ทุกคน เริ่มต้นด้วยการแปลโดรนเป็นภาพประตูที่ถูกเปิดออกมารับแฟนคลับทุกคนกลับบ้าน ตามมาด้วยดาว “HEPTAGON 7” และมีมือที่จับกันไว้คือ GOT7 และ IGOT7 มีเส้นที่เหมือนด้ายผูกกันไว้ตรงนิ้วก้อย พร้อมกับข้อความ “2025.05.02 WE ARE HERE” และข้อความ “We can last forever”

ตามมาด้วยการคั่นเวทีการแสดงด้วย VCR ก่อนที่จะเริ่มต้นโชว์เดี่ยวของแต่ละคนที่ใส่เต็ม และสร้างมาเพื่อคอนเสิร์ตครั้งนี้โดยเฉพาะ เริ่มต้นจากพี่ใหญ่ “มาร์ค” ที่เปิดมาด้วยเพลง “Everyone Else Fades” และเพลงใหม่ล่าสุดของเขาที่ไม่เคยโชว์ที่ไหนมาก่อนอย่างเพลง “High as you” ตามมาต่อที่เวทีของ “แจ็คสัน” กับการแสดงโชว์ครั้งแรกบนเวทีของเพลงใหม่ล่าสุดอย่าง “GBAD” พร้อมเซอร์ไพร้ส์เปิดตัว “BUCK” ซิงเกิลใหม่ล่าสุด ต่อกันที่มักเน่ “ยูคยอม” ที่มากับสเตจสุดสนุกเผยให้เห็นการเติบโตอย่างเต็มตัวกับเพลง “Sweet like” และ “WUH” ส่วนด้าน “ยองแจ” มาด้วยสเตจเพลง “T.P.O” เวอร์ชั่นแบนด์เพราะอยากร่วมสนุกกับทุกคน พร้อมกับเพลงใหม่ที่ยังไม่มีกำหนดปล่อยออกมา แต่ก็ได้อ้อนไว้ว่าถ้าปล่อยออกมาขอให้ทุกคนรักเพลงนี้ด้วย ตามมาติดๆ กับสเตจของ “แบมแบม” ที่มากับเพลง “Wheels up” และ “Pandora” โดยเจ้าตัวได้บอกเหตุผลที่เลือก 2 เพลงนี้เพราะอยากให้คนที่ไม่ได้ดูคอนเสิร์ตเดี่ยวรอบที่แล้วของเขาได้ชมโชว์นี้ด้วย ด้าน “เจบี” ได้เลือกเพลง “Crash” มาโชว์บนเสตจเดี่ยวของเขา โดยเขาให้เหตุผลว่าเพื่อให้บรรยากาศที่ร้อนระอุกว่าที่โซล เขาเลยเปลี่ยนเป็นเพลงนี้เพื่อให้ทุกคนได้สนุกกัน ตามด้วย “จินยอง” กับเพลง “Dive” ที่มาพร้อมกับท่าเต้นสุดน่ารัก ก่อนที่จะปิดสเตจเดี่ยวของทุกคนด้วยโชว์ “JJ Project” ของ “เจบี–จินยอง” กับเพลงที่หลายคนรอคอยอย่างเพลง “Tomorrow, Today” และ “Bounce” ที่เมมเบอร์ทุกคนออกมาร่วมโชว์ไปด้วยกัน

พร้อมกันนี้ยังมีเซอร์ไพร้ส์ร่วมร้องเพลงสุขสันต์วันเกิดให้กับ “แบมแบม” บนเวทีอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นภาพความวุ่นวายที่เหล่าอากาเซ่อยากเห็น และอยากให้มันเกิดในทุกๆ วัน โดยแบมแบมได้ขอบคุณ และบอกว่า “เป็นวันเกิดที่ผมมีความสุขมากๆ ได้อยู่ร่วมกับเมมเบอร์ทุกคน และอากาเซ่ทุกคน” ก่อนที่จะเข้าช่วงสุดท้ายของคอนเสิร์ตกับเพลง “If you do”, “Phyton”, “Encore”, “Yours Truly”, “Take me to you”, “Miracle”, “Thank you (slightly)” ตามมาด้วยเมมเบอร์ทุกคนพูดถึงความรู้สึกในคอนเสิร์ตครั้งนี้

