สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ว่า การดำเนินการดังกล่าวมีขึ้นหลังรัฐบาลวอชิงตันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ คว่ำบาตรองค์กรและบุคคลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมน้ำมัน และโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

กระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่า การคว่ำบาตรครั้งล่าสุด มุ่งเป้าไปยังองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความพยายามช่วยเหลือทางการอิหร่าน ในการจัดหาแหล่งผลิตวัตถุดิบสำคัญภายในประเทศ ที่จำเป็นสำหรับโครงการขีปนาวุธพิสัยไกลของรัฐบาลเตหะราน

“สหรัฐไม่สามารถปล่อยให้อิหร่าน พัฒนาขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีปได้ อีกทั้งความพยายามของรัฐบาลเตหะราน ในการผลิตขีปนาวุธและชิ้นส่วนต่าง ๆ ภายในประเทศ ถือเป็นภัยคุกคามที่ไม่อาจยอมรับได้ ต่อสหรัฐและความมั่นคงในภูมิภาค” นายสกอตต์ เบสเซนต์ รมว.การคลังสหรัฐ กล่าวในแถลงการณ์

ขณะที่ นางแทมมี บรูซ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ระบุเสริมว่า อิหร่านยังคงพึ่งพาจีนอย่างมาก ในการดำเนินกิจกรรมที่ร้ายกาจในภูมิภาคตะวันออกกลาง

“นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีน และบริษัทหลายแห่งในจีน มอบการสนับสนุนทางเศรษฐกิจและทางเทคนิคที่สำคัญ ให้กับอิหร่านและตัวแทนของอิหร่าน” บรูซ กล่าวทิ้งท้าย.

เครดิตภาพ : AFP