เมื่อวันที่ 15 พ.ค. สำนักข่าวต่างประเทศ ได้รายงานเหตุการณ์สลดของหนุ่มวัย 29 ปี ชาวจีนรายหนึ่ง ต้องเสียชีวิตอย่างน่าเศร้า หลังถูกก้างปลาทิ่มคอขณะรับประทานปลาทูต้มซีอิ๊ว และพยายามแก้ไขด้วยวิธีผิดๆ ตามความเชื่อพื้นบ้าน

รายงานจากสื่อท้องถิ่นระบุว่า หลังจากถูกก้างปลาติดคอ ชายเคราะห์ร้ายรายนี้ได้ดื่มน้ำส้มสายชูและกลืนข้าวสวยลงไปหลายคำ หวังให้ก้างปลาอ่อนตัวและหลุดลงไปได้ อย่างไรก็ตาม ในวันรุ่งขึ้น เขากลับรู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรงขณะกลืนอาหาร และเริ่มมีอาการอาเจียนเป็นเลือด ญาติจึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล

แพทย์ทำการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน และพบก้างปลามีความยาวถึง 5 เซนติเมตร ปักทะลุหลอดอาหารส่วนบน และแทงทะลุเข้าสู่หลอดเลือดแดงใหญ่ที่ทรวงอก ส่งผลให้มีเลือดออกภายในจำนวนมาก แม้ทีมแพทย์จะพยายามผ่าตัดช่วยชีวิตอย่างสุดความสามารถ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถยื้อชีวิตชายหนุ่มไว้ได้

แพทย์เตือนว่า การดื่มน้ำส้มสายชูและการกลืนข้าวเพื่อแก้ไขปัญหาก้างปลาติดคอเป็นวิธีที่ผิด และอาจทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงยิ่งกว่าเดิม วิธีที่ถูกต้องเมื่อถูกก้างปลาติดคอคือ ให้พยายามไอออกมาแรงๆ ก่อน หากมองเห็นก้างปลา สามารถใช้แหนบค่อยๆ คีบออกมาได้ แต่หากอาการไม่ดีขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

นายแพทย์ฟาง กวนเจี๋ย ผู้อำนวยการแผนกเวชศาสตร์บูรณาการ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยการแพทย์ไทเป เคยให้คำแนะนำว่า ประชาชนไม่ควรรีบร้อนรับประทานอาหาร พูดคุยขณะทานอาหาร หรือดื่มซุปที่มีกระดูกหรือก้างปลาชิ้นใหญ่โดยไม่ระมัดระวัง หากเผลอกลืนสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้เข้าไป การพยายามกลืนน้ำมากๆ กลืนข้าวคำโตๆ ดื่มน้ำส้มสายชู หรือพยายามอาเจียนออก อาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงได้

ควรยึดหลัก “4 ไม่ 1 เร็ว” คือ

  1. ไม่กลืนอาหารเพิ่ม: การพยายามกลืนข้าวหรือน้ำเพื่อดันสิ่งแปลกปลอมลงไป อาจทำให้สิ่งนั้นติดลึกกว่าเดิม
  2. ไม่ล้วงคอให้อาเจียน: การทำให้อาเจียนอาจกระตุ้นให้หลอดอาหารบีบรัด และหากมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บหรือทะลุได้
  3. ไม่ดื่มน้ำส้มสายชู: กรดหรือด่างในน้ำส้มสายชูไม่สามารถละลายก้างปลาได้ และอาจทำให้เยื่อบุทางเดินอาหารระคายเคือง
  4. ไม่กินยาเอง: การรับประทานยาแก้ปวดหรือแก้อักเสบจะช่วยบรรเทาอาการได้เพียงชั่วคราว แต่สิ่งแปลกปลอมยังคงอยู่ และอาจทำให้การรักษาล่าช้า
  5. รีบไปพบแพทย์: ควรไปพบแพทย์เฉพาะทาง หู คอ จมูก หรือแพทย์ระบบทางเดินอาหาร เพื่อให้แพทย์ช่วยนำสิ่งแปลกปลอมออก หากปล่อยไว้นาน อาจเกิดการติดเชื้อรุนแรง หรือทะลุ และเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

อ้างอิง https://health.ettoday.net/