เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งรางวัลทรงเกียรติอย่างมากของวงการบันเทิงไทย สำหรับ นาฏราชครั้งที่ 16 ประจำปี 2568 ที่จัดโดยสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ซึ่งปีนี้กลับมาพร้อมความยิ่งใหญ่และเข้มข้นกว่าเดิม เพื่อยกย่องและเชิดชูบุคลากรทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังผู้สร้างสรรค์ผลงานโทรทัศน์อันโดดเด่นตลอดปีที่ผ่านมา
โดยในปีนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 18 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งปีนี้ คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้ทำการพิจารณาผลงานอย่างละเอียดถี่ถ้วนครอบคลุมหลากหลายประเภทและรูปแบบของรายการโทรทัศน์ เพื่อเฟ้นหาสุดยอดผลงานใน 52 สาขา พร้อมทั้งมีประเภทของรายการออนไลน์เข้ามา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเภทรางวัลที่สะท้อนถึงการเติบโตของคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มออนไลน์อีกด้วย
เขมทัตต์ พลเดช ตำแหน่ง นายกสมาพันธ์ฯ เผยว่า “รางวัลนาฏราชเกิดมาหลายปีแล้ว เรียกว่าเป็นรางวัลที่เก่าแก่อีกรางวัลหนึ่งในประเทศไทยก็ว่าได้ ปัจจุบันปีที่ 16 แล้ว ซึ่งครั้งแรกจัดปี 2552 แล้วตอนนั้นยังเป็นแค่ 4-5 ช่อง คือ ช่อง 3 5 7 9 และคอนเซปต์ก็คือว่าจะใช้กรรมการโหวตเตอร์ โดยเลียนแบบมาจากรางวัลออสการ์ที่เมืองนอก ซึ่งคำว่าโหวตเตอร์ก็คือผู้ที่อยู่ในวงการบันเทิง ทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง และคนที่เกี่ยวข้องมาเป็นโหวตเตอร์ ซึ่งในยุคแรกๆ โหวตเตอร์ก็จะมาจากช่อง 3 5 7 9 และ ต่อมาปี 2557 ก็เกิดทีวีดิจิทัลขึ้นมา เราก็ขยายเพิ่มขึ้น เพราะแต่ละสถานีมีคอนเทนต์เพิ่มขึ้น ก็ทำให้มีผลงานเพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตามตั้งแต่ปี 57 จนถึงปี 68 ผลงานเองก็มีการพัฒนาขึ้นมา แต่จำนวนของผลงานก็ยังอยู่ในระดับที่ได้ ซึ่งมันมีสตรีมมิ่ง แพลตฟอร์มที่มาช่วยผลักดัน ทำให้ตัวคอนเทนต์มันน่าสนใจมากยิ่งขึ้น”