ยูคยอม เผยว่า “สวัสดีครับยูคยอมครับ ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่าเหมือนเป็นความฝันเลยครับ วันนี้ทั้งวันผมยิ้มตลอดเวลา มีความสุขตลอดเวลาเลยครับ การที่ได้มาทำการแสดงโชว์บนเวทีร่วมกับเมมเบอร์ GOT7 ที่มารวมตัวกันครับทั้ง 7 คนในครั้งผมก็มีความสุข ได้ทำการแสดงโชว์ ได้มามีความสุขร่วมกับอากาเซ่ทุกคนในสถานที่แห่งนี้ วันนี้ผมมีความสุขมากจริงๆ ครับ ตอนที่ผมเดินมาเห็นกล้องที่ถ่าย ผมเห็นป้ายข้อความที่บอกว่าจะเป็นอากาเซ่แม้จะอายุ 80 ปี ใช่? (ภาษาไทย) ต้องรักษาสัญญานะครับ พวกเราเองก็จะเป็น GOT7 ไปตลอดชีวิต เพราะฉะนั้นทุกคนก็จะต้องเป็นอากาเซ่ตลอดชีวิตเช่นเดียวกันนะครับ รักนะจุ๊บๆ (ภาษาไทย) ขอบคุณทุกคนที่ให้วันนี้เป็นหนึ่งวันที่เป็นสเมือนความฝันให้กับผมนะครับ ขอบคุณครับ”

มาร์ค เผยว่า “สวัสดีครับมาร์คครับ ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณมากๆ เลยครับ วันนี้เองสำหรับพวกเรา GOT7 ก็จะเป็นอีกหนึ่งวันที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ครับ GOT7 ได้มาทำการแสดงโชว์คอนเสิร์ตในสเตเดียมแบบนี้ครั้งแรกครับ ซึ่งโอกาสที่ทำให้พวกเราทำได้แบบนี้ก็เป็นเพราะทุกคนเลยนะครับ พวกเราเองก็ทำงานด้วยความตั้งใจ และด้วยความขอบคุณอยู่เสมอเลยครับ สำหรับพวกเรา 7 คนจริงๆ ก็คิดว่าได้ทำหลายๆ สิ่งมากเลยนะครับ มีสิ่งต่างๆ ให้ได้ชมกันก็หลายอย่าง เพราะฉะนั้นถ้าผมพูดแบบนี้ทุกคนก็จะรับทราบว่าเป็นเรื่องจริงใช่มั้ยครับ GOT7 Forever ครับ ถึงแม้ว่าครั้งต่อไปไม่รู้ว่าพวกเราจะได้มีโอกาสมาเมื่อเมืองไทยอีกเมื่อไหร่ ขอให้ทุกคนอดทนรอด้วยความทรงจำดีๆ ในครั้งนี้ด้วยกันนะครับ จะด้วยวิธีการไหนก็ตามพวกเราจะกลับมาให้ได้นะครับ ขอบคุณครับ (ภาษาไทย)”

ยองแจ เผยว่า “สวัสดีครับยองแจครับ จริงๆ พวกเราต้องทำการแสดงตั้งแต่ปี 2020 แล้วใช่มั้ยครับ แต่ก็เป็นเพราะโควิด-19 และถึงแม้มุนเวลาจะผ่านมานานกว่า 5 ปีแล้ว แต่การที่ทุคนมาเติมเต็มสถานที่แห่งนี้ให้เต็มล้นแบบนี้ มันเป็นเรื่องที่ผมรู้สึกขอบคุณมากจริงๆ ครับ เอาจริงๆ ผมก็มีความกังวลนะครับว่าจะแฟนๆ มารับชมพวกเรามากหรือเปล่า แต่ว่าพอเห็นคนมากมายแบบนี้นะครับ ผมเองก็รู้สึกดีจริงๆ เลยครับ ผมก็ขอบคุณทุกๆ คนที่เดินทางมาด้วยตัวเอง มาเติมสถานที่แห่งนี้ให้เต็มแบบนี้ มาแสดงความเชื่อมั่นในตัวพวกเราให้พวกเราได้รู้สึกในครั้งนี้ ซึ่งเวลาจะผ่านไปอีกนานสักแค่ไหนผมก็ไม่สามารถทราบได้ แต่ว่าผมก็อยากจะรีบกลับมาร่วมสนุกกับทุกคนในสถานที่แห่งนี้อีกครั้งนึงครับ ทำให้พวกเรารู้ว่าสิ่งที่พวกเราต้องทำก็มีเพียงแค่ว่าพวกเราตั้งใจทำงานแค่นั้นก็พอ ตราบใดที่ทุกคนอยู่ตรงนี้พวกเราก็จะอยู่ตรงนี้เช่นเดียวกันครับ ต้องขอขอบคุณทุกคนอีกครั้งนึงนะครับ ขอบคุณครับ (ภาษาไทย)”

