เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ที่รัฐสภา นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รับหนังสือจากชาวบ้านทับลาน เรื่องอุทยานแห่งชาติทับลาน โดยชาวบ้านมีการยืนยันสิทธิว่าพื้นที่ที่มีการเปิดเผยกันในโซเชียล เป็นพื้นที่หมู่บ้านที่มีอยู่แต่เดิมก่อนที่อุทยานจะประกาศเป็นพื้นที่อุทยาน จึงขอมายืนยันสิทธิ แต่เมื่อปี 2524 ที่มีการประกาศให้เป็นพื้นที่ของอุทยาน ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน

นายสุชาติ กล่าวว่า เราต้องพิสูจน์ให้ได้ เพื่อขจัดความเคลือบแคลงสงสัย ถ้าเป็นของชาวบ้านก็จะให้เป็นพื้นที่ทำกินต่อ แต่หากเป็นโรงแรมหรือรีสอร์ทก็จะให้รื้อถอน ซึ่งจะมีการตั้งวอร์รูมที่นั่น ตนไม่ได้ต้องการจะให้ที่ดินหรือผลประโยชน์กับนายทุนใคร เพราะเราไม่ได้สนใจคนเหล่านี้ แต่เราสนใจชาวบ้านว่าชาวบ้านจะอยู่อย่างไร ซึ่งในวันที่ 28 มิ.ย. จะลงพื้นที่รับฟังปัญหาของชาวบ้านทั้งหมด โดยตนเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปในพื้นที่ด้วย และนักอนุรักษ์ต่างๆ รวมถึงนักสิทธิมนุษยชน มูลนิธิต่างๆ ที่มีข้อสงสัยต่างๆ ก็สามารถไปได้ พร้อมทั้งอยากให้ชาวบ้านเข้าใจว่าสิ่งที่รัฐบาลทำทั้งหมดคือเพื่อแก้ปัญหาที่สับสน ที่หมกกันมาอย่างยาวนาน ถ้าไม่ทำวันนี้ อีกกี่สิบปีจะได้ทำ เมื่อจะทำก็โดนต้าน แต่ชาวบ้านจริงๆ ไม่มีพลังโซเชียลมาต้าน จึงไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรถึงความเดือดร้อนของตนเอง

“เมื่อเช้า (24 มิ.ย.) นายกฯ โทรฯ มาคุย ให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้าน กลุ่มทุนไม่ให้ ต้องจับให้หมด นี่คือสองขา ขาหนึ่งช่วยชาวบ้าน ที่เป็นชาวบ้านจริง อีกขาหนึ่งคือจับนายทุน รื้อให้หมด มีแค่สองอย่าง ต้องทำความเข้าใจกับกลุ่มที่อนุรักษ์ด้วย” นายสุชาติ กล่าว

ด้านตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า อยากให้แก้ปัญหาเรื่องนี้ เพื่อให้ชาวบ้านอยู่เย็นเป็นสุข ไม่ต้องทุกข์ว่าตัดไม้ต้นหนึ่งจะต้องถูกจับหรือไม่ เก็บผักเก็บหญ้าจะต้องถูกจับหรือไม่ ส่วนคนที่บอกว่าเซฟทับลาน โดยที่ไม่ได้เห็นความจริงว่าชาวบ้านอยู่อย่างไร อยากเชิญคนที่เซฟทับลาน ไปดูในหมู่บ้าน

