เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.มหากาพย์คดีร้องเรียนกรณีถูกเรียกรับเงินโดยอ้างว่าสามารถช่วยเหลือบุตรหลานให้เข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดสตูล ล่าสุดคดีมีความคืบหน้า หลังพนักงานสอบสวน สภ.ควนกาหลง เดินหน้ารวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างต่อเนื่อง
จากข้อมูลการร้องเรียนระบุว่า ในช่วงปี 2564-2565 มีบุคคลบางกลุ่มถูกกล่าวอ้างว่าเข้าไปติดต่อประชาชนในพื้นที่ อ.ควนกาหลง อ.ละงู อ.เมืองสตูล และบางพื้นที่ใน จ.ตรัง โดยอ้างว่าสามารถให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับการสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นได้ พร้อมเรียกรับเงินเป็นจำนวนตั้งแต่ 300,000-700,000 บาทต่อราย
อย่างไรก็ตาม หลังจากมีการเปิดสอบท้องถิ่นหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา ผู้ร้องเรียนจำนวนหนึ่งระบุว่า บุตรหลานไม่ได้รับการบรรจุตามที่มีการกล่าวอ้าง จึงเริ่มติดตามทวงถามและนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
วันที่ 8 เมษายน 2569 ตัวแทนผู้ร้องเรียนได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.ควนกาหลง พร้อมยื่นหนังสือผ่านนายอำเภอควนกาหลง เพื่อส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง
ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 แหล่งในจังหวัดสตูล เปิดเผยว่า จากผู้ร้องเรียนเริ่มต้น 10 ราย ปัจจุบันมีผู้ถอนแจ้งความแล้ว 5 ราย ขณะที่อีก 5 รายยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง และมีผู้เข้าแจ้งความเพิ่มเติมอีก 1 ราย
แหล่งข่าวจากชุดสอบสวน สภ.ควนกาหลง เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานจนแน่นหนา และได้ ออกหมายเรียกครั้งที่ 1 แก่ผู้เกี่ยวข้องรายสำคัญแล้ว 2 ราย โดย 1 ในนั้นคือ “อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลควนกาหลง” ซึ่งเป็นตัวการใหญ่ที่ถูกชาวบ้านซัดทอด
สถานะล่าสุดตัวอดีตนายก อบต. รายนี้ ได้หลบออกจากพื้นที่จังหวัดสตูลไปแล้วตั้งแต่วันที่ชาวบ้านรวมตัวประท้วง และยังไม่สามารถติดต่อได้โดยตรง
ขณะที่แหล่งข่าวจากฝ่ายสืบสวนระบุว่า พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องบางรายเข้าพบเพื่อให้ข้อมูลและชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว โดยอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม หากผู้ถูกเรียกไม่เข้าพบตามกำหนด พนักงานสอบสวนจะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าการดำเนินคดีจะเป็นไปตามพยานหลักฐานและกระบวนการยุติธรรม โดยผู้ที่ถูกกล่าวอ้างหรือถูกกล่าวหาทุกคนยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดตามกฎหมาย



