ภายหลังเกิดเหตุปะทะระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา บริเวณช่องบก จ.อุบลราชธานี ทำให้ฝ่ายทหารกัมพูชาเสียชีวิต 2 นาย และบาดเจ็บหลายนาย จนมีการการปลุกกระแสในโซเชียลมีเดีย ภายในประเทศกัมพูชา งดซื้อสินค้าของไทยทุกชนิด เพื่อเป็นการตอบโต้ นั้น
หน่วยงานความมั่นคงของไทย ได้ตระหนักถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนตามแนวชายแดนที่ทำมาค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้าน กังวลว่าจะเกิดการกระทบกระทั่งจากกรณีดังกล่าว ได้เรียกประชุมด่วน เพื่อประกาศปิดด่านตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา นั้น
เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ มีประชาชนชาวกัมพูชา เดินทางข้ามมายังประเทศไทย ค่อนข้างบางตาลง เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการปิดด่านแต่อย่างใด

จากการสอบชาวกัมพูชา ที่เดินทางเข้ามายังจุดนี้ให้ข้อมูลว่า ประชาชนชาวกัมพูชา ยังคงเป็นมิตรกับพี่น้องชาวไทย และมีการซื้อขาย แลกเปลี่ยนสินค้ากันเหมือนเดิม รวมทั้งความสัมพันธ์แบบญาติพี่น้อง แต่พอเกิดเหตุการณ์ที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี ชาวกัมพูชาส่วนใหญ่ต่างพูดคุยเป็นเสียงเดียวกันว่า กลัวทางการไทยจะปิดด่านช่องจอม ซึ่งจะส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจชายแดน รวมทั้งชาวกัมพูชา ที่ต้องพึ่งพาสินค้าจากไทย และบางคนต้องเดินทางมาทำงานที่ฝั่งไทยอีกด้วย
ทางด้านบรรยากาศที่ ปราสาทตาเมือนธม ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมตามปกติ ท่ามกลางกระแสข่าวลือไทยเตรียมสั่งปิดด่าน 6 แห่ง
สถานการณ์ที่ปราสาทตาเมืองธม อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงช่วงเที่ยง (31 พ.ค.) ชุ่มฉ่ำไปด้วยฝน แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาเยี่ยมชมความงดงามของปราสาทตาเมือนธมแต่อย่างใด

โดยตั้งแต่ช่วงเช้า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวไทย เข้ามาเยี่ยมชมปราสาทตาเหมือนธม มีทั้งมาเป็นหมู่คณะและมาส่วนตัว เจ้าหน้าที่ทหารให้การต้อนรับเป็นอย่างดี พร้อมกับให้ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ที่มาที่ไป โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ของปราสาทตาเมืองธม พี่ๆ ทหารจะยืนยันแก่นักท่องเที่ยวตลอดว่าปราสาทตาเมืองธม เป็นของประเทศไทย
เมื่อเดินเข้าไปยังด้านในตัวปราสาท ก็มีทหารไทยคอยอำนวยความสะดวกและช่วยถ่ายรูปให้นักท่องเที่ยวชาวไทย ขณะเดียวกันก็มีทหารของกัมพูชา ยืนปะปนไปกับทหารไทย โดยทหารกัมพูชา ได้ถ่ายรูปนักท่องเที่ยวชาวไทยไว้เกือบทุกคน
เจ้าหน้าที่ทหารไทยให้ข้อมูลว่า เตรียมที่จะปิดด่าน 6 แห่ง ทหารในพื้นที่ทราบหรือยัง ทหารไทยที่ประจำอยู่ที่ปราสาทตาเมือนธม บอกว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด และต้องรอคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาเท่านั้น
ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวไทย ที่มาเยี่ยมชมความงดงามของปราสาท บอกว่า ปราสาทตาเหมือนธมเป็นของไทยและอยากจะมาดูให้เห็นกับตาตัวเอง ส่วนตัวมองว่าทางการไทยควรบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวให้เต็มรูปแบบ ไม่ต้องไปสนใจกัมพูชา และยังแสดงความเป็นห่วงทหารไทย พร้อมให้กำลังใจทหารไทยทุกนายที่ปกป้องดินแดนอธิปไตยของไทย
และวันที่ 4 มิ.ย. 68 จะมีการประชุมกองทัพ ที่กองทัพภาคที่ 2 เพื่อหาข้อสรุปในการปิดด่านต่อไป
ขณะที่ จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ มีประชาชนชาวกัมพูชา เดินทางข้ามมายังประเทศไทย ค่อนข้างบางตาลงอย่างมาก เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการปิดด่านแต่อย่างใด