“ส่วนรูปแบบ ประเภทมันก็จะกลับมาส่วนที่ 2 คือประเภทของรายการ ถามว่าแบ่งเป็นประเภทอะไรบ้าง ส่วนใหญ่ก็จะแบ่งเป็นประเภทข่าว สารคดี รายการ ซีรีส์ บันเทิง รวมทั้งดารานำชายหญิง และละครยอดเยี่ยม จะเห็นได้ว่าพัฒนาการของมันเกือบ 20 ปี ก็จะมีมาเรื่อยๆ ในแต่ละปีก็จะเจอดราม่า ซึ่งรางวัลเราเกี่ยวกับดราม่าอยู่แล้ว ไม่ดราม่าด้านข่าว ก็เกิดมาจากอินฟลูเอนเซอร์เอง หรือคอนเทนต์เอง หรือเกิดจากตัวสถานี หรือเกิดจากตัวของสภาพเศรษฐกิจ ซึ่งดาราก็เป็นปุถุชน ตัวสภาพสังคมในยุคนั้นจะเห็นได้ว่าตัวคีย์เวิร์ดที่ได้รับรางวัลดารานำ ถือว่าเป็นตัวไฮไลต์อันหนึ่ง ซึ่งเราก็ไม่ได้บรีฟกับดาราเลยว่า คนที่ได้รับรางวัลจะพูดความในใจอย่างไรบ้าง แต่ทำให้ตัวโควทคำพูดมันอยู่ได้ตลอด ซึ่งรางวัลนาฏราชเองก็จะแตกต่างจากรางวัลอื่นๆ ในวงการบันเทิง ส่วนรางวัลประเภทอื่นๆ ที่เขาจัดการก็จะเป็นกรรมการซึ่งลักษณะจะไม่เหมือนกัน ถึงแม้ว่าตัวละครตัวคอนเทนต์จะนำมาประกวดกัน แต่วิธีการเลือกจะไม่เหมือนกัน ซึ่งเราดูจากที่ผ่านมาก็จะเห็นว่า รางวัลนี้ของนาฏราช ก็จะคล้ายๆ กับรางวัลของหน่วยงานอื่นๆ เหมือนกัน ซึ่งต่อมาช่วงหลังตัวประเภทรางวัลทำให้หลายคนบอกว่ารางวัลเยอะ ซึ่งพัฒนาการของรางวัลหน้าตลาดขึ้นอยู่กับตัวนิยมของผู้ชม และเทรนด์ของผู้ชมด้วย”

“อย่างที่บางช่อง ที่ผ่านมาเขาไม่ส่งละครเข้ามาเลย แต่ด้วยละครเขาดี คือตัวลักษณะของรางวัลที่ได้ บางทีอาจจะขัดแย้งหรือว่าค้านสายตา บางทีอาจจะบอกว่าทำไมฉันไม่ได้รับเลือก คือเรามีขั้นตอนถึงสามขั้น ซึ่งทุกๆ ปีที่ผ่านมาจะมีคำว่าช่องใดช่องหนึ่งอวอร์ด ถามว่าจะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างไร ที่ผ่านมาเราพยายามแก้ทุกสองปีหรือสามปี เราจะรีวิวโหวตเตอร์ และเราจะบอกกับทุกสถานีว่าคุณต้องให้เกียรติต่อสถานีที่เป็นสมาชิกด้วยกัน วงการเดียวกัน เพราะฉะนั้นการเอนเอียงก็จะเริ่มน้อยลง แต่มันก็ต้องมีบ้าง อันนี้ต้องยอมรับในออสการ์ก็มี ในฐานะที่เราเป็นสมาพันธ์ ก็ต้องพยายามที่จะประคับประคองไป แต่ในอนาคตจะลดลงเรื่อยๆ แต่ถามว่ามันจะหมดไหม ไม่มีทางหมดหรอก เราทำงานมากับตัวดราม่าตัวละครอยู่แล้ว มันเป็นบันเทิงอยู่แล้ว บางช่องส่งผลงานเข้ามาไม่ผ่านรอบแรกก็มี ซึ่งเขาอาจจะไม่ส่งอีกเลย อันนี้ก็เป็นนโยบายของเขา เราไปก้าวล่วงไม่ได้ ทุกปีแล้วก็ไปเยี่ยมเขา ถามเขาว่าปีนี้ส่งได้ไหม ซึ่งเราก็เยี่ยมทุกช่อง ถึงแม้ไม่มีละครก็ยังส่งด้านข่าวหรือรายการมานิดนึง”
