เมื่อวันที่ 28 พ.ค. กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม รายงานว่า สืบเนื่องจากกรณี พลทหารวรปรัชญ์ พัดมาสกุล สังกัด หน่วยฝึกทหารใหม่ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ถูกครูฝึกและรุ่นพี่ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งแพทย์เผยสาเหตุร่างกายถูกทำร้ายหนัก ทั้งสมองบวม ซี่โครงหักทั้ง 2 ข้าง ปอดฉีก ปอดรั่ว ไหปลาร้าหัก และกระดูกสันหลังหัก ซึ่งเหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 ส.ค. 67 ที่ผ่านมา
กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ระบุว่า เมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 จังหวัดระยอง ได้มีคำพิพากษาลงโทษจำเลย (ทหาร) จำนวน 13 ราย ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ประกอบกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา เนื่องจากจำเลยทั้ง 13 ราย ได้ร่วมกันลงโทษ สั่งซ่อม และร่วมกันทำร้าย พลทหารวรปรัชญ์ พัดมาสกุล อย่างรุนแรงในหลายรูปแบบและหลายครั้ง จนทำให้พลทหารวรปรัชญ์ เสียชีวิตในเวลาต่อมา

สรุปคำพิพากษา ดังนี้ จำเลยที่ 1 (ครูฝึก) กระทำความผิดฐานกระทำการทรมาน (มาตรา 5) พิพากษาลงโทษจำคุก 20 ปี จำเลยที่ 2 (ครูฝึก) กระทำความผิดฐานกระทำการทรมาน (มาตรา 5) พิพากษาจำคุก 15 ปี และจำเลยที่ 3-13 (ทหารเกณฑ์ซึ่งเป็นผู้ช่วยครูฝึก) กระทำความผิดฐานกระทำการทรมาน (มาตรา 5) พิพากษาลงโทษจำคุกคนละ 10 ปี
ด้าน น.ส.เอมอร เสียงใหญ่ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย เข้าร่วมรับฟังคำพิพากษาของศาล หลังจากนั้นได้รับคำขอช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหาย ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 จากญาติของพลทหารวรปรัชญ์ เรียบร้อยแล้ว และจะเร่งนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายจากการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ต่อไป
ทั้งนี้ พ.ร.บ.ทรมานฯ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ. 2566 ซึ่งที่ผ่านมา มีคดีขึ้นสู่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ จำนวน 2 คดี ได้แก่ การเสียชีวิตของพลทหารกิตติธร เวียงบรรพต และ คดีการเสียชีวิตของพลทหารวรปรัชญ์ พัดมาสกุล ซึ่งคดีของพลทหารกิตติธร อยู่ในเขตอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอผลการพิจารณาเขตอำนาจระหว่างศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ และศาลทหารของคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดเขตอำนาจระหว่างศาล ก่อนที่ศาลที่มีเขตอำนาจจะสามารถมีคำพิพากษาได้ต่อไป.



