เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 27 พ.ค. ที่ ห้องประชุมชิดชัย วรรณสถิตย์ อาคาร 2 ชั้น 3 สำนักงาน ป.ป.ส. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการติดตาม เร่งรัดการดำเนินงานป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ครั้งที่ 3/2568 โดยมี นายแพทย์ พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และในฐานะ รมว.กลาโหม พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานเกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม โดยมีวาระการประชุมสำคัญ คือ การแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการใช้พืชกระท่อมในทางที่ผิดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากนี้ ในช่วงต้นการประชุม มีปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ มุมมอง และความท้าทายต่อการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน” โดย ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี/ที่ปรึกษาประธานอาเซียน

โดย ดร.ทักษิณ ชินวัตร กล่าวว่า ในการปาฐกถาวันนี้มีผู้หลักผู้ใหญ่เยอะมาก แต่ตนเหมือนจะแก่สุด แต่ถ้าแก่กว่าตนก็คือพี่เสริม ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการปราบปรามยาเสพติด ขอเรียนว่าน้อง ๆ ทุกคนในนี้ ทุกคนที่ได้มีตำแหน่ง มีหน้าที่ที่มีความตั้งใจจะแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ประเทศไทยเรา ทุกคนต้องตระหนักว่าภัยคุกคามสำคัญ คือ ยาเสพติด เพราะมันคือภัยคุกคามทั้งในปัจจุบันและอนาคต ทำลายลูกหลานของพวกเรา เวลาเขานำเอาแอมเฟตามีนเข้ามาในไทย ทำให้เด็กเยาวชนได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะผลกระทบต่อสมองส่วนหน้าของเด็ก ๆ มีความเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้า เยาวชนของเรากำลังถูกทำลาย ถ้าเราเอาจริงเอาจัง มันไม่มีอะไรเกินมือและสมองเรา

ดร.ทักษิณ กล่าวอีกว่า ประเทศไทยมีลักษณะการทำงานแบบต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างทำ ไม่มีเจ้าภาพรับผิดชอบเป็นเรื่อง ๆ แต่ทำงานกันไปเรื่อย ๆ มีการใช้งบ ใช้คน แต่ไม่สำเร็จ เพราะว่ามันขาดการบูรณาการที่ชัดเจน วันนี้ตนดีใจที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม และ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. เชิญมาพูด เพราะจริง ๆ อึดอัด อยากพูดมานานแล้ว เพราะชาวบ้านบอกตนว่า เรื่องเศรษฐกิจรอได้ แต่เรื่องยาเสพติดรอไม่ไหว เดือดร้อนกันไปหมด อย่างไรก็ดี สมัยที่ตนป่วย ตนได้นั่งดูข่าวที่เด็ก ๆ ไปไล่ฆ่า ไล่แทงปู่ย่าตายายพ่อแม่ ตนนั่งคิดเหมือนตอนที่เห็นที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พอเกิดเหตุ ตนก็สั่งลุย แต่สมัยนั้นมันง่ายมาก ตนจึงอยากเอาประสบการณ์มาพูด แต่ไม่ได้พูดเพื่อรำลึกความหลัง แต่มันคือสิ่งที่ต้องมาปรับใช้ในปัจจุบัน ซึ่งวันนั้นในอดีตกับวันนี้มันต่างกัน

ดร.ทักษิณ กล่าวต่อว่า ในอดีตพวกพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่อยู่ในประเทศไทย และการผลิตอยู่นอกประเทศไทย แต่วันนี้การผลิต 100% อยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน พวกเรารู้อยู่แล้ว แต่เฉยไม่ได้ ทุกวันนี้มันไม่เหมือนกัน นักค้ายาเสพติดรายใหญ่ส่วนมากหลบหนีหมายไปข้างบ้านหมด แต่ก็ยังมีเครือข่ายในไทย ซึ่งแม้มีพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ฝังตัวอยู่ในชุมชนหมู่บ้าน ก็ไม่มีใครไม่รู้หรอกว่า คนนั้นคือพ่อค้ารายใหญ่ในชุมชน เว้นแต่เจ้าหน้าที่จะไม่รู้เรื่อง เพราะไม่รู้เรื่องจริง ๆ หรือเพราะแกล้งไม่รู้เรื่อง ดังนั้น ทุกหน่วยงานต้องมีใจที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติด

ดร.ทักษิณ กล่าวอีกว่า สำหรับแอมเฟตามีน มันคือตัวสารสำคัญ มีเปอร์เซ็นต์สูงในเม็ดยา แม้ปัจจุบันจะมียาเสพติดหลายประเภทก็จริง แต่เฮโรอีนลดลงไปมาก ส่วนไอซ์ก็มี แต่ไม่นิยมเท่ายาบ้า แต่ตลาดใหญ่สุดตอนนี้ของยาเสพติด คือ ประเทศไทย

“ตนทราบว่าวันนี้ ประเทศไทยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด ประมาณ 29 หน่วยงาน ถามว่ามันเยอะไปหรือไม่ มันกระจายมากไปหรือไม่ เพราะอาจด้วยเรื่องงบประมาณที่มันหอมหวานหรือไม่ วันนี้อาจต้องทำให้มันเหลือน้อยที่สุด เพราะในการปราบปราม คือ ตำรวจ ทหาร มหาดไทย ส่วนเรื่องของการป้องกันแนวชายแดน คือ ศุลกากร เพราะทุกวันนี้ยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง เข้าตามบริเวณชายแดน หรือบ้างเข้าผ่านทางตู้คอนเทเนอร์ โดยทราบสถิติว่าศุลกากรมีตู้คอนเทเนอร์เข้ามาประมาณ 6 ล้านตู้ต่อปี ซึ่งเครื่องเอกซเรย์อาจไม่พอ แล้วก็มีการเปิดตู้บ้างไม่เปิดตู้บ้าง ตั้งใจไม่เปิดตู้ก็มี หรือถ้าตู้ละหมื่นก็ไม่ต้องเปิดตู้ วันนี้ศุลกากรเป็นช่วงในการเอาอะไรเข้ามาก็ได้ วันนี้เราก็เดือดร้อนเรื่องสินค้าจีน บ้างเข้ามาก็ไม่เปิดตู้ เคมีภัณฑ์ก็ไม่เปิดตู้ ไม่รู้มันฟลุกไม่เปิดตู้ หรือตั้งใจไม่เปิดตู้ก็ไม่รู้” ดร.ทักษิณ ระบุ

ดร.ทักษิณ กล่าวด้วยว่า วันนี้ระบบราชการเราทำไม่ได้ แย่ ถอยหลัง ระบบราชการมีลักษณะต่างคนต่างอยู่ ไม่มีเจ้าภาพ ขาด KPI ประเมินผล วันนี้เราต้องกลับมาในยุคการบริหารองค์กร เพราะที่ผ่านมา เราไม่ค่อยได้ทำเรื่องการบริหาร เราทำธุรการ คือ การทำให้เสร็จไปวัน ๆ ไม่มีเป้าหมาย เราต้องช่วยกันคิดว่าจะตั้งเป้าหมายกันอย่างไร

ดร.ทักษิณ กล่าวต่อว่า เรื่องของแหล่งผลิต มันอยู่ในว้าแดง เขตติดต่อสามเหลี่ยมทองคำกับรัฐฉาน วันนี้ตนกับความสัมพันธ์ประเทศอื่น ๆ ยังค่อนข้างดี ตนสามารถไล่ตามความสัมพันธ์ใหม่ได้ แต่เสียดายแค่ตอนนี้ตนไปไหนไม่ได้ ดังนั้น ถึงเวลาที่เราต้องขอความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งเรื่องแหล่งผลิต ถ้าพม่าจัดการไม่ได้ เพราะอ้างว่าเป็นชนกลุ่มน้อย ถ้าอย่างนั้น เราคงต้องขออนุญาตจัดการเอง มันเป็นศัตรูเรา หากมันอยู่ในพื้นที่ใด ถ้าเขาทำไม่ได้ เราก็ต้องขออนุญาต แต่ต้องเป็นวิธีจัดการที่สากลรับได้ และก็ต้องจัดการเรื่องแหล่งผลิตโดยด่วน ซึ่งตนคิดว่าอีกไม่กี่เดือน รมว.ต่างประเทศ จะต้องเดินทางไปพบปะประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมดเพื่อผนึกกำลังให้ว้าแดงเลิกผลิตยาเสพติด ถ้ายังผลิตอยู่ คุณคือศัตรูของไทย เนื่องจากเราไม่ควรปรานีกับศัตรู ถึงเวลาที่ความชัดเจนต้องเกิดขึ้น ส่วนเรื่องการลำเลียง พบว่ามีการขนลำเลียงจากชายแดนไปทาง สปป.ลาว โดยใช้แม่น้ำโขง ซึ่งอันนี้ต้องมาผนึกกำลังกันใหม่ วางแผนให้ชัด ต้องมี KPI ชัดเจน