นายกสมาพันธ์ฯ เผยต่อว่า “สำหรับผลงานซีรีส์วายที่มีกระแสในวงการบันเทิงมากขึ้นคือเราจะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่ละครซีรีส์แบบนี้ เริ่มได้รับรางวัลแล้วนะในละครเย็นกับละครดึก และอีกส่วนหนึ่งถ้ามันมีจำนวนมากขึ้น คนดูเองก็ยอมรับ ก็ต้องบอกก่อนว่าโหวตเตอร์เราประมาณ 10% ก็จะมี LGBTQ+ เพราะฉะนั้นเขาก็จะเข้าใจประเด็นตรงนี้เยอะมาก เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าละครที่เกี่ยวกับซีรีส์วายชายหรือหญิงก็ตาม เป็นละครที่สะท้อนสังคม และซ่อนคุณธรรมบางอย่างในนั้นไว้ด้วย ไม่ใช่แค่เรื่องรักเรื่องใคร่อย่างเดียว ในส่วนของการเพิ่มรางวัลเข้ามาไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้กับใคร เป็นการเปิดพื้นที่ให้กับคนหน้าใหม่และผู้ผลิต ซึ่ง 52 รางวัล หลายคนอาจจะคิดว่าเยอะ ซึ่งเสน่ห์ของรางวัลนาฏราช คือเป็นรางวัลเดียวที่เป็นความภูมิใจของคนที่ได้รางวัลเนื่องจากเพื่อนในวงการบันเทิงโหวตให้กันและกัน คนบันเทิงมักจะมีความเป็นศิลปินเยอะ ซึ่งถ้าเขายอมรับในตัวของอีกคนหนึ่งแล้วก็ถือว่าคนที่ยอมรับนั้น มีความภูมิใจมีเกียรติยศมากกว่ากรรมการใครก็ไม่ทราบมาให้รางวัลเขา แต่ในเรื่องของนักแสดงนำหญิงเราไม่ได้ฟิกซ์ว่า จะต้องเป็นพระเอกนางเอกเท่านั้น 1. ถ้าบทนำดี คนที่เขาส่งมาเขาต้องค่อนข้างมั่นใจว่าคนนี้เป็นประเภทนี้ 2. กรรมการโหวตเตอร์มองแล้วว่าบทนี้ประเภทนี้ใช้ได้ เพราะฉะนั้นดาราที่เป็นนางรองหรือพระรองมักจะส่งได้เสมอในบางอัน”

“สำหรับรางวัลนาฏราชครั้งที่ 16 เป็นรางวัลสำหรับเกียรติยศของวงการบันเทิง จะเริ่มประกาศรางวัลในวันที่ 18 พฤษภาคมนี้ เราจะมีการเดินพรมแดงประมาณ 6 โมงเย็น แล้วหลังจากนั้นทุ่มครึ่งเราจะถ่ายทอดสดทางช่องวัน ยาว 3 ชั่วโมง ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าดารานักแสดง ผู้กำกับ ผู้ที่อยู่วงการบันเทิง จะติดตามรับชม รวมทั้งผู้ชมทั้งประเทศด้วย ปีนี้มีนักแสดงดาราสังกัดทุกช่องมาร่วมงานจำนวนเยอะ ถึงแม้สถานที่จะเล็กกว่าปีที่แล้วแต่ดาราแน่นมาก ก็หวังว่าทุกคนจะมาร่วมงาน”
