สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ว่า นพ.มาร์ติน มาการี กรรมาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (เอฟดีเอ) และนพ.วินายัก ปราสาท ผู้อำนวยการฝ่ายประเมินด้านชีวภาพของเอฟดีเอ ร่วมกันเขียนในวารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์ ว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว “อ้างอิงตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์” ซึ่งจะทำให้มาตรฐานของสหรัฐในเรื่องนี้ มีความใกล้เคียงกับของยุโรปมากขึ้น
ทั้งคู่กล่าวว่า แนวทางเดิมของรัฐบาลในการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น โดยไม่คำนึงถึงอายุและภาวะสุขภาพ เป็นโมเดลแบบ “เหมารวม” ที่อ้างอิงจากความเชื่อผิด ๆ ว่าชาวอเมริกัน ไม่สามารถรับความเสี่ยงได้มากกว่านี้
US regulators will no longer approve booster shots to prevent Covid infections for healthy adults and children without new clinical trials showing they are still safe and effective https://t.co/k251VGVwZJ
— Bloomberg (@business) May 20, 2025
ขณะเดียวกัน แพทย์ทั้งสองคนกล่าวว่า แนวทางเดิมดังกล่าวสร้างผลเสีย แทนการเพิ่มความไว้วางใจของสาธารณชน ส่งผลให้ความกังวลต่อวัคซีน ลุกลามไปถึงข้อกังขาต่อการฉีดวัคซีนในเด็ก และวัคซีนป้องกันโรคหัด
ทั้งนี้ เอฟดีเอระบุว่า จะอาศัยผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการ เพื่ออนุมัติวัคซีนโควิด-19 เข็มกระตุ้น หรือ บูสเตอร์ สำหรับผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี หรือผู้ที่มีอายุมากกว่า 6 เดือน ที่มีภาวะสุขภาพพื้นฐานอย่างน้อย 1 อย่าง และให้ใช้ข้อมูลจากการทดลองแบบสุ่ม ในผู้ที่มีสุขภาพดีที่มีอายุระหว่าง 6 เดือน-64 ปี
ภายใต้กรอบการทำงานที่แก้ไขใหม่ บริษัทต่าง ๆ เช่น ไฟเซอร์และโมเดอร์นา จะได้รับการสนับสนุนให้ทดสอบบูสเตอร์ที่ปรับปรุงใหม่ ในผู้ใหญ่ซึ่งมีอายุระหว่าง 50-64 ปี โดยเป้าหมายของการทดลองมุ่งไปที่การลดการติดเชื้อที่มีอาการ อัตราการเข้าโรงพยาบาล และการเสียชีวิต
ขณะเดียวกัน ปราสาทและมาการีคัดค้านความเห็นของฝ่ายที่สนับสนุนการรับวัคซีนบูสเตอร์ ซึ่งเปรียบเทียบการรับวัคซีนโควิด-19 กับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ประจำปี โดยระบุว่า การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมของโรคนี้ไม่ได้รุนแรงมากพอ ที่จะทำให้ต้องปรับปรุงวัคซีนโดยอัตโนมัติทุกปี
อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเอฟดีเอยังพยายามสร้างความมั่นใจให้กับชาวอเมริกัน ที่กังวลว่าอาจสูญเสียการเข้าถึงวัคซีนเข็มกระตุ้นจากกรอบการทำงานใหม่ ขณะที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (ซีดีซี) ให้คำจำกัดความของ “ปัจจัยเสี่ยง” อย่างกว้างขวางมาก รวมถึงโรคอ้วน และภาวะสุขภาพจิต เช่น โรคซึมเศร้า.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