ดร.ทักษิณ กล่าวเพิ่มเติมว่า เราต้องจัดการทุกรูปแบบ แต่สิ่งสำคัญคือมันต้องจบที่หมู่บ้านชุมชน โดยชุมชนต้องขาวให้ได้ วิธีคือ ความร่วมมือของส่วนราชการที่เป็นส่วนสำคัญอย่างมาก เพราะในสมัยตน ตนสั่งให้มีการเอกซเรย์ทุกตารางนิ้ว ที่ไหนมียาเสพติดต้องจัดการให้หมด อีกทั้งตำรวจและฝ่ายปกครองต้องเป็นปาท่องโก๋ไปด้วยกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างทำ ต้องจับมือกันและรักกัน มหาดไทยกับตำรวจต้องรักกัน จะได้รู้ว่าต้องช่วยกัน ต้องเอกซเรย์ทุกพื้นที่ให้หมด อย่าให้พ่อค้ายาอยู่ในชุมชนหมู่บ้าน ให้มันไปอยู่ที่อื่น ถ้ามันอยากอยู่ก็ให้มันไปอยู่ที่อื่น แต่ห้ามอยู่ในชุมชน ไม่ก็ต้องจับกุมไปอยู่ในเรือนจำ ย้ำว่า ต้องเอาออกจากหมู่บ้านให้ได้ นี่คือภารกิจสำคัญ

ดร.ทักษิณ กล่าวเพิ่มว่า ตนจะขออนุญาตนายกฯ เพราะช่วงนี้ว่างงาน แก่แล้ว อยากแวะดูชุมชนหมู่บ้านว่ามีที่ไหนมีพ่อค้ายาบ้าง มีบ้านหลังใหญ่ไหม อยู่สบายไหม ถ้าเจอ ตนจะได้ฟ้อง รมว.มหาดไทย และ ผบ.ตร. ให้รู้ว่าพ่อค้ายาอยู่สบายแค่ไหน มีบ้านหลังใหญ่ไหม เจ้าหน้าที่จะได้ไปยึดทรัพย์ สืบทรัพย์ต่อได้ ทั้งนี้ ตนค่อนข้างเป็นคนขี้ฟ้องหน่อย ส่วนเจ้าหน้าที่รับรู้แล้วจะปฏิบัติหรือไม่ก็แล้วแต่

ดร.ทักษิณ ระบุว่า วันนี้ กอ.รมน. มีทุกพื้นที่ มีสองส่วน คือ กองกำลัง กอ.รมน. และกองกำลังการช่วยราชการ และตามตำแหน่ง รอง ผอ.กอ.รมน. ซึ่งมีงบประมาณอยู่ ดังนั้น เที่ยวนี้จะเป็นบทสรุปพิสูจน์ว่าควรจะยุบ กอ.รมน. ทิ้งไปหรือไม่ เพราะงานของ กอ.รมน. คือ งานเกี่ยวกับภาคใต้และเรื่องยาเสพติด ต้องปราบปรามบำบัดอย่างเข้มแข็ง ไม่อย่างนั้นมันจะพูดได้ว่างบ 7,000 กว่าล้านบาทแบบนี้ ช่วยยุบไปเสียเถอะ

ดร.ทักษิณ ระบุอีกว่า การบำบัดในสมัยตนนั้น เราใช้ค่ายทหาร ตอนนั้นค่ายทหารมันคลีน ๆ ไม่มีฉี่ม่วง แต่ทุกวันนี้มีฉี่ม่วงเกือบทุกที่ อย่างเช่น จ.นครราชสีมา มีอำเภอหนึ่ง ที่นายอำเภอเชิญประชุมนายก อบต. จำนวน 12 คน พบว่ามีฉี่ม่วงแล้ว 8 คน ซึ่งนายอำเภอคนนี้ได้จับปิดห้องตรวจ จนเจอฉี่ม่วงดังกล่าว ฉะนั้น วันนี้มันกระจายไปถึงระดับนายก อบต. แล้ว นายก อบต. ยังติดยาเลย มันคลีนยาก แต่ก็คงไม่ยากเกินไป เพราะว่าถ้านายอำเภอ ตำรวจ ร่วมมือกันก็จะดีขึ้น และทุกวันนี้ก็อยากฝากว่างบประมาณ จำนวน 157,000 ล้านบาท จะเอาไปทำอะไร ซึ่งถ้าจัดการเรื่องยาเสพติดได้เด็ดขาดภายในสิ้นปีนี้ได้ ประชาชนคงบอกว่า ถ้าเลื่อนดิจิทัลวอลเล็ตออกไปก็คงไม่โกรธ เพราะเรื่องยาเสพติดคือเรื่องสำคัญในชีวิตพวกเขา

