สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ว่า นายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กล่าวถึงนโยบายการพิจารณาออกวีซ่าของรัฐบาลวอชิงตันชุดปัจจุบัน “จะมีการเพิกถอนวีซ่าของนักศึกษาจีนด้วยความจริงจัง รวมถึงผู้ที่มีความเชื่อมโยงกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน หรือผู้ที่กำลังศึกษาในสาขาสำคัญ”
รูบิโอกล่าวด้วยว่า รัฐบาลวอชิงตันกำลังจะปรับกฎเกณฑ์วีซ่าใหม่ เพื่อยกระดับการตรวจสอบคำร้องขอวีซ่า ของนักศึกษาจากทั้งจีนและฮ่องกง
The U.S. will begin revoking visas of Chinese students, including those with connections to the Chinese Communist Party or studying in critical fields.
— Secretary Marco Rubio (@SecRubio) May 28, 2025
ทั้งนี้ ข้อมูลจากสถาบันการศึกษาระหว่างประเทศ ซึ่งได้รับความสนับสนุนจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า มีนักศึกษาชาวจีน 277,398 คน ศึกษาอยู่ในสหรัฐ ระหว่างปีการศึกษา 2566-2567 เป็นรองเพียงนักศึกษาจากอินเดีย ซึ่งมีจำนวนราว 330,000 คน จากจำนวนนักศึกษาชาวต่างชาติทั้งหมดประมาณ 1.1 ล้านคน ในเวลานั้น
ขณะที่นางเหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวถึงการที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ มีคำสั่งระงับกระบวนการทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการออกวีซ่านักเรียน รวมถึงขั้นตอนการสัมภาษณ์ผู้สมัคร ว่ารัฐบาลปักกิ่งขอเรียกร้องให้รัฐบาลวอชิงตันปกป้องสิทธิอันชอบธรรม และผลประโยชน์ของนักศึกษาต่างชาติ รวมถึงนักศึกษาจีน
อนึ่ง รูบิโออธิบายก่อนหน้านั้น ว่ารัฐบาลวอชิงตันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการมีความเชื่อมั่นว่า บุคคลที่จะเข้ามาเรียนและแลกเปลี่ยนทางการศึกษาในสหรัฐ “มีความรู้และความเข้าใจในพื้นฐานว่าเกี่ยวกับกฎหมาย” และบุคคลนั้นต้อง “ไม่มีเจตนาเข้ามาก่ออาชญากรรม” ไม่ว่าจะเข้ามาศึกษาหาความรู้นานแค่ไหนก็ตาม โดยมาตรการตรวจสอบ อาจขยายไปถึงการตรวจสอบการใช้งานโซเชียลมีเดียของบุคคลนั้น
นับตั้งแต่ทรัมป์กลับมารับตำแหน่งผู้นำสหรัฐสมัยที่สอง เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระงับการออกวีซ่านักเรียนแล้ว “หลายพันรายการ” หลังเกิดการประท้วงต่อต้านอิสราเอลครั้งใหญ่ ตามมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่งของสหรัฐ เมื่อปีที่แล้ว และการใช้นโยบายกระตุ้นความตระหนักรู้ทางสังคม หรือที่เรียกกันว่า “โวค” ตามสถานศึกษาอีกหลายแห่งด้วย.
เครดิตภาพ : AFP



