เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.69 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎ ร คนที่ 1 ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.พงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570  วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ ในวันแรก

นายสิริพงศ์ อังคกุลเกียรติ  รมช.คมนาคม ชี้แจงว่า แม้งบประมาณของกระทรวงคมนาคมถูกปรับลดลงประมาณ ร้อยละ 8.79 หรือกว่า 23,000 ล้านบาท แต่กระทรวงยังเดินหน้าโครงการสำคัญที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวันของประชาชน ทั้งถนน ระบบราง สนามบิน ท่าเรือ และการเชื่อมโยงการขนส่งสินค้า ซึ่งกระทรวงคมนาคมไม่ใช่แค่เรื่องก่อสร้าง แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้ประชาชนเดินทางสะดวก ปลอดภัย และทำให้ประเทศมีรายได้เพิ่มขึ้น ตัวอย่างชัดเจนคือศูนย์ขนส่งจังหวัดนครพนม ซึ่งเชื่อมถนนกับระบบรางและเส้นทางชายแดน ทำให้การส่งออกสินค้าไทย โดยเฉพาะทุเรียนไป สปป.ลาว เวียดนาม และจีน เพิ่มขึ้นถึง  ร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา เส้นทางดังกล่าวสร้างมูลค่าส่งออกกว่า 70,000 ล้านบาท ขณะที่มูลค่านำเข้าอยู่ราว 30,000 ล้านบาท สะท้อนว่าโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมที่ดี ไม่ได้ช่วยแค่การเดินทาง แต่ช่วยสร้างรายได้ให้ประเทศและเพิ่มดุลการค้ากลับเข้ามา

ส่วนข้อสังเกตว่างบกระทรวงคมนาคมยังให้น้ำหนักกับถนนมากกว่าระบบรางนั้น ถนนยังเป็นจุดเชื่อมต่อของทุกระบบ ไม่ว่าจะเดินทางไปสถานีรถไฟ สนามบิน หรือท่าเรือ ก็ต้องใช้ถนนเป็นโครงข่ายหลัก ขณะเดียวกันถนนยังมีภาระซ่อมบำรุงตามอายุการใช้งาน และเป็นความต้องการพื้นฐานของประชาชนในพื้นที่

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ปี 2570 งบประมาณรวมแหล่งเงินอื่นสำหรับถนนอยู่ที่ประมาณ 171,000 ล้านบาท ส่วนระบบรางมีงบและแหล่งเงินกู้ รวมถึงงบรัฐวิสาหกิจกว่า 119,000 ล้านบาท โดยระบบรางสามารถใช้เงินกู้ได้มากกว่า เพราะมีศักยภาพสร้างรายได้กลับเข้าระบบ ส่วนกรณีลดงบผูกพันปีแรกของโครงการขนาดใหญ่เกิน 1,000 ล้านบาท จาก  ร้อยละ15 เหลือ  ร้อยละ 10 นั้น เป็นไปตามหลักเกณฑ์สำนักงบประมาณและสถิติการเบิกจ่ายจริง เพราะโครงการใหญ่ต้องใช้เวลาเตรียมการและลงนามสัญญา ที่ผ่านมาเบิกจ่ายจริงเฉลี่ยเพียง 4% การลดสัดส่วนจึงไม่ใช่การหมกเม็ด แต่เป็นการไม่กันเงินไว้เกินจำเป็น และนำงบไปใช้กับงานเร่งด่วนกว่าได้

นายสิริพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่มีการระบุถึงการล็อกสเป็คให้ผู้รับเหมาชั้นพิเศษว่า  เป็นหลักเกณฑ์ของกรมบัญชีกลางเพื่อคัดผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์ เครื่องมือ และศักยภาพพอทำงานขนาดใหญ่ และรายชื่อผู้รับเหมาชั้นพิเศษที่มีอยู่ปัจจุบัน 83 ราย ก็ไม่ได้อยู่ถาวร แต่ปรับเข้าออกตามผลงานจริง พร้อมย้ำว่านายกรัฐมนตรีมีนโยบายให้ตัดแต้ม ผู้รับเหมาที่ทิ้งงานหรือผิดสัญญาอย่างเข้มงวด

รมช. คมนาคม กล่าวถึง กรณีที่ผู้อภิปรายฝ่ายค้าน ถามว่ากระทรวงคมนาคมกล้าประกาศหรือไม่ว่าปีนี้จะไม่มีการรับส่วยคมนาคม ว่า ไม่ว่าจะเป็นปีนี้หรือปีไหนก็ไม่เคยรับส่วยคมนาคม และไม่จำเป็นต้องประกาศ เพราะไม่เคยประกาศว่าจะรับ ขอให้ท่านสบายใจได้ หากสิ่งที่ผมพูดไม่จริง ขอเชิญนำพยานหลักฐานทั้งหมดไปดำเนินการได้ตามที่เห็นสมควร และขอยืนยันว่า รัฐบาลในสมัยนายอนุทิน ชาญวีรกูล จะบริหารงบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน และทำงานหนักเพื่อให้โครงการคมนาคมเกิดผลจริง และความสุขของฝ่ายรัฐบาลคือความสบายใจที่ได้ทำงานหนักเพื่อประชาชน ไม่ใช่การแสวงหาผลประโยชน์จากงบประมาณแผ่นดิน

ภายหลังการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ได้สั่งพักการประชุมใน เวลา22.36น.  และนัดประชุมใหม่ ในเวลา 09.00น. วันที่ 30 มิ.ย.69  รวมเวลาอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 70 วันแรกใช้ไป กว่า 13ชม. 30 นาที.