แจ็คสัน เผยว่า “สวัสดีพี่แจ็คนะครับ (ภาษาไทย) ก่อนอื่นสิ่งที่ผมอยากจะพูด นี่คือความฝันของพวกเรา 7 คนครับ และผมอยากจะกล่าวขอบคุณกับทุกคนที่ยังคงรอ เพราะในชีวิตความเป็นจริงเมื่อเวลาผ่านไป ความจริงอาจจะเปลี่ยนแปลงได้ไม่มีใครสามารถทราบได้ใช่มั้ยครับ การที่ทุกคนยังยืนรออยู่ตรงนี้นี่คือทั้งหมดสำหรับพวกเราครับ สิ่งที่ผมอยากจะบอกทุกคนที่อยู่ตรงนี้ทั้งหมด จริงๆ ก็มีความลำบากอยู่เหมือนกันนะครับ เพราะฉนั้นการที่พวกเราได้มารวมตัวกัน และสามารถที่จะมอบความสุขให้กับทุกๆ คนได้ สิ่งนั้นเป็นสิ่งที่พวกเรา 7 คนพูดคุยกันอย่างสม่ำเสมอเลยครับ เรา 7 คนตั้งแต่อายุ 17 ปี เราโตมาด้วยกันครับ สิ่งนี้แหละครับที่ทำให้เรารู้ความหมายของพี่น้องที่แท้จริงคืออะไร ภาพที่มองเห็นอยู่ตรงหน้าผมเองก็ไม่รู้ว่าจะได้เห็นมันอีกเมื่อไหร่ แต่ในความทรงจำของผมแล้วภาพนี้จะติตอยู่ในหัวของพวกเราตลอดไปเลยครับ และมีอีกหนึ่งเรื่องที่ผมนึกได้ ถึงแม้พวกเราจะอายุ 40 50 60 อยู่ในสถานะที่ไม่สามารถเต้นได้ หรือถึงแม้จะเต้นจนกระดูกหักพวกเราก็จะทำเต็มที่เลยครับ เกณฑ์ความสุขของแต่ละคนต่างกันใช่มั้ยครับ แต่สำหรับสิ่งนี้คือเกณฑ์ของความสุขที่แท้จริงสำหรับพวกเราครับ ขอบคุณทุกคนอีกครั้งหนึ่งครับ ขอบคุณครับ (ภาษาไทย)”

