เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 30 พ.ค. นายภาสกร บุญญลักษณ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทานลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำน้อย ณ บ้านเลขที่ 12 หมู่ 4 ต.บ้ายกระทุ่ม อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ของนางสำรวย แต่งทรง อายุ 91 ปี โดยมีนายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผวจ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นางปวีณา ทองสกุลพันธ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายวันชัย ปังพูนทรัพย์ ผอ.โครงการชลประทานพระนครศรีอยุธยา น.ส.อารินทร์ แสงทอง นอภ.เสนา พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมลงพื้นที่

นายนิวัฒน์ เปิดเผยว่า หลังจากที่กรมชลประทานระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ที่ 1,100 ลบ.ม. ต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำน้อยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและบางส่วนในพื้นที่ อ.เสนา อ.บางไทร อ.พระนครศรีอยุธยา ที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำมีน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมใต้ถุนบ้านเรือนประชาชนแล้ว ซึ่งทางจ.พระนครศรีอยุธยา ได้ขอให้กรมชลประทานระบายน้ำอย่างประณีต ให้หน่วงน้ำเพื่อลดการระบายน้ำให้มากที่สุด โดยกรมชลประทานได้สั่งการให้ สำนักงานชลประทานในพื้นที่รับผิดชอบวางแผนหน่วงน้ำไว้ไม่เกิน 1,200 ลบ.ม.ต่อวินาที เพื่อลดผลกระทบกับพี่น้องประชาชนที่อยู่ติดริมแม่น้ำน้อยและริมแม่น้ำเจ้าพระยา กว่า 500 หลังคาเรือน

ด้านนายภาสกร กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำหลังจากเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนต่อเนื่อง ส่งผลให้พื้นที่ท้ายเขื่อน ในจ.อ่างทองและจ.พระนครศรีอยุธยา ได้ผลกระทบ ซึ่งจากการลงพื้นที่ใน อ.เสนา พบว่ามีบ้านเรือนประชาชนมีน้ำล้นตลิ่งเข้าใต้ถุนบ้าน ยังไม่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง อย่างไรก็ตามทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ประสานงานกับกรมชลประทานและจ.พระนครศรีอยุธยา ต่อเนื่องเพื่อลดกระทบกับพี่น้องประชาชน
จากการรับฟังบรรยายสรุปของผู้ว่าฯพระนครศรีอยุธยา ได้รับทราบการเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน โดยทางผู้ว่าฯ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องมาตลอด นอกจากนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มีการส่งข้อความแจ้งเตือนการเพิ่มการระบายน้ำผ่านระบบ Cell Broadcast cell ทำให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ได้รับทราบข้อมูลจากทางราชการ




