สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ว่า นายโฟลเคอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (โอเอชซีเอชอาร์) ระบุในแถลงการณ์ว่า สถานการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดความกังวลอย่างมาก เกี่ยวกับสิทธิพื้นฐานทั้งในทางกฎหมายสหรัฐ และกฎหมายระหว่างประเทศ

ข้อมูลอย่างเป็นทางการแสดงให้เห็นว่า ระหว่างวันที่ 20 ม.ค.-29 เม.ย. ปีนี้ มีบุคคล 142,000 คนถูกเนรเทศออกจากสหรัฐ

แถลงการณ์ของโอเอชซีเอชอาร์ ระบุด้วยว่า ชะตากรรมและหลักแหล่งของชาวเวเนซุเอลาอย่างน้อย 245 คน และชาวเอลซัลวาดอร์อีกราว 30 คน ซึ่งถูกส่งตัวไปยังเรือนจำความมั่นคงสูงในเอลซัลวาดอร์ “ยังคงไม่ชัดเจน”

ขณะเดียวกัน ยังมีผู้ที่ถูกคุมตัวจำนวนมากไม่ได้รับแจ้งมาก่อนจากรัฐบาลสหรัฐ ว่าจะต้องเดินทางไปยังประเทศที่สาม โดยหลายคนไม่มีสิทธิเข้าถึงทนายความ และไม่สามารถต่อสู้ทางกฎหมายก่อนกระบวนการเนรเทศ

ปัจจุบัน รัฐบาลของสหรัฐและเอลซัลวาดอร์ยังไม่เคยเปิดเผยรายชื่อผู้ถูกคุมขังอย่างเป็นทางการ ขณะที่สถานะทางกฎหมายของพวกบุคคลเหล่านี้ยังไม่ชัดเจนด้วย เพิ่มความกังวลเกี่ยวกับการบังคับให้สูญหาย ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง

ข้าหลวงใหญ่ระบุว่า เขายินดีกับบทบาทสำคัญที่ฝ่ายตุลาการของสหรัฐ ชุมชนทางกฎหมาย และภาคประชาสังคมมีต่อการรับรองการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

ทั้งนี้ทั้งนั้น เติร์กเรียกร้องให้สหรัฐดำเนินมาตรการที่จำเป็น เพื่อให้แน่ใจว่า มีการปฏิบัติตามกระบวนการที่ถูกต้อง และหยุดการส่งตัวบุคคลใดก็ตาม ไปยังประเทศที่อาจมีความเสี่ยงต่อการทรมาน หรืออันตรายอื่น ๆ ซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้.

เครดิตภาพ : AFP