วัชระ แวววุฒินันท์ ตำแหน่งนายกกิตติมศักดิ์ (ในฐานะประธานจัดงานนาฏราช) เผยว่า “ส่วนในปีที่ 16 นี้มีสาขารางวัลที่เพิ่มเข้ามา แต่ต้องย้อนไปก่อนว่ารางวัลนาฏราชพัฒนาจากอุตสาหกรรม คือแต่ก่อนเราแจกเฉพาะทีวี ตอนหลังเรามีแพลตฟอร์มทางออนไลน์เข้ามา เพราะว่าอุตสาหกรรมโลกทัศน์มันเปลี่ยน ครั้งหนึ่งเราก็เลยเชิญทุกสมาชิกของเราที่ไม่ได้มีแค่ช่องโทรทัศน์ ซึ่งทางช่องออนไลน์ก็แฮปปี้ที่ได้มาเป็นสมาชิกกับเรา เราก็จะช่วยกันดูแลขยายในกลุ่มที่ไม่ใช่แต่ทีวีออนไลน์ ซึ่งเราก็เพิ่มรางวัลขึ้นมาด้านออนไลน์ ซึ่งเดิมจะเป็นทางทีวี เราก็จะเพิ่มด้านของซีรีส์และละครของออนไลน์เข้ามา เพราะต้องยอมรับเลยว่าคอนเทนต์ของละครคนสนใจมากเป็นอันดับหนึ่ง แล้วเดี๋ยวนี้คอนเทนต์อันนึงมันไม่ได้ออนแอร์แค่วินโดว์เดียวหรอก มันต้องมีทั้งทีวีและออนไลน์
เกณฑ์ของละครบางเรื่องที่ออนแอร์ทั้งสองทางคือ คอนเทนต์ไหนที่ออนแอร์วินโดว์ไหนเป็นอันดับแรกเราถือว่าในการประกวดคุณจะต้องลงในแพลตฟอร์มนั้นก่อน อย่างถ้าผู้ผลิตลงของทางช่องทางโทรทัศน์ก่อนแล้วอีก 1 ชั่วโมงตามลงทางออนไลน์ ซึ่งถ้าเราคัดเลือกแบบนี้คืออยู่ในฝั่งโทรทัศน์ คือเราจะมีชาแนลให้เขาเลือก คุณไปตกลงกับเจ้าของแพลตฟอร์มมีเวอร์ชั่นอันคัทอีกกี่ตอนเราก็ไม่รู้ แต่ถ้าคุณออกอากาศในช่องฟรีทีวีก่อนก็ไปช่องนี้ก็จะอยู่หมวดนี้ ก็จะเข้าไปส่งหมวดอื่นซ้ำไม่ได้
ถามว่าเกณฑ์คัดเลือกมันกระจัดกระจายไปแล้วมันส่งถึงผู้ลงคะแนนเสียงทุกคนหรือเปล่า คือจริงๆ แล้วเรามีเกณฑ์ ไม่ว่าตัวละครหรือรางวัลผู้กำกับ ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนเราใช้เกณฑ์เดียวกันเพียงแต่ว่าคนที่มาพิจารณาก็ต้องดูว่าละครเรื่องนั้นมันเหมาะสมกับเกณฑ์ตรงนั้นไหม ซึ่งตัวผมคิดว่าไม่ได้เป็นข้อปัญหาคือเราต้องเช็กฟีดแบ็กในการทำงาน โดยที่จะต้องเช็กจากคนตัดสินซึ่งถามว่าเขางงไหม ตอนแรกเขาก็งงเพราะว่ามันเยอะ พอเขาทำความเข้าใจเขาก็โอเค ซึ่งหมวดทีวีก็ดูของทีวีไป หมวดออนไลน์ก็ดูของออนไลน์ สำหรับทางออสการ์คนที่จะมาตัดสินได้จะต้องดูผลงานของผู้เข้าชิงทุกชิ้น ถามว่าแล้วทางนาฏราชมั่นใจได้อย่างไรว่าผู้ที่ลงคะแนนเสียงจะได้ดูผลงานทุกชิ้นที่เข้าชิงรางวัลได้ครบ การตัดสินจะไม่เอนเอียงไปทางใดทางหนึ่ง คือการตัดสินของเราจะไม่ได้มีการมานั่งถกเถียงกัน เราใช้วิธีการต่างคนต่างดูแล้วให้คะแนน ซึ่งเขาจะดูผ่านออนไลน์ สมมุติรางวัลนี้มีคนเข้าชิงอยู่ห้าเรื่อง ทางผู้จัดก็จะตัดตอนที่ดีที่สุดมา คือผมขอพูดตรงๆ ว่ามันก็คงยากที่จะให้กรรมการไปตามดูเรื่องเต็ม แต่อย่างน้อยเขาก็ต้องได้ดูจากที่ผู้จัดตัดมาหรือฟีดแบ็ก มันจะเป็นข้อมูลที่ช่วยในการตัดสิน ซึ่งในระบบที่เราทำออนไลน์ เราก็ระบุไว้เลยว่าคุณจะต้องดูครบทุกอันนะแล้วค่อยตัดสิน ไม่ใช่ดูอันเดียวแล้วตัดสินเลย ระบบมันจะไม่ให้ อย่างน้อยเราก็มีความมั่นใจว่ากรรมการได้ดูคลิปครบทุกอัน ซึ่งเราจะมีเกณฑ์อยู่แล้วว่ารางวัลนี้เราตัดสินโดยวิธีการดูอย่างไรบ้าง