ดร.ทักษิณ ระบุต่อว่า อยากให้มีการตั้งศูนย์บำบัดทุกอำเภอ เพราะบางอำเภอมี แต่บางอำเภอก็ไม่มี และมองว่าควรใช้สถานที่ราชการ ที่หัวหน้าส่วนราชการเขาเต็มใจให้ใช้ แล้วเราก็ไปปรับปรุงพัฒนา ถ้ามี 700 อำเภอ ก็อาจใช้งบประมาณ 3,500 ล้านบาท ถ้าได้ตั้งศูนย์บำบัดประจำอำเภอ จะทำให้ไม่ใช่แค่การบำบัดผู้ติดยาเสพติด แต่ยังเป็นการคลีนชุมชนด้วย

“หากมีโรงเรียนจับฝึกอาชีพ อบรมจิตวิทยา ดังนั้น เมื่อกลับมาชุมชน ถ้าชุมชนไม่มีเรื่องยาเสพติด กลับมาก็จะลืมไปเอง ไม่เสพ แต่ถ้ายังมียาเสพติดอยู่ในชุมชน อบรมบำบัดอย่างไรก็ไม่หาย ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ต้องทำพร้อมกัน นอกจากนี้ ตนยังมองเรื่องการให้รางวัล อันไหนทำดีทำถูกต้องก็ต้องให้รางวัล ทั้งรางวัลนำจับ หรือรางวัลในส่วนของหน่วยงาน แต่ต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจในอดีตดีกว่า หาเงินง่าย แต่วันนี้หนี้เยอะ และเป็นหนี้มาหลายปีแล้ว ซึ่งถ้าหากมหาดไทยและเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมมือกัน ตนมั่นใจว่าเอาอยู่ ไม่มีเอาไม่อยู่ ซึ่งตนคิดว่าในวันนี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หากมีเวลาว่างควรไปกินข้าวด้วยกันหน่อย จะได้วางแผนว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ว่าราชการ ตำรวจ ทำงานด้วยกัน หากตรงไหนคนที่ถูกกัน ก็ให้เปลี่ยนที่อยู่ทั้งคู่ จะได้ทำงานสามัคคีกัน” ดร.ทักษิณ เสริม

ดร.ทักษิณ ระบุต่อว่า อีกประการที่ตนห่วงใยคือเรื่องศึกษาธิการ การให้การศึกษากับเด็กและเยาวชนคือเรื่องสำคัญ เราต้องมีการปลูกฝังตั้งแต่ระดับอนุบาล ทำไมญี่ปุ่นจึงรักษาความสะอาดก็เพราะว่าเขามีการฝึกตั้งแต่เด็ก ปลูกฝังจนเป็นวัฒนธรรม แต่ในวันนี้อาจารย์และคุณครูกลับต้องมานั่งเขียนรายงานอย่างเดียว ซึ่งก็ไม่เหลือเวลาที่จะมาอบรมเด็กนักเรียนแล้ว ในวันนี้ต้องบอกว่าศึกษาธิการยังอยู่ในโหมดเดิม ๆ

ดร.ทักษิณ ระบุอีกว่า ตนขอฝากให้กระทรวงสาธารณสุขเน้นเรื่องการบำบัดให้เต็มที่ อย่าไปคิดว่าเด็กเหล่านี้ป่วยโรคจิตเวช เพราะบางทีเขาไปเจอยา มันอาจมีปฏิกิริยากับร่างกายและสมอง บ้างมีการนำไปผสมแบบค็อกเทลกับกัญชา จึงทำให้เกิดภาวะคลั่งขึ้นมา จึงต้องให้การศึกษาแก่เด็ก และกระทรวงสาธารณสุขต้องทำเรื่องบำบัดอย่างจริงจัง ซึ่งก็ต้องร่วมกับส่วนราชการประมาณ 29 หน่วยงาน ซึ่งมีจำนวนเยอะเกิน ตนยังเรียกชื่อไม่ถูกเลย

