เมื่อวันที่ 28 พ.ค. พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ที่ประชุมได้รายงานเรื่องมาตรการแก้ไขปัญหายาเสพติดของสถานศึกษา โดยภาพรวมการแก้ปัญหาดังกล่าว ตนอยากให้หน่วยงานราชการสังกัด ศธ. ทุกแห่งเป็นหน่วยงานสีขาว นอกเหนือจากโครงการโรงเรียนสีขาวปลอดยาเสพติด ซึ่งไม่เพียงแค่ปลอดยาเสพติดเท่านั้น แต่รวมไปถึงเรื่องการป้องกันบุหรี่ไฟฟ้าด้วย เพราะบุหรี่ไฟฟ้าถือเป็นสินค้าที่ผิดกฎหมาย ดังนั้นการที่ข้าราชการพกบุหรี่ไฟฟ้ามาใช้มาเสพเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม และหากตรวจสอบพบจะมีโทษทางวินัยอย่างแน่นอน ขณะเดียวกันตนได้กำชับมาตรการความปลอดภัยของนักเรียน โดยช่วงนี้จะพบข้อมูลนักเรียนก่อเหตุทำร้ายร่างกาย ซึ่งขอให้โรงเรียนมีมาตรการตรวจตราเฝ้าระวังพฤติกรรมนักเรียน และสอดส่องเรื่องการพกอาวุธในโรงเรียนของเด็กด้วย
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้หารือถึงการยกระดับคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะสภาการศึกษา (สกศ.) ได้นำเสนอข้อมูลการยกระดับคุณภาพการศึกษาที่เป็นข้อมูลเปรียบเทียบในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยจะพบว่า คุณภาพการศึกษาของประเทศไทย มีความใกล้เคียงกับประเทศอินโดนีเซีย และมาเลเซีย และในข้อมูลการเปรียบเทียบดังกล่าว มีหลายประเด็นที่การศึกษาของประเทศไทยทำได้ดีกว่ากลุ่มประเทศเหล่านี้ ดังนั้นข้อมูลการเปรียบเทียบดังกล่าว จึงทำให้เห็นภาพการขับเคลื่อนการศึกษาได้อย่างชัดเจนขึ้น ซึ่งตนได้กำชับให้ สกศ. ได้ทำข้อมูลเพิ่มเติมขึ้นในมิติการศึกษาของประเทศไทย ว่า 10 ปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร โดยมีมาตรการการวัดคุณภาพการศึกษาในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ที่ใช้องค์ประกอบ 5 ด้าน คือ 1.คุณภาพผู้เรียน 2.การเข้าถึงระบบการศึกษา 3.ความเท่าเทียมทางการศึกษา 4.ประสิทธิภาพการจัดการศึกษา และ 5.การตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง
“ในการประชุมดังกล่าว ได้มีการหารือถึงการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2568 ซึ่งยังมีการใช้จ่ายงบประมาณที่ต่ำกว่าเป้า ดังนั้นผมจึงกำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการด้วย ส่วนงบประมาณแปรญัติของ ศธ. นั้น ขณะนี้กำลังจัดทำคำของบดังกล่าวอยู่ เพราะบางโครงการเราทำเรื่องขอเพิ่มเติมไปแล้วก็ไม่ได้ แต่ยังมีงบแปรญัตติที่ของการศึกษาปฐมวัย ประมาณ 12 ล้าน เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนในมิติดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม” พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าว



