ที่ห้องประชุมปิงธารา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตาก นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เข้าร่วมการนำเสนอผลการดำเนินงานโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE จังหวัดตาก รอบเก็บคะแนนการประกวดระดับประเทศ ประจำปี 2568
โดยมี ดร.กิตติ สุทธิจิตไพศาล อดีตผู้เชี่ยวชาญด้านประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน นายทวีศักดิ์ คิ้วทอง ผู้อำนวยการสำนักติดตามและประเมินผลการอาชีวศึกษา ในฐานะคณะอนุกรรมการติดตามประเมินผลการดำเนินงานฯ เป็นประธาน มีนายแพทย์พิทักษ์พงษ์ จันทร์แดง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตาก นายแพทย์พิจารณ์ สารเสวก รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตาก ส่วนราชการ ผู้แทนนายอำเภอ สาธารณสุขอำเภอ เจ้าหน้าที่ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมนำเสนอผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะในการพัฒนาการดำเนินงาน ให้เป็นไปตามเกณฑ์การประกวดฯ ในระดับประเทศ

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลากว่า 22 ปี จังหวัดตาก กำหนดให้มีการดำเนินงานโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE เป็นวาระของจังหวัด โดยมุ่งเน้นการพัฒนาจังหวัดให้เป็นเมืองแห่งครอบครัวอบอุ่น ปลอดยาเสพติด ด้วยการให้ความสำคัญแก่เด็ก เยาวชน ตลอดจนประชาชนทั่วไป ส่งเสริมให้ห่างไกลยาเสพติด ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการ TO BE NUMBER ONE เป็นไปตามวิสัยทัศน์ที่ว่า “เด็กและเยาวชนจังหวัดตาก เก่ง ดี มีสุข ด้วยการเป็นหนึ่ง โดยไม่พึ่งยาเสพติด”
ปัจจุบัน จังหวัดตาก มีสมาชิก TO BE NUMBER ONE อายุ 6-24 ปี รวม 146,800 คน มีชมรม TO BE NUMBER ONE 347 ชมรม และศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE 171 ศูนย์ โดยสมาชิกสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ผ่าน Line,Website, เพจ Facebook บ้านหลังนี้ ทูบี ตาก และศูนย์ประสานงานโครงการ TO BE NUMBER ONE ระดับจังหวัด และระดับอำเภอ
สำหรับในปี 2567 จังหวัดตากได้คัดเลือกชมรม TO BE NUMBER ONE ที่มีคุณภาพ เข้าร่วมการประกวดในระดับภาคเหนือมากถึง 24 ชมรม และมีชมรมที่ผ่านระดับประเทศจำนวน 20 ชมรม แบ่งเป็นกลุ่มต้นแบบ 10 ชมรม และกลุ่มดีเด่น 10 ชมรม
ขณะเดียวกัน จังหวัดตาก ได้ใช้นวัตกรรม TAK House เพราะเราคือบ้าน เพราะเราคือครอบครัว ที่พร้อมจับมือกันต่อสู้ยาเสพติดให้หมดไป และนวัตกรรม TO BE TAK TO BE CARE ซึ่งผลจากการใช้นวัตกรรมดังกล่าว ส่งผลให้เยาวชนจังหวัดตาก เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดลดลง จากการใช้โปรแกรมการบำบัดผู้ใช้ ผู้เสพ ในกลุ่มอายุต่ำกว่า 24 ปี ผสมผสานหลักสูตรเสริมแรงจูงใจ จิตสังคมบำบัด และการพัฒนา EQ พบว่าเยาวชนเข้ารับการบำบัดจนครบโปรแกรม คิดเป็นร้อยละ 100 และจากการติดตามผล พบว่า ไม่มีการกลับมาเสพซ้ำอีก



