ห่างหายจากวงการบันเทิงไปนานพอสมควร สำหรับ “ต้อม รัชนีกร” ที่ล่าสุดเตรียมกลับมาคัมแบ๊กวางแผนรับงานละครหลังห่างหายไปถึง 2 ปี ซึ่งด้านต้อมขอเปิดใจผ่านรายการคุยแซ่บ Show ทางช่องOne31 ถึงเรื่องเหตุศัลยกรรมทำพิษ อีกทั้งเล่าย้อนเหตุการณ์สุดปาฏิหาริย์รอดมาได้เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยเธอเผยว่า

“วางแผนเรื่องการกลับมารับละครหลังทิ้งช่วงไปประมาณ 2 ปีกว่า เกือบ 3 ปี ตอนนี้กลับมาแล้ว คิดถึงเหมือนกัน ตอนนี้ก็เป็นไปตามยุคสมัย แต่ละครแนวตั้ง ซีรีส์วาย ยูริ จากที่ก่อนหน้านี้ตัดสินใจไม่รับละครมาปีกว่า ตอนนี้ก็รับเรียบร้อยแล้ว ถามว่าอึดอัดไหม 2 ปีที่ผ่านมาไม่ได้เล่นละคร คืออึดอัดมาก บางทีเห็นคนอื่นเล่นละครก็อยากเล่นเนอะ แต่เรายังไม่มีความรู้ว่าเล่นได้เหรอ คือหน้าตาเราก็ไม่มั่นใจ ไม่มั่นใจว่าตัวเองแอ๊คติ้งออกไปจะเป็นยังไง เอาง่ายๆ ทุกอย่างมันอยู่ในแววตา จะเศร้าจะเสียใจ แต่อันนี้มันสายตาเดียวเลย แล้วก็เอ๊ะจะเล่นละครได้มั้ย คือที่ไม่กล้ารับเพราะนัยน์ตามันแอ๊คติ้งไม่ได้ ดีใจ เสียใจตาเดียวกันหมด เวลาพูดมันก็จะเหมือนว่าเราติดอ่าง เพราะมันสั่งการให้พูด มันจะเกิดการงับคำบางเวลาพี่ทำไม่ได้ มันต้องมีการประดิษฐ์คำ ประมวลไม่ให้ปากห้อย เพราะขากรรไกรข้างล่างยังชาอยู่ ถ้าเทียบกับแต่ก่อนตอนนี้ก็ยังชาอยู่ แต่ก็ดีกว่าช่วงนั้น

วิถีชีวิตในการรับประทานอาหารเปลี่ยนไปเลย อย่างที่เรากินข้าวเหนียวได้ซักประมาณ 4-5 คำก็ไปไม่รอดแล้วเพราะมันปวด เคี้ยวแล้วปวด แม้แต่แคบหมูแล้วเคี้ยวลำบาก ถามว่ากินได้ไหมกินได้แต่มันก็ต้องใช้เวลาในการสั่งการ อะไรที่มันเหนียวนิดนึงมันจะกัดไม่ขาดเพราะยังมีความชาอยู่นิดนึง ซึ่งเราก็เคยไปปรึกษาคุณหมอตลอด เอาแค่ปัญหาอุดฟันเราใช้เวลาสองปีกว่าถึงอุดเสร็จ เพราะว่ามันอ้าปากไม่ได้นาน เพราะเวลาอุดฟันมันต้องใส่ยา ก็ต้องค่อยๆ ทำ เพราะคุณหมอกลัวอันตราย โดยใช้เครื่องช่วยถ่างทำฟัน พอตอนทำก็ต้องหลอกหมอว่าฟันเราสมบูรณ์แล้วซึ่งจริงๆ แล้วมันเจ็บแต่เราไม่อยากทำแล้ว เจ็บไปถึงเบ้าตา เราเลยลองกลับบ้านแล้วลองเคี้ยวๆ ดู ปรากฏว่าอยู่ได้แค่อาทิตย์เดียวก็ไม่ไหวแล้วแต่ก็ไม่ได้กลับไปโรงพยาบาลหาคุณหมอท่านเดิมนะ กลับคลินิกข้างบ้านให้เขาช่วยกรอให้ ก็ไปเจออีกว่ามีฟันผุอยู่หลังซีกท้าย คุณหมอก็อยากทำฟันกรามให้แต่หมอไม่มั่นใจว่าทำได้หรือเปล่า หมอเลยอยากให้ติดต่อหมอเฉพาะทางดีกว่า”