ภายหลังจากที่รับหนังสือเสร็จสิ้น นายสุชาติ กล่าวว่า กลุ่มชาวบ้านทับลาน เห็นมติคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ให้ยึดถือแนวเขตขยับตามสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต บอกว่าอย่าไป บอกว่าเฉือนป่า นั่นไม่ใช่ป่า เพราะเป็นคอนกรีตหมดแล้ว ต้องยอมรับความเป็นจริงว่า ในอดีตมีการพูดว่าป่าเกิดก่อนคน แต่เมื่อคนมาอยู่แล้ว อยู่ก่อนกฎหมายประกาศ ก็ต้องให้เขาอยู่หรือไม่ เหรียญมีสองด้าน ด้านหนึ่งถูกด้านหนึ่งก็ต้องผิด ไม่มีถูกทั้ง 2 ด้าน บางคนบอกว่าป่าอยู่ก่อนมนุษย์ ถูกต้องตามหลักธรรมชาติ แบบมนุษย์เมื่อเข้าไปอยู่ก่อนประกาศของอุทยาน ก็ต้องเป็นพื้นที่ของมนุษย์หรือไม่ อุทยานไปประกาศทับหลังเขา ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขา เรื่องนี้ไม่ได้มีประเด็นอะไร ถ้าทุกคนยืนตามหลักของกฎหมาย ยืนบนหลักของมนุษยชน การที่เราจะอนุรักษ์ป่า เป็นเรื่องของพวกตนอยู่แล้ว กรมอุทยานฯ กรมป่าไม้ ที่ต้องอนุรักษ์ แต่เมื่อไปทำลายวิถีชีวิตของเขาที่สะสมมา 50-60 ปี ถ้าเราไม่แก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน อีกกี่สิบปีใครจะหยิบมาทำ พอหยิบมาทำก็มีคนต่อต้าน คนต่อต้านก็เข้าใจ แต่ก็ต้องมาลงพื้นที่จริงว่าคืออะไร ว่าตามกฎหมายอะไรที่ถูกต้องก็ต้องให้เขา แต่ชาวบ้านไม่สบายใจว่าสิ่งที่เรียกร้องมา 50 ปี เสียชีวิตไปแล้วไม่รู้กี่รุ่น ทำไมวันนี้รัฐบาลโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ทำในสิ่งที่ถูกต้อง แต่คนที่ไม่ได้อยู่ในหมู่บ้าน เขาทำไมถึงไม่เข้าใจเขาเลย

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า วันที่ 28 มิ.ย. นี้ จะนำทุกคนไปดูพื้นที่จริง ย้ำว่านักอนุรักษ์ต่างๆ รวมถึงคนที่ต่อต้าน ไปดูพื้นที่แต่ละจุดจริงๆ ตกลงแล้วโขลงช้างที่ถ่ายออกมา ไม่ใช่พื้นที่ทับลาน เพราะพื้นที่ที่ชาวบ้านอยู่เป็นคอนกรีตหมดแล้ว ส่วนกรณีที่ผลสำรวจความเห็นของคนไม่เห็นด้วยมีมากกว่าเห็นด้วยนั้น เรื่องนี้ผู้ตรวจการแผ่นดิน จะเป็นผู้ชัดเจน เพราะเป็นผู้ที่ลงไปสำรวจ ตนไม่แน่ใจว่าคำถามไปในทิศทางใด แต่เป็นแนวทางชี้นำว่า จะเอาพื้นที่อุทยานให้ชาวบ้านเห็นด้วยหรือไม่ เป็นคำถามที่ไม่ใช่เรื่องจริง และเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าคนมาแสดงความเห็น มี IP ที่ซ้ำกัน สิ่งที่เราทำคือเราแค่มอบพื้นที่จากอุทยาน ที่เป็นพื้นที่หลวงไปอยู่พื้นที่ ส.ป.ก. ก็เป็นหลวงเหมือนกัน เพื่อให้ผู้ยากไร้ทำกินเกษตรอยู่อาศัย ไม่ได้มีนโยบายให้ไปทำรีสอร์ทหรือโรงแรมอยู่แล้ว ถ้า ส.ป.ก. ทำแบบนั้น ก็แจ้งความจับ ส.ป.ก. ตนก็จับ ส.ป.ก. ได้ ถ้าทำในสิ่งที่ผิดวัตถุประสงค์ ถ้าไม่เชื่อถือหน่วยงานก็ส่งเรื่องเข้าสภา ยุบหน่วยงานทิ้ง ซึ่งคนที่ได้ที่ดินจากการอนุญาตในครั้งนี้ จะต้องเอาเลข 13 หลักมาเข้าระบบคอมพิวเตอร์ เมื่อใดที่เลข 13 ครอบครัวหลักนี้เปลี่ยนไป ไม่ใช่บุตรหลานหรือคนในครอบครัวนี้ ต้องยึดคืน เพราะถือว่าผิดวัตถุประสงค์

