แพตริเซีย มงคลวนิช” อธิบดีกรมบัญชีกลาง ได้หยิบยกถึงปัญหาใหญ่ในวงสัมมนา “Net Zero ด้วยการจัดซื้อจัดจ้างที่ยั่งยืน จัดโดย องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย

“แพตริเซีย” ขยายความว่า เรื่องนี้ได้ฝากโจทย์การทำงานของราชการในรูปแบบนี้ว่า ลดอะไรได้ลด เลิกอะไรได้ควรทำอะไรให้เกิดสิ่งใหม่ ๆ ทุกหน่วยงานพยายามทำกระบวนการให้เบ็ดเสร็จ สิ่งเหล่านี้จะลดต้นทุนได้ การที่รัฐจะขับเคลื่อนเรื่องลดขั้นตอนต่าง ๆ ได้ต้องมีกรอบการทำงานที่ชัดเจน ขณะนี้กรมบัญชีกลางได้ขึ้น “ทะเบียนสินค้าฉลากเขียว” แล้ว เหลือแต่จัดหมวดหมู่ แล้วเริ่มต้นจากหน่วยงานที่อยู่ในระบบ เช่น กระทรวงการคลัง กรมบัญชีกลาง

จ่อชงครม.ใช้งบปี 69

“เป้าหมายกรมบัญชีกลาง มีเป้าหมายขับเคลื่อนภาครัฐให้เป็นภาครัฐสีเขียวและยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดทำแผนยุทธศาสตร์การจัดซื้อจัดจ้างสินค้า และบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นโดยกรมบัญชีกลางจะกำหนดวิธีการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”

พร้อมทั้งหน่วยงานนำร่องและรายการสินค้าที่สนับสนุนในปีแรก คาดว่า จะนำเข้าสู่การพิจารณาของครม.ได้ปีงบประมาณ 2569 ตอบโจทย์เป้าหมายที่ไทยจะมุ่งเข้าสู่ประเทศที่เป็นกลางทางคาร์บอน ในปี 2593 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ในปี 2608 พร้อมทั้งบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ในปี 2573

โอกาสสินค้าสีเขียว

ส่วนแนวทางการจัดซื้อกรมบัญชีกลางมีหน้าที่กำหนด โดยการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐคิดเป็น 70% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี ) ปีหนึ่งหลายแสนล้านบาท เฉพาะโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่ผ่านการพิจารณาของที่ประชุมครม. ยังไม่ได้รวมการจัดซื้อจัดจ้างในรูปแบบโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (พีพีพี) เป็นเงินนอกงบประมาณคิดเป็น 7% ของจีดีพี เมื่อภาครัฐเริ่มใช้มาตรการนี้บริษัทที่ผลิตสินค้ากรีน จะกลายเป็นช่องทางการตลาดที่น่าสนใจ จึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้ากรีนมาขึ้นทะเบียนไว้ล่วงหน้า

สิ่งที่ยากสุดสำหรับเรื่องนี้ คือ การติดตามและประมวลผล โดยได้คุยกับหลายหน่วยงาน เช่น กรมโลกร้อน ธนาคารโลก ในการนำเครื่องมือการติดตามผลมาใช้ ในเบื้องต้นปีแรกจะไม่บังคับให้มีการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวทั้งระบบราชการ เน้นพิจารณาการจัดซื้อให้สอดคล้องกับสินค้ากรีนที่มีอยู่ในตลาดและเป็นราคาที่สมเหตุสมผล เนื่องจากงบประมาณภาครัฐมีอยู่อย่างจำกัด ต่อไปถ้ามีสินค้ากรีนมากพอมีความสามารถในการแข่งขัน คิดว่าตลาดนี้น่าสนใจ

ลุยอุดช่องโหว่ 3 โจทย์ใหญ่

ทั้งนี้ 3 เรื่องที่เป็นโจทย์ที่ต้องไปแก้ไขต่อไป สำหรับสินค้าฉลากเขียว 1.ผู้ประกอบการไทยที่ผลิตสินค้าสีเขียวได้รับการรับรองจากตลาดโลกแล้ว ต้องการให้หน่วยงานที่จัดทำฉลากเขียวให้ฉลากการรับรองฉลากเขียวโดยอัตโนมัติ 2.วิธีการวัดคาร์บอนฟุตพริ้นอย่างเป็นระบบมีตัวเลขออกมาอย่างชัดเจน 3.เรื่องการสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ประเทศไทยมีการสอนเรื่องนี้น้อยมาก เป็นสามัญสำนึกที่ต้องเริ่มต้นจากตัวเราก่อน ภาคการศึกษาต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ กรณีที่เห็นชัดคือประเทศไทยมีขยะอาหารปริมาณมหาศาล

ระวังธุรกิจชุบตัวฟอกเขียว

เรื่องท้าทายอีกอย่าง การจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว ในเรื่องการฟอกเขียว หรือ Green washing การหาช่องโหว่ต่าง ๆ เป็นเรื่องน่าห่วงสำหรับสังคมไทย นำไปสู่ปัญหาอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบตามมา​เป็นลูกโซ่ เป็นสิ่งที่​ผู้ที่มีหน้าที่ควบคุมต้องหาวิธีรับมือ โดยภาครัฐเอ​งต้องไม่กลายเป็นอุปสรรคในการผลักดันหรือขับเคลื่อน แต่ต้องสามารถสร้างสมดุลระหว่างการกำกับดูแล และควบคุม และ​สามารถสปีดและเกิดการขับเคลื่อนร่วมกันได้อย่างบูรณาการ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวสู่การเป็น Green Economy ได้อย่างแท้จริง

ด้าน “ประเสริฐ บุญสัมพันธ์” ประธานองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน กล่าวว่า “องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) ในฐานะเครือข่ายธุรกิจด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนจำนวน 46 องค์กร ร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนในมิติต่าง ๆ สอดคล้องกับนโยบายของประเทศไทยที่มุ่งสู่ Carbon Neutrality ในปี ค.ศ. 2050 และ Net Zero GHG Emission ในปี ค.ศ. 2065 โดยการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมยกระดับประเทศสู่เศรษฐกิจและสังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ช่วงการบรรยายพิเศษ เรื่อง “บทบาทของ TEI ในการพัฒนาระบบการจัดซื้อจัดจ้างของประเทศสู่มาตรฐานสากล” โดย ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยและเลขาธิการองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน กล่าวว่า TEI ได้ร่วมสนับสนุนนโยบายและแผนการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวอย่างยั่งยืนของภาครัฐ รวมถึงภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มหาวิทยาลัย โดยการรับรองฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อมอื่นสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ ฉลากเขียวเป็นฉลากสิ่งแวดล้อมประเภทที่ 1 ฉลากเดียวของประเทศไทย โดยให้การรับรองแก่ผลิตภัณฑ์และบริการที่มีผลกระทบตลอดวัฏจักรชีวิตต่อสิ่งแวดล้อมน้อย.