ดร.ทักษิณ ระบุด้วยว่า สำหรับเรื่องการซีลชายแดน ต้องอาศัยความร่วมมือจากทหารและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพราะช่องทางธรรมชาติหลายช่องทางมีเยอะและผิดปกติ ยิ่งบริเวณชายแดนที่มักจะเกี่ยวข้องกับยาเสพติด การค้าอาวุธ และน้ำมันเถื่อน รวมไปถึงการขนลำเลียงสแกมเมอร์ และไหนจะยังมีเรื่องสินค้าเถื่อนนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งต้องขอให้ศุลกากรอย่าเกียร์ว่าง ต้องเอาจริงเอาจังให้เหมือนการปราบปรามสแกมเมอร์ เพื่อที่ปัญหาพวกนี้จะได้ลดลงไปได้เยอะ ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องยาเสพติด เรื่องสแกมเมอร์ เราต้องเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยด้วย จึงอยากฝากหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ขอให้จริงจัง

ดร.ทักษิณ ระบุว่า ในสมัยที่ตนทำเกิดความสำเร็จเพราะมีการปลุกระดม เสริมสร้างพลังตระหนักให้รู้ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นอันตรายต่อลูกหลาน ซึ่งอย่าปล่อยให้มันเกิดกรณีแบบไฟไหม้ฟาง แต่เราต้องทำอย่างต่อเนื่อง ปลายทางขออย่าให้มีพ่อค้ายาเสพติดหลงเหลืออยู่ในชุมชน ถ้ามันอยากจะไปอยู่กับญาติก็ให้ไป แต่ห้ามอยู่ในชุมชนที่มีการค้ายาเสพติด และที่สำคัญเราต้องเน้นไปที่เรื่องการสืบสวน ว่ามันเป็นมือไม้ของพ่อค้ายาเสพติดที่หนีไปยังประเทศเพื่อนบ้านระหว่างที่มีหมายจับหรือไม่ ซึ่งต้องขยับไปดูในเรื่องการออกหมายอินเตอร์โพลด้วย เพื่อนบ้านจะได้ไม่เก็บมันไว้ เพราะบางทีมันอาจใช้เงินไปดูแลผู้นำท้องถิ่นในประเทศเพื่อนบ้าน เพราะต้องยอมรับว่าพ่อค้ายาเสพติดมักจะมีเงินเยอะ อาจไปเลี้ยงหม่องนู่นนี่ แต่ทุกหม่องหากใครยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด คือศัตรูของไทย อย่าไปญาติดีด้วย

ดร.ทักษิณ ระบุเพิ่มเติมว่า กรณีเรื่องที่ว้า ตนไม่รู้ว่ามันรวยมากแค่ไหน แต่มันมีเครื่องมือครบทุกอย่าง และที่เราจับกุมได้เยอะก็เพราะว่าเรามีความเข้มแข็ง และถ้าหากการผลิตยังมีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาจซื้อมาจากประเทศจีน เราก็ต้องขอความร่วมมือจากประเทศจีน สื่อสารผ่านทางการทูตอย่างจริงจัง ว่าขอให้ทางการจีนช่วยสกัดให้เราด้วย เพราะนี่คือศัตรูของไทย และเราต้องหาเพิ่มเติมว่ามันทำอย่างไร มีพิกัดใดบ้าง ซึ่งถ้ามันต้องใช้ไฟฟ้าจากประเทศไทย เราก็ต้องตัดไฟ จะให้มันใช้ไฟฟ้ามาผลิตยาเสพติดมาขายให้กับเราได้อย่างไร ย้ำอีกครั้งว่าถ้าหากใครไม่ให้ความร่วมมือ จะถือว่าเป็นปฏิปักษ์กับประเทศ อาจมีความผิดตามข้อหาสมรู้ร่วมคิดฯ หรือข้อหาสนับสนุนฯ ตนขอฝากทุกท่านด้วย มันไม่มีอะไรเกินกำลังของพวกเรา เราต้องเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และเราควรมีการพูดคุยอย่างตรงไปตรงมา ถ้าพูดคุยแล้วไม่รู้เรื่องก็ต้องทุบ อย่าเหยาะแหยะ จะคุยก็ต้องจริงจัง ปราบปรามก็ต้องจริงจัง วันนี้ต้องชัดเจน ซึ่งตนรู้ว่าทุกคนทำงานก็อยากให้ผู้บังคับบัญชารับรู้ จึงฝากว่าอย่าให้ประเพณีไม่ทำไม่ผิด ฝังอยู่ในระบบราชการอีกต่อไปเลย