“ด้วยความเคารพ ผมเป็นรัฐมนตรี เอาชีวิตและศักดิ์ศรี ตำแหน่งเดิมพัน ถ้าผมไปทำอะไรที่เอื้อประโยชน์กับนายทุน ผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ผมคงต้องอยู่ไม่ได้เหมือนกัน ในสิ่งที่ผมยืนหยัดอยู่ในวันนี้ อธิบดีจะเกษียณอีก 4-5 เดือน ท่านกับผมจะทำให้จบ สุดท้ายท่านเกษียณก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับที่ดินตรงนั้น ผมก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับที่ดินตรงนั้น ผมต้องการให้ประชาชนอยู่ในสิ่งที่ได้รับความเป็นธรรมและถูกต้อง ให้รักประเทศไทย ไม่ใช่มองว่ากฎหมายประเทศไทย ไม่ให้ความเป็นธรรมกับเขา อย่างนี้จะอยู่กันอย่างไร” นายสุชาติ กล่าว

นายสุชาติ กล่าวว่า ส่วนนายทุนไม่มีรอดในสายตาแน่นอน ไม่เอาไว้แน่นอน คุณรวยอยู่แล้ว ไปลงทุนในที่ดินที่มีโฉนด อย่ามาลงทุนในที่ดินที่หลวง ไม่ถูกต้อง เอาเปรียบสังคม ยืนยันว่าเรื่องนี้ต้องจบในช่วงที่ตนเป็นรัฐมนตรีอยู่ เราไม่สนใจกลุ่มทุนใครหน้าไหนทั้งนั้น ทุกอย่างต้องจบ ถ้าไม่จบตนก็ต้องจบ แลกกัน เรื่องนี้ไม่จบ ชีวิตตนก็จบ แลกกัน ก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน เราอยู่บนพื้นฐานศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เราลูกผู้ชาย ถ้าพูดขนาดนี้แล้ว ตระบัดสัตย์ตนเองจะอยู่ได้อย่างไรในสังคม ใครจะคบกับเรา วันนี้กลุ่มทุนทุกอย่างไม่ต้องมาหาตน ตนไม่เอาไว้แน่นอน ตนบอกกับข้าราชการทุกคน ถ้าใครกลัวย้ายไปอยู่ที่อื่น ถ้าวันนี้ไม่ทำเพื่อประเทศชาติบ้านเมืองจะทำวันไหน ในเมื่อนายกฯ กับตนทำเต็มที่ แล้วพวกท่านกลัวอะไรกัน ในเมื่อเป็นข้าราชการของแผ่นดิน ท่านต้องกลัวอะไร ตนยังไม่กลัวเลย แต่ต้องทำความเข้าใจกับกลุ่มที่เห็นต่าง แต่อย่าปลุกระดม

ภายหลังที่นายสุชาติ ให้สัมภาษณ์เสร็จ ได้มีกลุ่มที่คัดค้านการเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน หรือกลุ่ม SAVE ทับลาน สวมเสื้อยืดสีขาวมาสภา เพื่อมายื่นหนังสือกับ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ซึ่งได้บังเอิญเจอกับนายสุชาติ ที่มารับหนังสือจากกลุ่มสนับสนุนพอดี ทำให้กลุ่มคัดค้าน ได้เผชิญหน้ากับนายสุชาติ พร้อมตะโกนลั่นว่า “Save ทับลาน” ดังลั่นสภา ซึ่งนายสุชาติ ก็ไม่ได้หยุดพูดคุยกับกลุ่มดังกล่าว โดยได้พยายามเดินฝ่าวง กลับเข้าไปภายในสภา โดยไม่ได้ชี้แจง หรือพูดอะไร

