เมื่อวันที่ 27 พ.ค. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในกทม. ครั้งที่ 1/2568 โดยมี นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. และผู้บริหารด้านความยั่งยืนของกรุงเทพมหานคร นายชาตรี วัฒนเขจร รองปลัดกทม. พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 30 หน่วยงาน ร่วมประชุมที่ห้องนพรัตน์ ชั้น 5 ศาลาว่าการกทม. เสาชิงช้า เขตพระนคร และผ่านระบบออนไลน์

ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า เรื่องฝุ่นยังเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำงานทุกวันตลอดทั้งปี และต้องทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำแค่ช่วงหน้าฝุ่น ปีนี้ กทม.มีความก้าวหน้าในหลายเรื่อง เช่น มาตรการเขตมลพิษต่ำ (Low Emission Zone – LEZ) ซึ่งได้เริ่มดำเนินการแล้วเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

“หัวใจของ LEZ คือไม่ใช่ไปจับรถที่มีมลพิษสูง แต่เป็นการสร้างแรงจูงใจให้รถที่ปล่อยมลพิษไปเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เปลี่ยนไส้กรอง และขึ้นทะเบียนรถบัญชีสีเขียว (Green List) เพื่อให้รถสามารถเข้าพื้นที่ควบคุมได้ และต่อไปจะขยายผลให้มากขึ้น” ผู้ว่าฯ กทม.กล่าว

ทั้งนี้ในที่ประชุม รายงานผลการดำเนินงานในการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยในปี 2568 ได้แก่ มาตรการ LEZ กทม.มีการประกาศห้ามรถบรรทุกตั้งแต่ 6 ล้อ (ยกเว้น EV, NGV, EURO 5-6) ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนบัญชีสีเขียว เข้าในพื้นที่เขตควบคุมฝุ่นวงแหวนรัชดาภิเษก ในช่วงวิกฤติฝุ่น ในวันที่ 23 ม.ค. 68 เวลา 00.01 น. ถึงวันที่ 24 ม.ค. 68 เวลา 23.59 น. และดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษแล้ว 426 คัน พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบปรับแล้ว 4 คดี โดยตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. 67–31 มี.ค. 68 มีรถตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไปลงทะเบียนบัญชีสีเขียวแล้วทั้งสิ้น 57,936 คัน โดยในปี 2569 จะพิจารณาขยายพื้นที่การประกาศห้ามรถตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไปวิ่งเข้าพื้นที่ กทม.

ส่วนโครงการรถคันนี้ลดฝุ่น ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. 67–28 ก.พ. 68 กทม. ร่วมกับเครือข่ายภาครัฐและเอกชนเชิญชวนทุกภาคส่วนเข้าร่วมโครงการฯ โดยมีรถเข้าร่วมโครงการเปลี่ยนไส้กรองแล้ว 291,137 คัน จากเป้าหมาย 500,000 คัน มีการจัดทำห้องเรียนปลอดฝุ่นในโรงเรียน 1,966 ห้อง ดำเนินการแล้วเสร็จ 744 ห้อง และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 151 แห่ง

ส่วนมาตรการอื่น ๆ ดำเนินการต่อเนื่อง เช่น เชิญชวนทุกภาคส่วน Work From Home ตั้งเป้าลงทะเบียน 200,000 คน ปัจจุบันลงทะเบียนแล้ว 104,402 คน โดยช่วงที่ประกาศ WFH ส่งผลให้การจราจรลดลง 15% เป็นอีกหนึ่งมาตรการที่ไม่ใช้เงินแต่ใช้ความร่วมมือ โดย กทม. จะพยายามหาเครือข่ายให้มากขึ้น

นอกจากนี้ มีการให้เกษตรกรยืมรถอัดฟางเพื่อลดการเผา การประกาศพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ สนับสนุนน้ำแข็งแห้งเพื่อดำเนินภารกิจลดฝุ่นของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดช่องทางแจ้งเบาะแสฝุ่น PM2.5 การพยากรณ์และแจ้งเตือนฝุ่นผ่านธงคุณภาพอากาศในโรงเรียน ชุมชน และสำนักงานเขต เปิดศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร และแจ้งเตือนผ่าน LINE ALERT ตรวจต้นตอฝุ่น ปรับปรุงจราจร เพิ่มพื้นที่สีเขียว.