ดร.ทักษิณ ระบุเสริมว่า ปัจจุบันนี้มีจำนวนคนกว่า 300,000 คน ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องยาเสพติด แต่ติดคุกอยู่ในเรือนจำกว่า 200,000 คน ยังไม่นับรวมคนที่อยู่ข้างนอกที่ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการอีกกว่า 400,000 คน นี่คืออนาคตของเด็กไทย ต้องยอมรับว่าวันนี้เด็กไทยโตขึ้นมาจะสู้เขาไม่ได้ ทั้งเรื่องการศึกษาและเรื่องเศรษฐกิจ ลูกหลานเรียนไม่เต็มที่ หรือตามเทคโนโลยีไม่ทัน เพราะปัญหาหลักใหญ่ ๆ คือเรื่องยาเสพติด ฉะนั้น หากภาคประชาชนไม่เข้มแข็ง เราจะแข่งขันกับใครได้ วันนี้เราจะอยู่กันแบบเฉย ๆ เรื่อย ๆ มาเรียง ๆ ไม่ได้หรอก ให้ตระหนักว่ายาเสพติดคือปัญหาของชาติ มันทำลายอนาคตลูกหลานของเรา ขอให้ช่วยกัน อยากวิงวอนทุกส่วนราชการให้ช่วยกันจริงจัง โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอให้ร่วมกันเอกซเรย์ทุกพื้นที่ ใช้พลังความเข้มแข็งของชุมชน ขับไล่พ่อค้ายาเสพติดออกไปให้ได้

“ทุกวันนี้ตนยังสงสัยว่า ตัวการใหญ่ที่หนีคดีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน กับพ่อค้ารายย่อยในชุมชน มันมีข้อมูลในระบบมากน้อยแค่ไหน เพราะเราควรที่จะสืบสวนไปให้ถึงว่าเป็นการรับยาเสพติดมาจากแหล่งใด เจ้าหน้าที่ส่วนใดเป็นผู้ติดตามยึดและอายัดทรัพย์ ซึ่งมันต้องยึดให้หมด แล้วถ้าหากเราสามารถจับตัวการได้ ก็จะต้องสอบถามว่าหัวหน้าใหญ่ของมันคือคนไทย หรือหม่อง หรือใครที่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้านหรือไม่ ซึ่งเราต้องไล่บี้ หากกัดได้ตัวหนึ่งก็ต้องกัดต่อ ตนมั่นใจว่าหากมีการทำงานอย่างต่อเนื่อง ความเก่งของข้าราชการไทย ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ไม่มีอะไรที่ตำรวจไทยทำไม่ได้ แต่ก็ต้องได้รับการซัพพอร์ตจากมหาดไทยด้วย ทั้งนี้ หากใครไม่ทำงาน ก็ให้ไปอยู่ในไม้แขวนเสื้อ”

ดร.ทักษิณ เสริมว่า ในเรื่องของกัญชาเสรี เสรีคือต้องไม่เละเทะ เราต้องไปดูในหลายประเทศที่เขามีนโยบายกัญชาเสรี เขาไม่ได้เดือดร้อนหรือมีปัญหา เพราะกฎหมายเขามีความชัดเจน ซึ่งตนมองว่า บางอย่างไม่ต้องแก้กฎหมายทั้งหมดก็ได้ หากสามารถทำได้ 8 ก็ทำไปก่อน ส่วนอีก 2 ก็ไม่เป็นไร วันนี้เราเสียหาย เพราะการท่องเที่ยวก็มองว่าสามารถหาซื้อกัญชาที่ใดก็ได้ อีกทั้งเราไม่มีการกำหนดในเรื่องของการนำกัญชามาผสมในอาหาร เพราะบางทีเด็กไปซื้อขนม ก็เสี่ยงผสมกับกัญชา ซึ่งมันออกฤทธิ์แรงมาก อย่างมีกรณีที่นักท่องเที่ยวมาฮันนีมูนที่ภูเก็ต เกิดเสียชีวิต เมื่อตรวจสอบดูไม่ใช่เป็นการฆาตกรรม แต่พบว่ามีการซื้อขนมบราวนี่หนึ่งชิ้น แล้วมาแบ่งกันกิน ภรรยากลับหัวใจวาย ซึ่งมันควรทำสถานที่ให้มีความชัดเจน ว่าคนที่เดินไปยังสถานที่นั้นคือคนที่ต้องการใช้กัญชาจริง ๆ แต่ต้องไม่ใช่ว่า คนที่ไม่ประสงค์ใช้กัญชาเดินเข้าไปแล้วต้องไปเจอว่ามันมีส่วนผสมอยู่ ทั้งนี้ พระพุทธเจ้าบอกว่า ความโลภโกรธหลงทำให้คนโง่ แต่คนพวกนี้ไม่ได้โง่เพราะโง่ แต่โง่เพราะความมีกิเลส

