เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 มิ.ย. 68 นายนิติกร กิ่งโรชา อายุ 47 ปี เจ้าของ หจก.กิ่งโรชาบิวดิ้ง ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 80/22 หมู่ 6 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น นำเอกสารหลักฐาน ใบสัญญาก่อสร้างห้องเย็นเก็บผลไม้ โดยใช้ชื่อผู้ว่าจ้างคือนายเจิ้ง คังลิน (Mr. ZHENG, KANGLIN ) อายุ 40 ปี สัญชาติจีน ซึ่งได้มีการส่งภาพถ่ายพาสปอร์ตชื่อบุคคลดังกล่าวมาให้ด้วย เข้าร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน และแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อให้ช่วยติดตามจับกุมขบวนการมิจฉาชีพรายนี้ หลังตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพอ้างตัวเป็นชาวจีน ที่ต้องการหาผู้รับเหมาก่อสร้างห้องเย็นเก็บผลไม้มูลค่า 10,580,000 บาท ในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์

นายนิติกร กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุได้เข้าไปดูผ่านทางโซเชียลมีเดียในกลุ่มสาธารณะของเฟซบุ๊กชื่อ “รวมช่างสร้างบ้านขอนแก่น” ที่มีสมาชิกในกลุ่มกว่า 72,000 บัญชี เพื่อหาลูกค้าที่กำลังหาช่าง หาคนทำบ้าน เกี่ยวกับการก่อสร้างทั่วไป กระทั่งมาเจอโพสต์ของมิจฉาชีพรายนี้ เป็นผู้จ้างแต่ใช้ภาษาแปลกๆ ไม่เหมือนคนไทยพิมพ์ พร้อมทั้งมีภาษาจีนอยู่ด้วย จึงได้ทักแชตไปแต่ไม่มีการตอบกลับ จึงเลื่อนหาต่อไปอีกก็เจอโพสต์ในลักษณะนี้ แต่มีคิวอาร์โค้ดเพื่อเพิ่มเพื่อนในแอปพลิเคชันไลน์ จึงแอดเข้าไปพูดคุย พร้อมกับทักเป็นภาษาจีน เพราะในโทรศัพท์มีแอปแปลภาษาอยู่ ซึ่งก็มีการตอบกลับมา บอกว่าแปลถูกแปลผิดให้จ้างล่ามมาเพื่อความชัดเจน ตนเองจึงหาล่ามมาพูดคุยด้วย เพราะอยากได้งาน พอหามาพูดคุยกันได้ประมาณ 2 สัปดาห์ ทราบว่าชาวจีนรายนี้จะจ้างก่อสร้างทำห้องเย็นเก็บผลไม้ ขนาด 12×46 เมตร โดยมีแบบมาให้ดูด้วย ก่อนที่ตนเองจะประเมินราคาเป็นเงินทั้งหมด 10,580,000 บาทถ้วน พร้อมกับส่งโลเคชั่นมาให้ ซึ่งตรวจสอบดูในแผนที่เหมือนเป็นวัดที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์

ช่างรับเหมา กล่าวต่อไปว่า จากการพูดคุยมิจฉาชีพรายนี้ขอแก้ราคาให้ลดลง 8% เหลือ 9 ล้านกว่าบาท จึงตกลงแจ้งกลับไปว่าทำได้ โดยขอมัดจำ 20% เป็นเงินประมาณเกือบ 2 ล้านบาท พร้อมกับส่งบัญชีธนาคารไปให้ ซึ่งทางมิจฉาชีพบอกว่าต้องใช้บัญชีธนาคารของจีนเท่านั้น ซึ่งตนก็สงสัยว่าทำไมต้องเป็นของจีน แต่ก็ยอมทำตามเพราะต้องการงานโครงการนี้ พอไปที่ธนาคาร ไอซีบีซี สาขาขอนแก่น ทางเจ้าหน้าที่ไม่ให้เปิดเพราะกลัวเป็นการฟอกเงิน ต้องให้นำเอกสารเกี่ยวกับห้างร้านมาด้วย จึงไปลงบันทึกประจำวันเอาไว้ที่ สภ.เมืองขอนแก่น ในวันที่ 6 พ.ค. 68 เพื่อป้องกันตัวเองด้วย หลังจากได้ฟังเจ้าหน้าที่ธนาคารอธิบาย ก่อนจะนำเอกสารต่างๆ ไปทำการเปิดบัญชีอีกครั้งจนสามารถเปิดได้และส่งบัญชีไปให้คนจีน คนจีนตอบกลับมาว่ายังไม่ได้ ต้องเปิดบัญชีที่มีบัตร ATM ด้วย จึงไปทำบัตรมาใหม่ตามที่ชายชาวจีนต้องการที่มีเลขบัญชีอยู่ด้วย ก่อนที่ทางมิจฉาชีพรายนี้จะเซ็นเอกสารสัญญากลับมา โดยเซ็นผ่านระบบออนไลน์อิเล็กทรอนิกส์ เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 68

