ผู้สื่อข่าวรายงานว่านับเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับการศึกษาไทยสู่ยุคดิจิทัล เมื่อรัฐบาลเดินหน้านโยบายสนับสนุนแท็บเล็ต–โน้ตบุ๊กให้กับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยี ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และเตรียมเยาวชนให้พร้อมก้าวสู่โลกแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI)

นางสาวมะลิวัน มาเหง่า ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชัยภูมิ กล่าวว่า สำหรับจังหวัดชัยภูมิ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชัยภูมิ (สพม.ชัยภูมิ) ได้ดำเนินการส่งมอบอุปกรณ์ดิจิทัลให้กับนักเรียนใน 13 โรงเรียน รวมจำนวน 10,743 เครื่อง ในรูปแบบ “ยืมเรียน” ตามโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานทุกที่ทุกเวลา โดยมอบหมายให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชัยภูมิ (สพม.ชัยภูมิ) ประกวดราคาเช่า (e-bidding) กำหนดส่งมอบตามสัญญาเช่า แบ่งการส่งมอบออกเป็น 2 รอบ คือ วันที่ 17 มิถุนายน 2569 จำนวน 5,565 เครื่อง และวันที่ 18 มิถุนายน 2569 จำนวน 5,178 เครื่อง

แม้ประชาชนบางส่วนจะมีข้อกังวลว่า แท็บเล็ตและโน้ตบุ๊กอาจถูกนำไปใช้เพื่อความบันเทิงหรือเล่นเกมมากกว่าการศึกษา แต่โรงเรียนได้วางระบบการบริหารจัดการและการกำกับดูแลการใช้งาน โดยครูสามารถติดตาม ดูแล และกำหนดแนวทางการใช้ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ทางการเรียน เพื่อให้อุปกรณ์เหล่านี้เกิดประโยชน์สูงสุดกับนักเรียน

นายกีฬาชัย รัตนีย์ศรีบัญฑิต ผอ.โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล และครูผู้สอนมองว่า เทคโนโลยีในยุคปัจจุบันไม่ใช่เพียงเครื่องมือในการค้นหาข้อมูล แต่เป็นห้องเรียนแห่งใหม่ที่ช่วยให้นักเรียนฝึกการคิด วิเคราะห์ สร้างสรรค์ผลงาน และเรียนรู้การใช้ AI อย่างถูกต้อง มีจริยธรรม และปลอดภัย ทั้งนี้ ทางโรงเรียนได้บริหารจัดการและมอบหมายให้ครูผู้รีบผิดชอบดำเนินการให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ตามแนวทางนโยบายของทางราชการที่ได้จัดสรรให้ในครั้งนี้

ผู้ปกครองโดยเฉพาะครอบครัวที่มีรายได้น้อย ต่างเห็นว่าโครงการนี้ช่วยเปิดโอกาสให้บุตรหลานได้มีคอมพิวเตอร์และเครื่องมือดิจิทัลที่อาจไม่สามารถจัดหาได้ด้วยตนเอง ทำให้นักเรียนทุกคนมีโอกาสเข้าถึงการเรียนรู้สมัยใหม่และเทคโนโลยี AI ได้อย่างเท่าเทียม
นางสาวแก้วชรินทร์ฏา สุวรรณภูวเดช นักเรียน ม.6/2 โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล เล่าว่า การได้รับแท็บเล็ต–โน้ตบุ๊กครั้งนี้ จะช่วยให้สามารถค้นคว้าหาความรู้ ทำรายงาน เรียนออนไลน์ และฝึกใช้เครื่องมือ AI เพื่อเพิ่มทักษะที่จำเป็นสำหรับการศึกษาต่อและการทำงานในอนาคต

โครงการดังกล่าว ได้ผ่านกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ตามระเบียบ การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ และ ระเบียบกระทรวงการคลังฯ จึงไม่ได้เป็นเพียงการมอบอุปกรณ์เทคโนโลยี แต่เป็นการลงทุนด้านโอกาสทางการศึกษา ลดช่องว่างทางดิจิทัล และสร้างรากฐานสำคัญให้เยาวชนจังหวัดชัยภูมิพร้อมแข่งขันในโลกอนาคต
“จากแท็บเล็ต–โน้ตบุ๊กหนึ่งเครื่อง สู่โอกาสการเรียนรู้ที่อาจเปลี่ยนอนาคตของเด็กคนหนึ่งได้”