เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 29 พ.ค. นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผวจ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย พ.อ.วีระชัย ผองแก้ว รอง ผอ.รมน.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางปวีณา ทองสกุลพันธ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายวันชัย ปังพูนทรัพย์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพระนครศรีอยุธยา พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่บริเวณศาลเจ้าปุงเถ่ากง หมู่ 11 ต.หัวเวียง อ.เสนา เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ หลังจากเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับน้ำฝนที่ยังตกอย่างต่อเนื่อง โดยมี นางสาวอารินทร์ แสงทอง นอภ.เสนาพร้อมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ร่วมประชุม

นายนิวัฒน์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เนื่องจากบริเวณนี้เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำสุดในพื้นที่จ.พระนครศรีอยุธยา ปัจจุบันเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนอยู่ที่ 1,000 ลบ.ม ต่อวินาที ซึ่งระดับยังต่ำกว่าตลิ่ง และยังไม่ส่งผลกระทบกับพื้นที่แห่งนี้ โดยจากการลงพื้นที่และคาดการณ์ของกรมชลประทาน ได้แจ้งกับพี่น้องประชาชน ว่าระดับน้ำสูงสุดที่เขื่อนเจ้าพระยาจะระบายน้ำ  จะเพิ่มขึ้นในระหว่าง 80 ซ.ม. ถึง 1 เมตรซึ่งยังไม่ล้นตลิ่ง ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก ซึ่งทางกรมชลประทาน มีแผนบริหารจัดการน้ำท่วม-น้ำแล้งอย่างประณีต เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเน้นย้ำว่าให้กำนันผู้ใหญ่บ้านแจกเบอร์โทรส่วนราชการและเบอร์โทรส่วนตัวที่ประชาชนสามารถติดต่อได้สามารถแจ้งเหตุได้ 24 ชั่วโมง โดยทำใบปลิวเบอร์โทรหน่วยงานใกล้เคียงติดตามบ้าน และระวังช่วงนี้อย่าปิดมือถือทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชน

ทั้งนี้ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ AIS True และ NT ส่งข้อความแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast และ SMS แจ้งเตือนเขื่อนเจ้าพระยาปรับอัตราระบายน้ำเพิ่มเป็น 1,000 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ทำให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำจะได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่สูงขึ้น ในพื้นที่ 2 จังหวัด  โดยจัจ.พระนครศรีอยุธยาแจ้งเตือน 2 อำเภอ ได้แก่อำเภอเสนา 4 ตำบล (ตำบลบ้านกระทุ่ม ตำบลหัวเวียง ตำบลบ้านแพน ตำบลรางจระเข้)  อำเภอผักไห่ 3 ตำบล (ตำบลลาดชิด ตำบลท่าดินแดง ตำบลกุฎี) โดยประชาชนในพื้นที่ 2 อำเภอได้รับข้อความแจ้งเตือน จากป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)

นายนิวัฒน์ ยังเปิดเผยด้วยว่า พื้นที่วัดอินทาราม ตำบลวัดตะกู เป็นพื้นที่หลุมต่ำอีกแห่งหนึ่ง ที่เมื่อสถานการณ์น้ำเพิ่มสูงขึ้นจะส่งผลให้ปริมาณน้ำล้นตลิ่งเข้า ท่วม บ้านเรือนประชาชนที่อยู่ติดริมแม่น้ำน้อย จึงได้ลงมอบนโยบายให้กับกำนันผู้ใหญ่บ้าน ประชาสัมพันธ์ข้อมูลสถานการณ์น้ำที่ทางจังหวัดแจ้งเตือน สื่อสารไปยัง พี่น้องประชาชน รวมถึงการเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน หากเกิดสถานการณ์น้ำล้นตลิ่ง