นายนิติกร กล่าวต่อว่า วันรุ่งขึ้น มิจฉาชีพรายนี้ได้ส่งสลิปมาให้ดู 1 ใบว่าโอนเงินมาแล้วเข้าบัญชีธนาคารที่เปิดใหม่เป็นเงิน 612,106 หยวน ในวันที่ 8 พ.ค. 68 คิดเป็นเงินไทยขณะนั้นประมาณ 2,800,000 บาท โดยบอกว่า ค่ามัดจำ 20% เป็นเงินประมาณเกือบ 2 ล้านบาท ส่วนที่เหลือฝากโอนให้ลูกค้าอีก 820,000 บาท ตนจึงไปที่ธนาคาร เพื่อเบิกเงินมาจ่ายค่าวัสดุ และจะโอนให้ลูกค้าที่มิจฉาชีพรายนี้ฝาก ซึ่งทางธนาคารแจ้งว่าโอนมาจริง แต่ถอนเงินใช้วันนี้ไม่ได้ ต้องรอ 3-5 วันทำการก่อนตามเงื่อนไข เพราะเป็นการโอนข้ามประเทศ ตนจึงโทรฯ หาชาวจีนรายนี้ และขอให้ทางธนาคารเป็นล่ามช่วยคุย ซึ่งจากการพูดคุยชายชาวจีนได้โวยวาย อ้างต้องโอนลูกค้าด่วนๆ เท่านั้น และหาว่าตนเป็นผู้รับเหมายังไงไม่มีทุนสำรอง ต่อไปจะเชื่อใจได้ยังไง ต้องโอนให้ลูกค้าในวันนี้ตอนนี้เท่านั้น โดยบัญชีที่ให้โอนนั้นเป็นชื่อคนไทย ชื่อว่า น.ส.สุคนธา ศักดิ์สิทธิ์ เรื่องเงินทุนสำรองนั้น ตนได้อธิบายไปบอกว่าได้สำรองจ่ายไปหลายรายการแล้ว ทั้งค่าล่าม ค่าแบบ ค่าเครื่องจักร ค่าแรงลูกน้อง ค่ารถสไลด์ วัสดุบางส่วน และที่โอนมาโอนมาจริงแต่ยังไม่ได้เงิน หลังจากคุยไม่รู้เรื่องจึงทิ้งระยะเวลาสักพัก ชายชาวจีนได้โทรฯ หาล่ามที่เป็นหลานตนเร่งให้โอนคืน จึงรู้สึกแปลกๆ ผิดปกติ และยังถามว่าตอนนี้มีเงินเท่าไหร่

“ตนเองบอกมีติด 20,000-30,000 บาท ทางมิจฉาชีพก็ยังบอกให้โอนไปก่อนและเร่งให้โอนเร็วๆ ทางเจ้าหน้าที่ธนาคาร เห็นว่าแปลกๆ จึงทำการตรวจสอบบัญชีให้ พบว่าบัญชีที่ชายชาวจีนให้มานั้น เป็นบัญชีที่ถูกขึ้นแบล็กลิสต์ ในกลุ่มบัญชีม้าของพวกมิจฉาชีพ จึงไม่ให้ตนโอนเงินไปเด็ดขาด และพูดคุยกับมิจฉาชีพให้อีกครั้ง บอกว่าบัญชีมีปัญหาเป็นบัญชีม้า ทางมิจฉาชีพอ้างว่าไม่รู้เพราะเป็นลูกค้า ก่อนจะให้บัญชีอื่นมาอีกบัญชี ชื่อ สุเทพ อินทโฉม ซึ่งก็เป็นบัญชีม้าอีกเช่นเดียวกัน และหลังจาก 3-5 วันทำการทางธนาคารก็โทรฯ มาแจ้งว่าไม่มีเงินเข้าในบัญชีแต่อย่างใด จึงรู้ตัวว่าถูกหลอก ทำให้ตอนนี้ต้องหาเงินส่งดอกเบี้ยเงินกู้นอกระบบวันละกว่า 10,000 บาท เพราะต้องยืมจากที่อื่นมาโปะหนี้เก่าไปก่อน ตอนนี้เดือดร้อนอย่างมาก งานที่ทำอยู่ก็ได้เงินมาไม่เพียงพอ” ช่างรับเหมา กล่าว

นายนิติกร กล่าวอีกว่า อยากฝากเตือนผู้รับเหมาให้ตรวจสอบดีๆ เพราะมิจฉาชีพมีทุกรูปแบบ ในรายนี้ไม่รู้ว่าพาสปอร์ตจะใช่มิจฉาชีพหรือไม่ หรือนำภาพใครมาแอบอ้าง และทุกบัญชีที่ให้โอนเงินไปนั้นเป็นบัญชีม้าทั้งหมด เรื่องทั้งหมดยอมรับว่าเกิดจากความโลภของตัวเองคิดว่าจะมีการโอนเงินมาจริง และจะได้งานจริงๆ แต่กลับถูกใช้อุบายหลอกที่เป็นเอาช่องว่างของธนาคารทำทีโอนเงินแล้วยกเลิกกลางคัน จึงขอให้ผู้รับเหมาทุกท่าน ระวังมิจฉาชีพที่มาในรูปแบบของผู้จ้างต่างชาติด้วย.