แบมแบม เผยว่า “สวัสดีครับแบมแบม GOT7 นะครับ ทุกคนสนุกมั้ยครับวันนี้ มีความสุขมั้ยครับ แต่เอาจริงๆ มากกว่าทุกคนพวกผม 7 คนมีความสุขมากกว่านะครับ วันนี้ผมรู้สึกว่าทุกอย่างมันผ่านไปเร็วมากเลยครับ ไม่สมกับเวลาที่เรารอ 5 ปีเลย ขอบคุณทุกคนจริงๆ ครับที่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุกคนไม่เคยที่จะยอมแพ้ และไม่เคยที่จะเลิกรักพวกผมเลย สิ่งหนึ่งที่พวกผม 7 คนรู้สึกดีที่สุดก็คือในฐานะลูกผู้ชายทั้ง 7 คน พวกเราได้ทำตามคำสัญญาที่พวกเราได้ให้ไว้ที่นี่ และทุกคนก็ทำตามความสัญญาว่าจะรอพวกเราอยู่ นี่แหละครับมันเรียกเป็นคำว่าครอบครัวที่แท้จริง ต้องขอบคุณทุกคนจริงๆ ที่ไม่ไปไหน และไม่เคยออกจากรังนกนี้ ตราบใดที่ทุกคนยังอยู่ที่นี่ ผมสัญญาว่ายังอยู่ตรงนี้ อยู่กับทุกคนไปนานๆ พวกผม 7 คนและอากาเซ่ทุกคนผ่านอะไรกันมาเยอะ แต่วันนี้มันทำให้ผม และ GOT7 ทุกคนมั่นใจมากขึ้นว่าความดังมันไม่ได้สำคัญ แต่ว่าคนที่อยู่นานที่สุดเป็นผู้ชนะจริงๆ ครับ ซึ่งจริงๆ พวกเราทุกคนยังยืนอยู่ตรงนี้ในนาม GOT7 ได้ก็เพราะมีทุกคนอยู่ครับ และตามที่ทุกคนบอกนะครับ จะพยายามไม่ทำให้ทุกคนรอนานนะครับ และสัญญาว่าจะกลับมาเจอทุกคนอีกครั้งนึงนะครับ รอบหน้าเรามาตั้งเป้าหมายใหม่กันนะครับ หวังว่ากว่าจะถึงวันนั้นมันจะมีที่ที่ใหญ่กว่าราชมังฯ ให้พวกผม GOT7 ได้ทำการโชว์ให้มันสมศักดิ์ศรีหน่อยนะครับ แบมแบม GOT7 ขอบคุณครับ”

จินยอง เผยว่า “สวัสดีครับจินยองนะครับผม สนุกกันมั้ยครับ ตอนที่เมมเบอร์พูด และรวมถึงตอนที่ผมทำการแสดงอยู่บนเวที แล้วมีเรื่องหนึ่งที่ผมคิดถึงครับ การที่เมมเบอร์ได้มาพบกับแฟนๆ ทุกคนในช่วงวัยสิบกว่าเข้ายี่สิบเนี้ย แล้วพวกเรายังคงความรักความสัมพันธ์แบบนี้จนมาถึงเวลาที่ผ่านไปกว่า 10 กว่าปีเนี้ย มันเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยจินตนาการถึงมาก่อนเลยครับ พอเห็นแฟนๆ มากันมากมายแบบนี้ จริงๆ พวกเราเองก็เคยสงสัยในตัวพวกเราเองว่าเราได้ใช้ชีวิตกันมาถูกทางหรือเปล่า แต่พอได้เห็นภาพที่อยู่ตรงหน้าของพวกเราแล้ว ทำให้เกิดความมั่นใจว่าเราเดินกันมาถูกทางแล้ว อยากจะกล่าวขอบคุณ และกล่าวคำว่ารักกับอากาเซ่ทุกคนที่ทำให้เรารู้สึกได้แบบนี้ครับ ขอบคุณเสมอเดี๋ยวเจอกันใหม่นะที่นี่อีกครั้งนึงครับ ขอบคุณครับ (ภาษาไทย)”

เจบี เผยว่า “สวัสดีครับเจบี GOT7 นะครับ จริงๆ ผมมีความกังวลอยู่เยอะอย่างที่ทุกคนทราบกัน แต่ก็รูสึกดีครับที่ได้คลายความกังวลไปครึ่งหนึ่ง และก็หวังว่าทุกคนจะได้ใช้เวลาที่สนุกสนานแบบนี้นะครับ ตอนที่แบมแบมที่ขอโทษเมมเบอร์ที่เขามาทำการแสดงที่สถานที่แห่งนี้ก่อนวง ก็คิดว่าทำให้คลายความกังวลของแบมแบมไปไม่มากก็น้อย เพื่อทำให้รู้สึกดีนะครับ ในระหว่างการแสดงก็มีความกังวลอยู่ตลอดเลยครับว่าทุกคนไม่สนุกกันหรือเปล่า ต้องตั้งใจมากกว่านี้หรือเปล่า ต้องทำให้สนุกมากกว่านี้หรือเปล่า แต่พอตอนท้ายๆ ได้ยินเสียงของทุกคนก็รู้ได้เลยว่าฉันทำได้ดีแล้วล่ะ ก็รู้สึกภูมิใจ รู้สึกดีใจ ขอให้ทุกคนรักษาสุขภาพ และมีความสุขนะครับ ผมคิดว่าพวกเรามีความสัมพันธ์ที่สนิทกันมากเลยใช่มั้ยครับ ความรู้สึกนี้ถูกส่งต่อไปยังอากาเซ่ทุกคน ทำให้พวกเรา และอากาเซ่เองก็มีความเป็นหนึ่งเดียวแน่นแฟ้นแบบนี้เช่นเดียวกันหรือเปล่าที่เป็นความคิดของผมครับ เรารักคนรอบข้างทีละคนทีละคนให้มากขึ้นะครับ และนี่คือเจบี GOT7 นะครับ”

