สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เมื่อวันที่ 13 พ.ค. ว่า มูลนิธิพันธมิตรประชาธิปไตย (Alliance of Democracies Foundation) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรด้านประชาธิปไตย เปิดเผยว่า ทัศนคติต่อสหรัฐที่เปลี่ยนไปเป็นผลมาจากสงครามการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และการตำหนิประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กลางห้องทำงานรูปไข่ ซึ่งทำให้พันธมิตรรู้สึกเปราะบาง และศัตรูก็กล้าที่จะลุกขึ้นมาต่อต้าน
Global Perception of the U.S. Plummets Amid Trump’s Second Term https://t.co/1oKMS2D9m0 pic.twitter.com/Ofo0SbcGew
— U.S. News & World Report (@usnews) May 12, 2025
ผลสำรวจดัชนีการรับรู้ประชาธิปไตย (Democracy Perception Index) หรือดีพีไอ ซึ่งดำเนินการระหว่างวันที่ 9 เม.ย.-23 เม.ย. และมีผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่า 111,000 คนทั่วโลก ชี้ให้เห็นว่า ทัศนคติต่อทรัมป์เป็นลบใน 82 จาก 100 ประเทศที่สำรวจ ซึ่งสูงกว่าประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ซึ่งอยู่ที่ 61 และ 44 ประเทศ ตามลำดับ
การสำรวจยังจัดอันดับการรับรู้ของประเทศต่าง ๆ ตั้งแต่ -100% ไปจนถึง +100% โดยการรับรู้สุทธิของสหรัฐได้ลดลงจาก +22% ในปี 2567 เหลือ -5% ในปีนี้ ซึ่งบ่งชี้ว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีมุมมองเชิงลบต่อประเทศมากกว่าเชิงบวก
ผลสำรวจระบุว่า สัดส่วนของประเทศที่มีทัศนคติเชิงบวกต่อสหรัฐ ลดลงจาก 76% เมื่อปีที่แล้ว เหลือเพียง 45% ด้านคะแนนของจีนเพิ่มขึ้นจาก +5% เป็น +14% ในปี 2568
อนึ่ง รายงานฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่ ก่อนการประชุมสุดยอดประชาธิปไตยโคเปนเฮเกน (Copenhagen Democracy Summit) ซึ่งจะจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 13-14 พ.ค. นี้.
เครดิตภาพ : AFP



