ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนนี้ประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา มีกรณีปัญหาครอบครัวกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ตำบลนาแขม อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย ซึ่งประสบปัญหาความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากบิดาต้องโทษจำคุก ส่วนมารดามีอาการป่วยทางจิตเวช ทำให้เด็กหญิงวัย 7 ขวบ ต้องอาศัยอยู่กับปู่เพียงลำพัง ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เสี่ยงต่อปัญหายาเสพติดและขาดโอกาสทางการศึกษา 

นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ได้มอบหมายให้ นายประยูร อรัญรุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย นำทีมคณะครูจากโรงเรียนบ้านห้วยทรายและคณะเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เลย เขต 1 ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านและตรวจสอบความเป็นอยู่ของครอบครัวดังกล่าว โดยสืบเนื่องจาก ก่อนนี้ นายประยูรได้เป็นประธานเปิดโครงการ “อพม. ร่วมใจ พากลุ่มเปราะบางรีสตาร์ทชีวิตเข้าถึงสิทธิ” และได้รับแจ้งเบาะแสจากภาคีเครือข่ายถึงความเดือดร้อนของเด็กนักเรียนรายนี้ จึงเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบทันที

จากการลงพื้นที่พบว่า สภาพความเป็นอยู่ของเด็กหญิงเอ (นามสมมติ) วัย 7 ขวบ ชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก โดยมีนายสมชาย (นามสมมติ) อายุ 56 ปี ผู้เป็นปู่ เป็นผู้ดูแลหลักเพียงลำพัง ด้วยอาชีพรับจ้างทั่วไปและตัดอ้อย หาของป่า เผาถ่าน บางครั้งต้องไปค้างคืนในป่ากับปู่ 2 คน ทำให้รายได้ไม่แน่นอน สภาพที่พักอาศัยทรุดโทรม ขาดความปลอดภัย บางครั้งต้องย้ายไปพักอาศัยอยู่บนต้นไม้เพื่อหนีสภาพอันตราย ทั้งการกินอยู่อัตคัด ขาดสารอาหาร โดยมักมีเพียงข้าวกับไข่เจียวหรือแจ่วเท่านั้น ในขณะที่ตัวเด็กมีร่างกายซูบผอม เสื้อผ้าและชุดนักเรียนขาดความสะอาดสะอ้าน 

ที่ผ่านมา ปู่มักจะพาหลานสาวไปทำงานด้วยตลอด ทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ป่า ทำให้เด็กขาดโอกาสในการเข้าเรียนอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งคณะครูและผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยทรายต้องลงพื้นที่ไปติดตามและเกลี้ยกล่อมให้เด็กกลับมาเข้าเรียน จนกระทั่งมีการประสานงานช่วยเหลือในที่สุด

รองผู้ว่าฯ มีการสั่งการทันที เร่งช่วยทำบัตรประชาชน และประสานงานส่งเรียนโรงเรียนประจำ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน และมีแผนการดำเนินการ เร่งรัดสิทธิ ได้นัดหมายครูและผู้ปกครอง พาเด็กไปทำบัตรประจำตัวประชาชน ณ สำนักทะเบียนอำเภอเมืองเลย เพื่อใช้เป็นเอกสารสำคัญในการศึกษาต่อ ประสานการส่งเข้าโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 52 เพื่อตัดวงจรความเสี่ยงในด้านต่างๆ เช่นยาเสพติดและปัญหาอื่นๆ และสร้างอนาคตของเด็ก โดยได้วางแผนส่งตัวเด็กเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 52 อำเภอวังสะพุง

ล่าสุด วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 นายประยูร อรัญรุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เปิดเผยว่า  ตามที่นางสาวจิตตานันท์ สุพรมอินทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยทราย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 1 ได้ รายงานผลการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน เพื่อช่วยเหลือและส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนอย่างทั่วถึง โดยมีการดำเนินงานติดตามช่วยเหลือ น้องข้าวปั้น เด็กหญิงจุสิตรา  แก้วลอย นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยทางโรงเรียนได้รายงานความคืบหน้ามาให้ทราบ ตามขั้นตอนดังนี้ 

1. ขั้นการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล ครูประจำชั้นของโรงเรียนได้สำรวจข้อมูลพื้นฐานของเด็กหญิงข้าวปั้น ทั้งด้านการเรียน ความประพฤติ สภาพครอบครัว และความเป็นอยู่ พบว่านักเรียนเป็นเด็กที่มีความตั้งใจเรียน มีความประพฤติดี แต่ครอบครัวมีข้อจำกัดด้านโอกาสทางการศึกษาและการดูแลระยะยาว และนักเรียนยังไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน

 2. ขั้นการคัดกรองนักเรียน โรงเรียนได้ประชุมร่วมกับคณะครูเพื่อวิเคราะห์และคัดกรองนักเรียนตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน พบว่านักเรียนควรได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนด้านโอกาสทางการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อให้ได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสมตามศักยภาพ

 3. ขั้นการส่งเสริมและพัฒนา ทางโรงเรียนได้ให้การช่วยเหลือ ดูแล และส่งเสริมในด้านต่าง ๆ ทั้งด้านการเรียน การใช้ชีวิตในโรงเรียน และการสร้างกำลังใจ รวมทั้งประสานงานกับผู้ปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางในการศึกษาต่อที่เหมาะสมกับนักเรียน โดยมีท่านรองประยูร อรัญรุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ลงพื้นที่พร้อมด้วยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลยเขต 1 ผู้บริหาร คณะครู โรงเรียนบ้านห้ยทราย ลงพื้นที่ให้คามช่วยเหลือเชิงรุก พร้อมาแผนนำเด็กนักเรียนไปทำบัตรประชาชน สำนักทะเบียนอำเภอเมืองเลย และส่งตัวเข้าเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนและสร้างอนาคตที่ดีให้กับนักเรียน

4. ขั้นการป้องกันและแก้ไขปัญหา คณะครูและผู้บริหารได้ติดตาม ดูแล และให้คำปรึกษาแก่นักเรียนอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง เพื่อป้องกันปัญหาด้านโอกาสทางการศึกษา และวางแนวทางช่วยเหลือให้นักเรียนสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ 

5. ขั้นการส่งต่อ โรงเรียนบ้านห้วยทราย ได้ดำเนินการประสานส่งต่อเด็กหญิงข้าวปั้น จุสิตา แก้ลอย เข้าพักอาศัยที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จังหวัดเลย และศึกษาต่อ ณ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 52 เพื่อให้นักเรียนได้รับโอกาสทางการศึกษา การดูแล และการพัฒนาศักยภาพอย่างเหมาะสม โดยได้รับการสนับสนุนและการกำกับดูแลจากท่านรองประยูร อรัญรุท รองผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งให้ความสำคัญต่อการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในพื้นที่เป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้เด็กเจริญเติบโตไปมีอนาคตและสามารถพึ่งพาตนเองได้

สรุปผลการดำเนินงาน จากการดำเนินงานตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ทำให้เด็กหญิงข้าวปั้นได้รับโอกาสทางการศึกษาที่เหมาะสม ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง และสามารถก้าวเข้าสู่รั้ว โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 52 ได้สำเร็จ อันเป็นผลจากความร่วมมือของโรงเรียน ผู้ปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย