ศูนย์เรียนรู้ป่าชายเลน อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งสร้างขึ้นด้วยงบประมาณแผ่นดินรวมกว่า 16 ล้านบาท ปัจจุบันถูกทิ้งร้างและทรุดโทรมอย่างหนัก ขาดการดูแลเอาใจใส่ ทำให้สถานที่สำคัญแห่งนี้ ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้


จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ณ บ้านแหลมทราย หมู่ 5 ต.พุมเรียง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี พบว่า ศูนย์เรียนรู้ป่าชายเลนแห่งนี้ ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าชายเลนติดทะเลอ่าวไทย ห่างจากตัวเมืองไชยา ประมาณ 20 กิโลเมตร ภายในประกอบด้วยอาคารสัมมนาขนาดต่างๆ ห้องน้ำ บ้านพัก และอาคารสันทนาการหลายหลัง บนเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ ทั้งหมดอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมอย่างเห็นได้ชัด มีเถาวัลย์ขึ้นปกคลุมหนาแน่น และกลายเป็นที่อยู่อาศัยของตัวแตนจำนวนมาก

โครงสร้างพื้นฐานเสียหายยับเยิน บริเวณด้านที่ติดกับทะเล มีสะพานปูนทอดยาวเข้าไปในป่าโกงกาง พร้อมศาลาพักเป็นระยะๆ แต่สะพานอยู่ในสภาพหักแตกเป็นช่วงๆ เช่นเดียวกับอาคารอื่นๆ ที่ไม่ได้รับการบำรุงรักษา

จากการสำรวจบริเวณด้านหน้าโครงการ พบป้ายโครงการ 2 แผ่น ล้มพับขึ้นสนิม และถูกปกคลุมด้วยหญ้าและเถาวัลย์ โดยป้ายแรกระบุว่า “โครงการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ป่าชายเลนและทรัพยากรชายฝั่ง” ภายใต้งบพัฒนาจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประจำปีงบประมาณ 2557 วงเงิน 7,900,000 บาท ดำเนินการโดยที่ทำการปกครองอำเภอไชยา ส่วนป้ายที่สองระบุว่า “โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ทรัพยากรชายฝั่งและป่าชายเลน” ภายใต้งบประมาณการท่องเที่ยว ประจำปีงบประมาณ 2558 วงเงิน 8,570,000 บาท ดำเนินการโดยที่ทำการปกครองอำเภอไชยา เช่นกัน

เสียงสะท้อนจากชาวบ้าน: ความหวังที่เลือนหาย นางสุพินษา ปากเพราะ อายุ 59 ปี ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง ให้ข้อมูลว่า เดิมพื้นที่นี้ เป็นที่ตั้งของโรงเรียนบ้านแหลมทราย ซึ่งถูกยุบไปเกือบสิบปีที่แล้ว ก่อนจะมีการก่อสร้างอาคารและพัฒนาพื้นที่เป็นศูนย์เรียนรู้ป่าชายเลน โดยขณะนั้นทราบว่าอยู่ในความดูแลของโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัยสุราษฎร์ธานี ชาวบ้านในพื้นที่ต่างดีใจ และคาดหวังว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่จะสร้างโอกาสในการค้าขายและกิจกรรมในชุมชน

ใน 1-2 ปีแรก หลังจากก่อสร้างแล้วเสร็จ มีการใช้งานสถานที่บ้าง เช่น กลุ่มนักเรียน-นักศึกษา มาทัศนศึกษา หรือจัดกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ แต่หลังจากนั้น ศูนย์เรียนรู้แห่งนี้ก็ถูกทิ้งร้างมาโดยตลอด ไม่มีผู้ดูแล ทำให้กลุ่มอาคารต่างๆ ไม่ได้ถูกใช้งานอย่างน่าเสียดาย แม้จะมีนักท่องเที่ยวบางส่วน ขับรถยนต์ส่วนตัวเข้ามาเยี่ยมชมป่าชายเลนบ้าง แต่ก็ต้องผิดหวังกลับไป

ชาวบ้านในพื้นที่ได้แต่หวังว่าหน่วยงานภาครัฐ จะกลับมาบูรณะฟื้นฟูศูนย์เรียนรู้ป่าชายเลนไชยาแห่งนี้ เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ได้คุ้มค่ากับวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ และงบประมาณจำนวนมหาศาลที่ได้ลงทุนไป



