นาทีนี้ สองฝั่ง สว.เคลื่อนไหวดุเดือด ฝั่ง “สว.พันธุ์ใหม่” นำทีมโดย นันทนา นันทวโรภาส  สว. เร่งล่ารายชื่อ 20 สว.ตามจำนวนที่จะยื่นต่อประธานวุฒิสภา เพื่อให้ส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพื่อระงับไม่ให้การประชุมวุฒิสภา ในวันที่ 30 พ.ค.นี้  พิจารณาวาระการตั้งกรรมาธิการ(กมธ.) สอบประวัติผู้ได้รับเลือกเป็น  ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2 คน  กกต. 1 คน และรับรองผู้ได้รับเลือกเป็น ป.ป.ช.3 คน

สว.นันทนา” บอกว่า การจะยื่นให้ “บิ๊กหมง”  มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ส่งไม้ต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญก็คงยาก เพราะประธานวุฒิสภาก็เป็นผู้ถูกสอบคดีฮั้วเลือก สว. และการจะยื่นให้ สว.หยุดปฏิบัติหน้าที่ ยังไม่มีกฎหมายโดยตรง จึงต้องยึด มาตรา 113 ( สว.ไม่อยู่ใต้อาณัติองค์กรหรือพรรคการเมืองใด ) และ มาตรา 114 เพื่อถอดถอน สวที่ถูกกล่าวหาทั้งหมด

สว.เสียงข้างมาก กำลังผู้ถูกกล่าวหาว่าเข้าสู่ตำแหน่งโดยมิชอบ หากปล่อยให้แต่งตั้งองค์กรอิสระนั้นต่างตอบแทนหรือไม่ จะไม่เท่ากับ สว.ตั้งผู้พิพากษามาพิจารณาตัวเองหรือ หากศาลมีคำพิพากษาให้ สว.ที่เป็นเสียงข้างมากนั้นมีความผิด จะทำให้ผลแห่งการลงมติเลือกผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ กลายเป็นมรดกบาป ที่ สว.ได้ทิ้งไว้ให้กับประเทศชาติหรือไม่”

เช่นเดียวกับ “ทนายอั๋น” ภัทรพงศ์ ศุภักษร ทนายความที่เคลื่อนไหวเรื่องนี้  กล่าวว่า ต้องการจำนวน สว. เพียงแค่ 20 คน  แต่ล่ารายชื่อดูเหมือนว่า โทรไปไม่รับสายบ้าง หรืออย่างอื่นถามว่าเกิดอะไรขึ้น ขอให้ สว. กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “สว.อิสระ” หรือ “สว.สายสีขาว” ทั้งหลายให้ร่วมกันลงชื่อ หากไม่ได้จริง ตนเองจะไปยื่นที่ศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการล้มล้างการปกครอง

ขณะที่ทางฟาก “สว.ที่ถูกร้อง” ก็ยื่นหนังสือต่อ กกต.ร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง คณะที่ 26 ว่า  ออกหนังสือเชิญไม่ใช่หมายเรียกตาม ป.วิอาญา แจ้งข้อกล่าวหารายละเอียดไม่ชัดเจนไม่เพียงพอที่จะให้การหรือหาพยาน หลักฐานมาแก้ข้อกล่าวหาได้

วิธีปิดหนังสือเชิญไม่รักษาความลับของทางราชการ ไม่ปฏิบัติตามระเบียบที่ต้องบรรจุซอง 2 ชั้น และป้องกันการเปิดเผยข้อมูลลับ แต่การปิดหมายที่พักอาศัยของ สว. 6 คน ในเขตกรุงเทพฯ ไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบ สร้างความเสียหายแก่ชื่อเสียงและเกียรติยศของผู้ถูกกล่าวหา ทำให้เข้าใจว่าเป็นผู้กระทำผิด ขอให้ กกต.สั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ 

ฝ่าย “พรรคภูมิใจไทย” ก็ประกาศสู้ ใครที่พาดพิงพรรค ทางโฆษกพรรค ประกาศจะฟ้อง โดยเฉพาะ“เจ๊แมว” กุสุมาลวตี ศิริโกมุท  สว.สำรอง ที่อ้างว่า มีหลักฐานเส้นทางการเงินเอี่ยวถึง“เลขาฯนก” ไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ซึ่ง “เจ๊แมว” เอาคืนโดยจะยื่นยุบพรรคภูมิใจไทย เช่นเดียวกับนักร้องอย่าง ณัฐพร โตประยูร ก็จะยื่นยุบพรรคเช่นเดียวกัน โดยอ้างมีหลักฐานเส้นทางการเงิน

ความเคลื่อนไหวฟ้องกันไปมา ซัดกันนัว คงมีอยู่ตลอดจนกว่าจะ “ออกหัว” หรือ “ออกก้อย” ว่า เรื่อง สว.จะไปทางไหน ซึ่งก็อีกนาน แต่เรื่องที่น่าสนใจที่สุดคือ “สว.พันธุ์ใหม่” จะสกัด สว.ทั้งสภา ให้หยุดกระบวนการพิจารณากรรมการองค์กรอิสระได้หรือไม่ เพราะตอนนี้อำนาจที่น่ากลัวที่สุดของ สว.คือการตั้งองค์กรอิสระที่มีอำนาจ ชี้เป็น ชี้ตาย ทางการเมือง

เบื้องต้นแรงกดดันไปอยู่ที่ “บิ๊กหมง” ว่าหากพวกพันธุ์ใหม่ล่าครบ 20 รายชื่อจะยอมส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่ ยิ่งหลังๆ เรายิ่งทำนายแนวทางของศาลยาก อย่างกรณี ...ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ที่ถูกพักงานเฉพาะส่วนกำกับดูแลดีเอสไอ ฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทย ยังงง บอกว่า “นี่อาจเป็นครั้งแรกที่มีคำวินิจฉัยแบบนี้”

หากเป็นไปถึงต้องพักงาน จนต้องเข้าสู่กระบวนการถอดถอนจริง ถ้าเลือกกรรมการองค์กรอิสระไปแล้วก็คงมีผู้ยื่นตีความความชอบธรรมของกรรมการคนนั้นอีก ที่สำคัญคือ กระบวนการนิติบัญญัติจะชะงักเกือบทั้งหมด เพราะกฎหมายต้องอาศัย สว.รับรอง นานแค่ไหนกันกว่าจะตัดสินเรื่องฮั้ว จากนั้นให้เริ่มกระบวนการสรรหาใหม่ หรือยกบัญชีสำรองขึ้นมา

เรื่อง “สว.” คือปมที่พันกันยุ่งยากเกี่ยวกับงานนิติบัญญัติ เป็นประเด็นที่สำคัญกว่าการฟ้องกันไปมาเสียอีก.