และปิดท้ายโปรเจ็กต์สุดประทับใจจากอากาเซ่กับข้อความที่เขียนว่า “WE ARE HERE FOR GOT7” และ “GOT7 YOU ARE MY HOME” เรียกน้ำตาให้กับอากาเซ่และเมมเบอร์ได้อย่างซึ้งใจกันเลยทีเดียว พร้อมกับปิดท้ายอังกอร์ด้วยเพลง “Out”, “Look”, “A remix”, “Go higher”, และ “Before the full moon rises” ปิดฉากคอนเสิร์ตครั้งนี้ได้ด้วยอย่างสวยงาม และประทับใจ การแสดงคอนเสิร์ตในครั้งนี้เป็นการแสดงบนเวทีสเกลสเตเดียมครั้งแรกในประเทศไทยของ GOT7 และทั้งสองวันก็ขายบัตรหมดได้อย่างรวดเร็ว พิสูจน์ให้เห็นถึงความนิยมอันมั่นคงทั่วโลก และพลังความรักของอากาเซ่ที่มีต่อ GOT7 ซึ่งทั้งสองวันนี้มีผู้เข้าชมคอนเสิร์ตรวมกว่า 85,000 คน แน่นอน 7 คน 7 ค่ายไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาจะมาร่วมตัวกันได้ง่ายๆ แต่เป็นเพราะ “ความรัก” ของอากาเซ่ที่มั่นคงต่อ GOT7 ทำให้ “ฝันเป็นจริง” ได้อย่างง่ายดาย และการรอยคอยตลอด 5 ปีที่ผ่านมามันคุ้มค่ายิ่งนัก “อากาเซ่” ไม่เคยท้อ “GOT7” ก็ไม่เคยปล่อยให้รอแบบไร้ความหวัง ต่างฝ่ายต่างเป็นกำลังใจให้กันและกันมาโดยตลอด


บทสรุปของการรอคอยครั้งนี้ทำให้นูน่าเข้าใจความหมายประโยคที่หลายคนบอกไว้ว่า “ถ้าวันนั้นไม่ได้มาเป็นแฟนคลับ เงินคงจะเต็มกระเป๋า พื้นที่ในโทรศัพท์คงเหลือเยอะมาก แต่หัวใจคงว่างเปล่าและไม่ได้รับการเยียวยา” ได้อย่างลึกซึ้งเลยทีเดียว อยากขอบคุณ GOT7 เป็นพันๆ ครั้งที่เข้ามาเติมเต็มและมาเป็นส่วนหนึ่งของหัวใจสีเทาดวงนี้ให้ได้มีชีวิตชีวา และมีสันสันมากยิ่งขึ้น และนูน่าเชื่อได้เลยว่า “ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป การรอคอยของอากาเซ่ก็คงจะเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง” ไว้ทุกคนมาเจอกันใหม่อีกนะเจ้าก้อนความสุขทั้ง 7 และจนกว่าจะถึงวันนั้นขอให้พวกนายใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และอากาเซ่ทุกคนก็จะ “ตั้งใจใช้ชีวิตอย่างดีที่สุด เฝ้ารอจนกว่าเราจะได้พบกันอีกครั้ง”..

คอลัมน์ “SeoulStation”
โดย “นูน่าเมี้ยน”
ขอบคุณภาพ : @GOT7Official



