เมื่อวันที่ 22 พ.ค. นายวรพล แกมขุนทด นายกสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ เปิดเผยว่า ในวันที่ 28 พ.ค.นี้ เวลาประมาณ 13.00 น. ตน พร้อมด้วยผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่จำนวนหนึ่ง จะขับรถแท็กซี่ไปจอดรอที่หน้ากระทรวงคมนาคม เพื่อฟังคำตอบจากนายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รมช.คมนาคม ว่าจะรับข้อเสนอ และมีการแก้ไขปัญหาให้หรือไม่ หลังจากมายื่นหนังสือ และประชุมหารือในเบื้องต้นแล้วเมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา หากได้รับคำตอบที่พอใจก็จะจบ แต่หากได้รับคำตอบที่ไม่พอใจ และไม่รับข้อเสนอที่ทางสมาคมฯ ต้องการให้ย้ายบูธประชาสัมพันธ์ที่ตั้งอยู่ภายในสนามบิน รวมทั้งเคาน์เตอร์ที่เป็นจุดจอดรับส่งรถยนต์ที่เรียกผ่านแอปพลิเคชันออกไปจากบริเวณที่เป็นจุดจอดรับผู้โดยสารของแท็กซี่ภายในสนามบิน ก็จะยกระดับในการเรียกร้องโดยจะรวมพลแท็กซี่ไปปิดหน้าทำเนียบรัฐบาล จนกว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะรับข้อเสนอของสมาคมฯ รวมทั้งจะพิจารณาข้อกฎหมายต่างๆ เพื่อต่อสู้ทางคดีปกครองต่อไป

“สมาคมฯ ไม่ได้ห้ามให้รถยนต์ที่เรียกผ่านแอปแกร็บ เข้ามาให้บริการในสนามบิน เพียงแต่ต้องการให้ยกบูธ และย้ายจุดจอดรับส่งออกไปจากจุดเดิมที่ให้บริการอยู่ใกล้กับรถแท็กซี่ โดยจะย้ายให้ไปรับจุดไหนไม่ได้ว่าอะไร และเมื่อวันก่อนที่พูดว่าจะปิดสนามบิน เป็นแค่วาทกรรมที่ต้องการขู่นายกรัฐมนตรี ใครจะไปทำจริง เพราะรู้อยู่แล้วว่าการปิดสนามบิน เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ทางสมาคมฯ เคยไปฟ้องศาลปกครองสูงสุดมาแล้วว่าการให้บริการผ่านแอป เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ซึ่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 4 ระบุว่า รถยนต์ที่จะไปให้บริการเป็นรถสาธารณะนั้น ต้องเปลี่ยนป้ายทะเบียน เปลี่ยนสีรถ และจดทะเบียนเปลี่ยนประเภทรถ แต่กระทรวงคมนาคม กลับมาออกกฎกระทรวงรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2564 โดยมองว่าเป็นกฎหมายลูกที่ออกมาขัดแย้งกับกฎหมายแม่ เป็นการกระทำที่ขัดต่อพระราชบัญญัติรถยนต์ จึงถือว่าผิดกฎหมาย” นายวรพล กล่าว

นายวรพล กล่าวอีกว่า เบื้องต้นศาลฯ ยังไม่ได้พิจารณา เพราะมองว่ารถยนต์ที่เรียกบริการผ่านแอป ยังไม่เคยมีเหตุการณ์อะไรที่ทำให้เกิดความวุ่นวาย ความรุนแรง และทำลายความมั่นคง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ฝ่ายกฎหมายของสมาคมฯ กำลังรวบรวมหลักฐานจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่รถยนต์ที่เรียกบริการผ่านแอป ไปกระทำเรื่องไม่ดีกับผู้โดยสาร โดยจะรวบรวมให้ได้มากที่สุด เพื่อจะไปยื่นฟ้องศาลฯ อีกครั้ง และแสดงหลักฐานให้เห็นว่า มีการกระทำที่รุนแรง ข่มขู่ผู้โดยสารแล้ว ปัจจุบันแท็กซี่ให้บริการอยู่ทั่วประเทศประมาณ 5 หมื่นกว่าคัน ส่วนรถยนต์ที่ให้บริการผ่านแอป มีประมาณ 5 พันคันทั่วประเทศ
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการสอบถามความคิดเห็นของประชาชนว่าถ้าให้เลือกระหว่างแกร็บ กับแท็กซี่ และคนส่วนใหญ่เลือกแกร็บ นายวรพล กล่าวว่า ไม่ว่าจะกลุ่มแท็กซี่ หรือกลุ่มวงการอะไร ก็มีทั้งคนดี และไม่ดี อย่าเหมารวมว่าแท็กซี่ไม่ดีทั้งหมด รถแท็กซี่ที่ให้บริการดีก็มีจำนวนมาก.



