สวัสดีเดือนหก! พบกับสารพันข่าวสารยานยนต์กับ “อ้วนซ่า แอบซิ่ง” เหมือนเช่นเคย ในที่สุดเราก็เข้าสู่เดือนสุดท้ายของครึ่งปีแรกกันแล้ว พร้อมกับความกังวลในเรื่องของเศรษฐกิจโลก และของบ้านเราเองที่ออกอาการไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าเหล่าบริษัทรถยนต์เองก็เหมือนจะรู้ตัว เพราะแทนที่จะออกรถใหม่ที่ลงทุนเยอะ พวกเขาขอทำตลาดที่ไม่ต้องลงทุนมาก แต่ได้ผลทางการประชาสัมพันธ์ นั่นก็คือคือ การทำรถรุ่นลิมิเต็ด สำหรับเหล่ามหาเศรษฐี

บีเอ็มดับเบิลยู รุ่น “สปีดท็อป” (BMW Speedtop) คือ ผลงานรถยนต์แบบลิมิเต็ด เอดิชั่น ที่จะผลิตออกมาเพียง 70 คันเท่านั้น และเป็นการต่อยอดมาจากรถเปิดประทุน ที่ผลิตมาเป็นจำนวนจำกัดเพียง 50 คัน ที่มีชื่อว่ารุ่น “สกายท็อป” (Skytop) ที่เปิดตัวเมื่อปีที่ผ่านมา

พื้นฐานของตัวรถรุ่นสปีดท็อปนั้นมาจากรถสปอร์ตคูเป้ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 8 ที่ได้รับการขัดเกลาเส้นสายใหม่หมด โดยเน้นจมูกรถที่งุ้มเข้าในสไตล์จมูกฉลาม (Shark Nose) ที่มาพร้อมกับกระจังหน้าทรงไตคู่ที่มีความกว้างกำลังดี และไฟหน้าที่ผอมเพรียว ซึ่งหล่อเหลาเอามากๆ ชนิดที่ต้องถามตัวเองว่า “พวกเขาไม่คิดจะใช้มันในรถธรรมดาของพวกเขาบ้างหรืออย่างไร?”

ซึ่งบุคลิกของโฉมหน้านี้ เราเคยได้เห็นมาแล้วในรถรุ่น “สกายท็อป” แต่สำหรับ “สปีดท็อป” จะมาในตัวถังใหม่สไตล์ “ชูตติ้งเบรก” (Shooting Brake) ที่มีท้ายเปิดได้แบบรถแฮทช์แบ็ก ที่ควรจะนั่งได้ถึง 4 ตำแหน่ง แต่รถคันนี้มีเพียง 2 ที่นั่งเท่านั้น เรียกว่าพื้นที่ด้านหลังทั้งหมดนั้นอุทิศให้กับสัมภาระ

ซึ่งในอดีตตัวถังแบบนี้ก็คือการดัดแปลงตัวรถให้สามารถบรรทุกอุปกรณ์เพื่อไปล่านกเป็ดน้ำ หรือไก่ฟ้า สำหรับเหล่าเศรษฐี ซึ่งออกแบบมาให้สามารถบรรทุกปืนลูกซอง และอุปกรณ์ปิกนิก ไปได้นั่นเอง แต่สำหรับสปีดท็อปแล้ว แทนที่จะเอาไปล่าสัตว์เหมือนในอดีต มันกลับสื่อให้เห็นถึงรถแบบ “แกรนด์ทัวเรอร์” (Grand Tourer) ที่ออกแบบมาสำหรับการเดินทางไกลที่หรูหรา และมีระดับพร้อมพื้นที่สัมภาระที่เหลือเฟือ

เพื่อเสริมให้รูปแบบของตัวถังที่มีหลังคาที่เตี้ย และยาวนี้มีความพิเศษ นักออกแบบได้สร้างความต่อเนื่องในการออกแบบรถคันนี้ให้โดดเด่นขึ้น ด้วยการสร้างสันนูนขึ้นแบ่งตัวรถออกเป็นซ้ายและขวา โดยลากผ่านกลางฝากระโปรงหน้า และไปโผล่อีกที กลางหลังคารถแล้วไล่ไปถึงขอบหลังคาด้านท้าย ถือเป็นรายละเอียดที่งดงาม ส่วนด้านท้ายรถนั้นก็ยังคงเน้นเส้นสันที่คมกริบ รับกับทุกๆรายละเอียดของตัวรถ

ด้านห้องโดยสารนั้นยังคงรักษาไว้ซึ่งการออกแบบที่หยิบยกมาจากรถรุ่นซีรี่ส์ 8 แต่ได้รับการยกระดับด้านวัสดุให้เป็นระดับพรีเมี่ยม ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้หนังสีน้ำตาลอมแดง “ซันดาวน์ มารูน” (Sundown Maroon) ที่มีเฉดคล้ายกับของสกายท็อป แต่ในขณะที่สกายท็อปนั้น เลือกที่จะใช้ห้องโดยสารเป็นสีน้ำตาลแดงทั้งหมด รถสปีดท็อป กลับเลือกที่จะใช้พื้นที่ห้องโดยสารช่วงครึ่งล่างทั้งหมดเป็นหนังสีขาว ที่มีชื่อว่า มูนสโตน ไวท์ (Moonstone White) ที่ด้านบนเป็นสีน้ำตาลอมแดง ช่วยสร้างบรรยากาศที่โปร่งเบาและพักผ่อนมากกว่าของ สกายท็อป

และมากไปกว่านั้นเพื่อให้เป็นรถที่เน้นการเดินทางท่องเที่ยว สมบูรณ์แบบมันจึงมาพร้อมกับกระเป๋าเดินทางแบบนิ่มจากแบรนด์ Schedoni (เชโดนี) จากเมืองโมเดนา ประเทศอิตาลี ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตกระเป๋าสำหรับใช้กับรถระดับเอ็กโซติก ไม่ว่าจะเป็น โรลส์-รอยซ์, เฟอร์รารี, แลมโบกินี และบูกัตติ โดยออกแบบให้เข้าชุดกับตัวรถ นั่นก็คือ ทำขึ้นจากผ้าใบสีอ่อนขลิบด้วยหนังแท้สีน้ำตาลแดง

ด้านขุมกำลัง แน่นอนว่ารถพวกนี้ส่วนใหญ่ซื้อมาสะสมมากกว่าขับ และยิ่งในอนาคต รถเครื่องยนต์สันดาปจะกลายเป็นของหายาก ดังนั้นมันจึงยังคงใช้เครื่องยนต์เบนซิน แบบ V8 4.4 ลิตร ทวินเทอร์โบ จากรถ M8 คอมแพตทิชั่น (M8 Competition) ที่มีกำลัง 614 แรงม้า กับแรงบิดสูงถึง 750 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์ 8 สปีด พร้อมระบบ เอ็กซ์ไดรฟ์ (X-Drive) ลงสู่ล้อทั้ง 4 แต่ส่วนใหญ่จะส่งไปยังล้อคู่หลังเป็นหลัก…ด้านราคาน่าจะไม่ต้องถาม เรียกว่าใครสนใจจะสะสม ก็ต้องพร้อมลุย!.