หลายคนงงว่ารางวัลนักแสดงนำชาย นักแสดงนำหญิง ยกตัวอย่าง อย่าง “ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก” ได้เข้าชิงนักแสดงนำหญิง แล้วทำไม “ลูกเกด เมทินี” ถึงมีชื่อเข้าชิงในนักแสดงนำหญิงจากละครเรื่องเดียวกัน คืออันนี้ผู้ส่งเป็นคนเลือก ซึ่งเราเองก็ถามย้ำนะว่าคุณส่งแบบนี้แน่นอนใช่ไหม ก็เป็นเคสเดียวกับ “เบลล่า ราณี” และ ”ใหม่ เจริญปุระ“ ในเรื่องของกรงกรรม คือคนส่งเขาเป็นผู้เลือกที่จะส่ง คือเราให้สิทธิสมาชิกเนื่องจากเขาคงมีเหตุผลอะไรที่จะส่งแบบนั้น ซึ่งเราไม่ได้ฟิกซ์ว่านักแสดงนำหญิงจะต้องเป็นพระเอกนางเอกเท่านั้น ถ้าเกิดบทแข็งแรงก็ส่งได้”

สุรพล พีรพงศ์พิพัฒน์ ที่ปรึกษาสมาพันธ์ฯ เผยว่า “16 ปีของนาฏราช มันมีความแกว่งอยู่ในช่วงหลังๆ ช่วงโควิดตั้งแต่นั้นมา มันมีหนึ่งแห่งไม่ได้ผลิต แต่เป็นละครรีรันซะเยอะ และมันมีความเปลี่ยนแปลงของแพลตฟอร์มของโลก เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงถ้าดูให้ลึก ดูเรื่องราวทั้งหมดหกปี แต่ละช่องมันสม่ำเสมอมากในสมัยนั้น พอมันเปลี่ยนแพลตฟอร์มมันก็เลยเปลี่ยน นโยบายก็เลยเปลี่ยน คือการสมัครของนาฏราชจะไม่เหมือนที่อื่นเพราะต้องเสียค่าใช้จ่ายด้วย ถ้าเกิดว่าเขาส่งเข้ามาแล้วเสียตังค์ด้วยผลงานไม่เข้าตา แล้วผลงานไม่พร้อมหลายๆ องค์ประกอบ ก็คือสิ่งที่เขาบอกว่ามันคือนโยบายของเขา แต่ตื้นลึกหนาบางจะมากกว่านั้นหรือเปล่าเราไม่รู้ และรีรันมันตอบโจทย์มากกว่า แต่รีรันมันส่งประกวดไม่ได้ เลยทำให้ไม่รู้จะเอาอะไรมาส่ง ถ้าเขาพร้อมเขาก็ไม่ได้บอกว่าเขาจะไม่ส่ง รอเขาพร้อมก่อนแต่ตอนนี้ไม่พร้อมด้วยสถานการณ์ของนโยบายของเขา สำหรับคำว่านักแสดงนำ อยู่ที่ผู้จัดด้วยคำว่านักแสดงนำอยู่ที่อะไร มันไม่ได้หมายความว่าตำแหน่งนางเอกคือนักแสดงนำหญิง ซึ่งหลายคนคิดว่านักแสดงนำหญิงจะต้องเป็นนางเอก ซึ่งมันเป็นนิยามสมัยที่เรารู้มาตลอด แต่เมื่อโลกเปลี่ยนไปบางคนเบอร์รองแต่เป็นนำก็แล้วแต่ผู้จัด ซึ่งช่องหรือผู้ผลิตเป็นคนเลือก ก็อยู่ที่เขาจะเลือก”



