สืบเนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นำหมายค้นจากศาลจังหวัดนนทบุรี เข้าดำเนินการตรวจค้นตามจุดที่ได้รับแจ้งจากพลเมืองดี กรณีขบวนการแก้ไขผลคะแนนการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น พบของกลางเป็นไฟล์เอกสารและการปรับแก้ผ่านระบบเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เผยยอดสืบสวนอ้างการเรียกเงินจากจำนวนเงินที่กล่าวอ้างสูงถึงประมาณ 4,000 กว่าล้านบาท นั้น
เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยผ่านรายการ เจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ ว่า จุดเริ่มต้นของกรณีนี้มาจาก 2 ส่วนมารวมกัน คือ 1. ทาง ป.ป.ช. มีการเฝ้าระวังรายการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นอยู่แล้วว่าจะมีการเกิดการทุจริตหรือไม่ 2. ผู้ที่เข้าไปสอบซึ่งได้รับผลกระทบสิทธิ โดยตนเองน่าจะสอบได้แต่ผลประกาศออกมาว่าสอบตก ได้แจ้งข้อมูลกล่าวหามาที่ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบ ทาง ป.ป.ช. จึงนำข้อมูลทั้งสองทางมารวมกันเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง มีพลเมืองดีแจ้งข้อมูลมาว่า มีกลุ่มบุคคลที่จะนำกระดาษคำตอบการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น มาแก้ไขผลสอบให้สอดคล้องกับกระดาษผลการสอบที่ได้ประกาศไปแล้ว จึงได้ขอหมายค้นจากศาลจังหวัดนนทบุรี เข้าไปดำเนินการตรวจค้นตามจุดที่ได้รับแจ้งและก็ไปพบตามที่เป็นข่าว
“ป.ป.ช. ได้ทำหนังสือไปถึงมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ประสานมิตร และกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก่อนหน้านี้ 2 เดือน แต่ยังไม่มีหน่วยงานใดส่งข้อมูลมา จนมาถึงปฏิบัติการตรวจค้นในครั้งนี้ จากการสืบค้นตามวัตถุพยานหลักฐาน ซึ่งน่าจะมีอีกหลายจังหวัดที่มีคนสอบไม่ผ่านแต่ประกาศว่าผ่าน แล้วต้องรีบไปแก้กระดาษคำตอบให้ถูกต้องภายหลังเพื่อให้สอดคล้องกับประกาศผลนั้น อยู่ที่พนักงานสอบสวนจะต้องดูรายละเอียดขยายผลความเชื่อมโยงว่ามีใครเข้าไปเกี่ยวข้องบ้าง” นายพัฒนพงศ์ กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีหากมีการทำลายหลักฐานกระดาษคำตอบแล้วจะตรวจสอบได้หรือไม่ นายพัฒนพงศ์ กล่าวว่า สำหรับหลักการตามระเบียบกฎหมายแล้วไม่สามารถทำลายเอกสารคำตอบได้ ขณะนี้ ป.ป.ช. กำลังสืบสวนอยู่ว่า ขบวนการนี้จะนำเอกสารย้อนกลับไปประกบกับฉบับจริงต้นขั้ว เพื่อให้คะแนนตรงกับที่มีการปรับแก้ หรือจะใช้ฉบับที่แก้ไขเลย ซึ่งต้องดูผลสอบว่าจะโยงใยไปเป็นกระบวนการอย่างไร
เมื่อถามว่า จากการเข้าตรวจค้นที่บริษัทสามเมืองเจริญรุ่งเรืองกิจ พบบุคคลที่กำลังแก้ไขกระดาษคำตอบจำนวน 10 กว่าคน ทั้งหมดจากการสอบสวนพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น (เทศบาล) จากที่ไหนบ้าง นายพัฒนพงศ์ กล่าวว่า ที่มาของบุคคลนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ที่มาจากหลายที่หลายทาง ส่วนจะมีใครอยู่เบื้องหลังบริษัทดังกล่าวหรือไม่ ทาง ป.ป.ช. ยังไม่อยากเปิดเผยชื่อในขณะนี้ และจะต้องไปพิสูจน์ทราบและขยายผลต่อไป ว่า เจ้าหน้าที่เทศบาลที่ไปปรากฏชื่อเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทฯ เป็นตัวการหลักหรือเป็นเพียงตัวเชื่อม และจะมีเบื้องหลังที่ใหญ่กว่านี้หรือไม่
ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ปรากฏการณ์ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่สำนักงาน ป.ป.ช. ใช้หมายค้นและจับกุมได้ในลักษณะชัดเจนเช่นนี้ ซึ่งต้องยกความดีให้กับพลเมืองดีที่แจ้งเบาะแส พร้อมเชิญชวนให้ผู้ที่มีข้อมูลส่งมาที่ ป.ป.ช. โดยมีมาตรการคุ้มครองพยาน หลังจากนี้ ตามระบบไต่สวนของ ป.ป.ช. จะทำการรวบรวมพยานหลักฐานในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และจะทำการสอบสวนไปเรื่อย ๆ โดยเป็นนโยบายของ ป.ป.ช. หากพบข้อมูลไปถึง ก็จะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาให้ข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นระดับผู้ปฏิบัติ ระดับนโยบาย ทั้งภายในและภายนอก รวมถึงผู้บริหารของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และมหาวิทยาลัย มศว หากพบว่ามีใครเกี่ยวข้องก็ต้องตรวจสอบทั้งหมด



