เมื่อวันที่ 25 พ.ค. นพ.เพชร อลิสานันท์ ผู้แทนคณะกรรมการอำนวยการเครือข่ายโรงพยาบาลกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (Uhosnet) ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหางบบัตรทองกับหน่วยบริการว่า ปัญหางบบัตรทองกับหน่วยบริการมีมานาน และปัจจุบันก็มีปัญหามากขึ้น จนอาจไม่สามารถทำให้บริการผู้ป่วยได้อย่างมีมาตรฐานและมีคุณภาพ เนื่องจากผู้รับบริการสูงขึ้นทุกปี รัฐมีนโยบายสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงหน่วยบริการมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องดี แต่ถ้ามองภาพรวมในเรื่องงบฯ ที่ลงไปยังหน่วยบริการกลับไม่เพียงพอ ไม่สอดคล้องต้นทุน โดยเฉพาะงบรักษาพยาบาลผู้ป่วยใน (IP) ที่ไม่มีการปรับขึ้นมาเกือบ 10 ปี เราจึงต้องมาหารือกัน

“สปสช.ต้องยอมรับว่าตอนนี้มีปัญหา และหันมาพูดคุยกันจริงๆ ซึ่งระบบผ่านมากว่า 20 ปี คนเข้าถึงบริการดีขึ้น มีข้อดีอยู่มาก เพียงแต่ระบบกำลังเกิดปัญหา และพวกเราในฐานะดูแลผู้ป่วย ซึ่งเราอยู่หน้างานกำลังชี้ให้เห็นว่า ต้องรีบแก้ปัญหาร่วมกัน ตอนนี้สถานบริการขนาดเล็กมีข้อจำกัดเรื่องจำนวนผู้ป่วยน้อย มีความเสี่ยงสูงมาก เพราะต้นทุนและงบได้รับไม่เพียงพอ ขณะที่รพ.รับส่งต่อก็เริ่มมีปัญหาเรื่อยๆ หลายแห่งขาดสภาพคล่อง เงินติดลบ ส่วนค่าใช้จ่ายรายหัวที่เพิ่มขึ้น แต่เงินที่ลงไปจริงๆ รวมถึงภาระงานกลับไม่สอดคล้องกัน โดยเฉพาะงบผู้ป่วยในไม่มีการปรับเลย” นพ.เพชร กล่าว

ส่วนโมเดลขนมชั้นซึ่งแบ่งสิทธิประโยชน์เป็น 3 ชั้น 1. สิทธิประโยชน์ขั้นพื้นฐานที่ทุกกองทุนควรมี 2 และ 3 อยู่ที่งบประมาณของแต่ละกองทุนที่จะจ่ายเพิ่ม ก็เป็นส่วนหนึ่งช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินให้หน่วยบริการ แต่ต้องมาร่วมกันว่า จะบริหารจัดการอย่างไร ยังไม่ปฏิเสธช่องทางไหนทั้งนั้น และการร่วมจ่ายก็เป็นอีกออพชั่นหนึ่ง แต่ต้องระมัดระวัง เพราะเราไม่อยากให้กระทบต่อผู้ป่วยที่ไม่สามารถร่วมจ่ายได้

ด้าน ผศ.นพ.สนั่น วิสุทธิศักดิ์ชัย ผู้แทนกรรมการ UHosNet กล่าวว่า ประเด็นการร่วมจ่าย เคยมีการเสนอมาก่อน โดยสิทธิประโยชน์ใดก็ตามที่ สปสช. หรือ บอร์ด สปสช. กำหนดว่าเป็นสิทธิประโยชน์ในระบบบัตรทอง ให้มีการกำหนดวิธีการจ่ายเงิน และผู้รับผิดชอบการจ่ายเงิน ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ป่วย แต่ต้องมีผู้รับผิดชอบทางการเงินของสิทธิประโยชน์นั้นๆ เพราะให้บริการในระบบมีต้นทุนค่าใช้จ่าย ดังนั้น การให้บริการโดยที่ไม่มีหน่วยงานไหนจ่ายเงินนั้น ย่อมส่งผลกระทบต่อหน่วยบริการ  ซึ่งเราไม่ได้จำกัดว่า กองทุน หรือสปสช. หรือหน่วยงานไหนต้องรับผิดชอบ แต่หาก สปสช. ที่บริหารจัดการสิทธิประโยชน์ในระบบบัตรทอง จะเป็นผู้รับผิดชอบจ่ายเงินเราก็ยินดี หรือจะมีการตั้งกองทุนเป็นการเฉพาะกิจ มารับผิดชอบก็ได้ หรือรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมเป็นการเฉพาะก็รับได้

“สมัยก่อนมักพูดว่า ให้คนไข้ร่วมจ่าย ซึ่งง่ายเกินไป และเราไม่ได้ต้องการแบบนั้น แต่ต้องการให้มีคนจ่ายเงินในสิ่งที่โรงพยาบาลให้บริการไป เพราะถ้าไม่จ่ายเราก็คงไม่ยั่งยืนสำหรับหน่วยบริการ” ผศ.นพ.สนั่นกล่าว และว่า การออกสิทธิประโยชน์ใดๆ ออกมาก็ต้องมีงบประมาณที่เพียงพอด้วย  หากให้สิทธิ แต่เงินขาด คนจ่ายเงินบอก ขอจ่ายน้อย จะเกิดอะไรขึ้น หน่วยบริการจะให้บริการได้เยอะหรือให้น้อยลงตามจำนวนเงินที่มี นี่เป็นปกติวิสัยที่สามารถบอกได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น.