ดร.ทักษิณ ระบุต่อว่า ปัจจุบันมีเฟคนิวส์เกิดขึ้นเยอะ บางทีข่าวก็เขียนว่าตนหลบหนี ก็เลยอยากรู้ว่าวันนี้จะเขียนอย่างไร เขียนว่าตนเพิ่งกลับมาหรือไม่ เพราะเห็นบอกว่าหนีไปทางช่องทางธรรมชาติ มองว่ามันเหมือนเป็นการแต่งนิยาย หากกล่าวถึงผู้ประพันธ์วรรณกรรมเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ คือ เจเค โรว์ลิ่ง ตนสังเกตว่าการเขียนนิยายของเขามันทำให้เกิดประโยชน์ แต่ของบ้านเรามันคือนิยายน้ำเน่า ไหนจะมีการบอกว่านายกฯ อุ๊งอิ๊งที่บินไปลอนดอน และตนกำลังจะหนีตามไป ตนอยากถามว่า ตนจะหนีทำไมวะ มันเป็นเรื่องตลก วันนี้สังคมต้องพิจารณาให้ดี อย่าให้ใครจูงง่าย ๆ อีกทั้งตนมาตกผลึกว่า เฟคนิวส์มักมาจากหนังสือพิมพ์ที่ไม่ค่อยมีคนอ่าน หรือไม่ก็มาจากทีวีที่ตกรุ่น มีแค่นี้

ดร.ทักษิณ ระบุด้วยว่า ประเทศไทยก็ไม่มีระบบตรวจสอบเซ็นเซอร์เลย ถ้าหากวันนี้มีแฮกเกอร์ แฮกระบบ คงทำได้หลายจุด วันนี้เราต้องมาเสริมเขี้ยวเล็บเรื่องเทคโนโลยีให้คนไทย ต้องเอา AI เข้ามา และต้องเป็นคนที่ใช้ AI เป็น ซึ่งก็มานั่งคิดว่าจะทำอย่างไรให้คนไทยใช้ AI เป็น

ดร.ทักษิณ ระบุว่า ตนเป็นคนริเริ่มว่าผู้เสพคือผู้ป่วย แต่เราไม่ได้ส่งเขากลับเข้าชุมชนทันที สมัยตนได้มีการนำเอาผู้เสพเข้าบำบัดในค่ายทหารนาน 4 เดือน เหมือนเป็นการไปล้างความอยาก แล้วเมื่อครบกำหนดก็ค่อยให้กลับเข้าสู่ชุมชน แต่ชุมชนต้องมีการปราบปรามให้เสร็จสิ้นก่อน ไม่ให้มียาเสพติดหลงเหลือ ทั้งนี้ ตนไม่อยากให้กฎหมายมีความตายตัวมากเกินไป มันต้องดูพฤติกรรมเป็นหลัก ถ้าเราสามารถเอาผู้เสพไปบำบัดได้ แต่แนวโน้มของผู้เสพสมัยนี้คือการเสพไปขายไป มีการขายเพื่อนขายให้กับญาติ เพื่อที่จะได้มีกำไรไปซื้อมาใช้ต่อ แม้จะไม่ใช่นักค้าอาชีพ เพราะถ้าเป็นนักค้าอาชีพ คนพวกนี้จะไม่เสพ นอกจากนี้ ยาเสพติดแพร่กระจายในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ ต้องดูว่าตรงไหนที่เราควรแก้ แม้หลักการถูกต้อง แต่ก็ยอมรับว่าลงรายละเอียดยังไม่ถูก ตนจึงขอฝากความร่วมมือของส่วนราชการ ให้กลับมามีความจริงจังกันอีกครั้ง.