น.ส.ณัฐ (สงวนนามสกุล) กลุ่ม Save ทับลาน กล่าวตอนหนึ่งว่า ป่าเป็นที่ส่วนรวมของทุกคน เป็นมรดกชาติ คนไทยจึงมีสิทธิปกป้องผืนป่าแห่งนี้ แต่ทำไมคนไม่กี่คน รวมถึงม็อบจัดฉากชาวบ้านแค่ไม่กี่คน เจ้าของรีสอร์ทรับจ้าง มายื่นดอกไม้สีแดงถ่ายรูปสวยหรู ชาวบ้านก็มานั่งงงๆ บอกว่าอยากได้เอกสารสิทธิ เพื่อบอกว่าตัวเองมีที่เพื่อจะเอาไปค้ำกับธนาคารได้ แบบนี้คือการเอาป่าไปเปลี่ยนเป็นที่ทรัพย์สินของตัวเองใช่หรือไม่ และอย่างนี้สัตว์ป่าจะอยู่อย่างไร สัตว์ป่าที่อยู่มาก่อนคน ป่าเกิดก่อนคน เกิดก่อนชาวบ้านแน่นอน

ที่แห่งนี้คือมรดกโลก เป็นพื้นที่สีเขียวที่ทะนุถนอมเอาไว้เป็นมรดกให้กับคนไทย แล้วยังจะตัดที่แห่งนี้ให้กับชาวบ้าน ทำไมไม่เอาชาวบ้านไปอยู่ที่อื่นแล้วจัดสรรที่ให้ใหม่ เอาบับเบิลโซนออกไปเพื่อไม่ให้คนกับสัตว์อยู่ใกล้กันเกินไป คุณจะมั่นใจได้แค่ไหนว่าให้ ส.ป.ก. ไปแล้ว เขาจะไม่เอาไปออกโฉนด รัฐมนตรีคนนี้หรือนักการเมืองคนไหน ที่จะติดตามดูชาวบ้านไปตลอดชีวิตว่าจะไม่เปลี่ยนมือ มีใครยืนยันบ้าง ส่วนเรื่องการพิสูจน์สิทธิอยู่มาก่อนปี 2524 นั้นตนเข้าใจ แต่ทำไมต้องร้อนรนจะเอา ส.ป.ก. ในเมื่อคุณก็อยู่ ทำกินได้ที่คนละ 10 ไร่ 12 ไร่ ได้ฟรีๆ ชั่วลูกชั่วหลาน ยังไม่พอใจอีก ยังจะเอามาเป็น ส.ป.ก. เพื่ออะไร เบื้องหลังเรารู้ ก็เพื่อที่จะเอาเอกสารไปค้ำกับธนาคาร ถ้าเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศจนเสื่อมโทรมไปหมดแล้ว ถามว่าหน้าไหนจะไปทำให้มันกลับมาเหมือนเดิมก็ไม่มีทาง ส.ป.ก. ก็ตัวดี ที่สนับสนุนให้ป่าเสื่อมโทรม ประชาชนทำให้ป่าเสื่อมโทรม เพราะจะได้ไปขอสิทธิทำกิน แล้วที่รุกล้ำทำรีสอร์ทคาเฟ่ต่างๆ ที่วังน้ำเขียว ก็ที่ ส.ป.ก. หรือไม่ แล้วค่อยไปตามไร่รื้อทีหลัง

“ประเทศนี้เงินซื้อได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งจิตวิญญาณของความเป็นคน ดังนั้นดิฉันไม่เคยเชื่อ ส.ป.ก. เลยแม้แต่นิดเดียว ว่า ส.ป.ก. จะสะอาดบริสุทธิ์โปร่งใส ให้ที่ดินชาวบ้านทำกินโดยที่ไม่มีการรุกล้ำเพิ่มเติม ไม่มีการขยายอาณาเขตแนวป่าเพิ่มเติม ไม่มีการบุกรุกทำร้ายสัตว์ป่าเพิ่มเติม ดิฉันไม่เชื่อ ดิฉันเชื่อว่ามนุษย์อยู่ที่ไหนบรรลัยที่นั่น ถนนอยู่ที่ไหนบรรลัยที่นั่น เพราะกิเลสมนุษย์สร้างตรงนี้ไม่พอ มีคนละ 10 ไร่ 15 ไร่ แล้วนายทุนมาบอกให้รวบรวมเป็นผืนใหญ่ ร้อยไร่ปลูกทุเรียน 100 ไร่ แล้วเงินใคร ซึ่งไม่มีทางที่ชาวบ้านจะมี” กลุ่ม Save กล่าว.