สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ว่า การดำเนินการดังกล่าวมีขึ้นหลังรัฐบาลวอชิงตันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ คว่ำบาตรองค์กรและบุคคลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมน้ำมัน และโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
กระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่า การคว่ำบาตรครั้งล่าสุด มุ่งเป้าไปยังองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความพยายามช่วยเหลือทางการอิหร่าน ในการจัดหาแหล่งผลิตวัตถุดิบสำคัญภายในประเทศ ที่จำเป็นสำหรับโครงการขีปนาวุธพิสัยไกลของรัฐบาลเตหะราน
#BREAKING The United States Treasury on Wednesday announced new sanctions on six Iranian and Chinese individuals along with 12 entities from the two countries it accused of supporting the ballistic missile program of Iran's Islamic Revolutionary Guard Corps.
— Iran International English (@IranIntl_En) May 14, 2025
According to the…
“สหรัฐไม่สามารถปล่อยให้อิหร่าน พัฒนาขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีปได้ อีกทั้งความพยายามของรัฐบาลเตหะราน ในการผลิตขีปนาวุธและชิ้นส่วนต่าง ๆ ภายในประเทศ ถือเป็นภัยคุกคามที่ไม่อาจยอมรับได้ ต่อสหรัฐและความมั่นคงในภูมิภาค” นายสกอตต์ เบสเซนต์ รมว.การคลังสหรัฐ กล่าวในแถลงการณ์
ขณะที่ นางแทมมี บรูซ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ระบุเสริมว่า อิหร่านยังคงพึ่งพาจีนอย่างมาก ในการดำเนินกิจกรรมที่ร้ายกาจในภูมิภาคตะวันออกกลาง
“นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีน และบริษัทหลายแห่งในจีน มอบการสนับสนุนทางเศรษฐกิจและทางเทคนิคที่สำคัญ ให้กับอิหร่านและตัวแทนของอิหร่าน” บรูซ กล่าวทิ้งท้าย.
เครดิตภาพ : AFP