ต้อม ได้เล่าต่ออีกว่า “ถ้าพูดถึงใบหน้าตอนนี้อยากแก้ตรงไหนหรือทำอะไรเพิ่มเติมมั้ย คือแก้มต้องแก้อยู่แล้ว มันตึงแบบนี้ไม่ได้เลย มีอยู่วันหนึ่งเราขยับคิ้วมันจี๊ดไปถึงข้างบนสมอง ทุกวันนี้ก็ยังมีอยู่ คือมีคุณหมอหลายท่านติดต่อมา หมอที่เกาหลีก็ติดต่อมา อยากแก้ให้ ถามว่าใจอยากแก้ไหม อยากแก้มาก เอาว่าส่องกระจกทุกวันก็ยังรับตัวเองไม่ได้อยู่ดี เราคิดว่าเราจะแอ๊คติ้งแต่ก็ไม่ได้อยู่ดี หน้าธรรมดาอาจจะคิดว่าสวยแต่มันยิ้มไม่ได้ ตอนนี้แฟนคลับมาขอถ่ายรูป ก็จะยิ้มแบบไหนที่ไม่ให้ตาเป็นอวกาศ มันพร่าไปหมด เราก็ใช้คำพูดไม่ถูก พอไปหาคุณหมอก็เจอคนที่ใส่ชุดผ่าตัด เราก็รู้สึกใจสั่นตัวสั่นจะแก้ได้ไหม ตอนนี้ก็รู้สึกว่ามีวิธีไหนบ้างที่เราไม่ต้องดมยา สลบ คือมันกลัวตรงนี้ไปแล้ว ส่วนระยะเวลาดมยาสลบ รอบแรกที่ตัดกราม 11 ชม. รอบสองที่ไปดึงหน้าใช้เวลา 21-22 ชั่วโมง

พอไปทำกับอีกโรงพยาบาลก็เลยมีเรื่องฟ้องร้องอย่างที่เป็นข่าว ล่าสุดศาลรับฟ้องแล้ว ทั้งแพ่งและอาญา ก็ประทับรับฟ้องไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แพ่งอย่างที่ทราบกว่าจะดำเนินการนานหน่อย แต่ก็ต้องมาสู้กัน เพราะเราฟ้องทั้งเจ้าของโรงพยาบาลแล้วก็คุณหมอที่ทำ ซึ่งทางทนายฝั่งนั้นส่งจดหมายข้อความหาด้วย เขาบอกว่าเราทำโรงพยาบาลได้รับความเสียหาย ถ้าไม่หยุด ณ ตรงนี้ จะฟ้องกลับ 100 ล้าน อันนี้คือส่งจดหมายมาว่าตั้งแต่กลางปีที่แล้ว หลังจากที่เราฟ้องแพ่งไป เขาก็ส่งจดหมายมา ถามว่าไม่กลัวเหรอตั้ง 100 ล้าน ก็ไม่รู้สิ.. แต่ว่าทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับหลักฐานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแพ่งที่มันยืดเยื้ออยู่แล้ว เรื่องสัญญาต้องเอาหลักฐานมาโชว์ มั่นใจว่าหลักฐานก็ช่วยได้ ถามว่ากลัวไหมเพราะมาออกรายการและการฟ้องร้องเขาจะยิ่งเรียกเยอะขึ้น เราออกมาพูด ณ ตอนนี้ว่าเราทำอะไรอยู่ เขาสัมภาษณ์มา แล้วตอบกลับไป อาญากับแพ่งประทับรับฟ้องแล้วนะ เราก็ทำตามขั้นตอนต่อไป เอาทุกอย่างมาคุยกันบนชั้นศาล”

นักแสดงดังได้เผยต่อว่า “ส่วนเรื่องราวปาฏิหาริย์ที่รอดตายเพราะ พระแม่สุรัสวดี อันนี้นานมากแล้วตั้งแต่อายุ 20 กว่า พี่เป็นมาลาเรียขึ้นสมอง ตอนนั้นก็ไปหาคุณหมอ คุณแม่บอกว่าคุณหมอบอกถ้ามาช้ากว่านี้คือตายแน่นอน ตอนนั้นอยู่ไอซียูหลับไปสามวัน คุณหมอก็บอกว่าถ้าฟื้นขึ้นมาหัวสมองไม่รู้ว่าจะกลับมาเหมือนเดิมหรือเปล่า แล้วคุณแม่ก็บอกว่าถ้าออกจากโรงพยาบาลแล้วต้อมทำอะไรให้แม่สักอย่างหนึ่งได้ไหม เพราะว่าแม่ไปจุดธูปกลางแจ้งเอาไว้ เราก็ทำอะไรก็ได้ที่แม่แฮปปี้ แม่ก็ให้ไปรับขัน เราก็ไม่เข้าใจว่าทำทำไม พอออกจากโรงพยาบาลก็ไปทำให้คุณแม่ ก็ไปรับองค์พระแม่สุรัสวดีมา แต่ยังไม่รู้ว่าองค์พระแม่หน้าตาเป็นยังไงด้วยซ้ำ

แต่พอไปรับมาวันนี้ก็มีนกยูงบินเข้าบ้าน ก็ให้คนไปตามหาว่ามีนกยูงหลุดแถวบ้านไหมก็ไม่มี ก็เลยสรุปว่าต้องเลี้ยงเขาไปโดยปริยาย แล้วก็อยู่กับเรามาเป็น 10 กว่าปี แล้วหลังจากนั้นพอไปถ่ายละครเราก็ไปจอดรถอยู่แถวร้านสังฆภัณฑ์ พอถ่ายเสร็จ เราก็ขอเข้าไปดูหน่อยละกันว่าองค์พระแม่หน้าตาเป็นยังไง วันนั้นก็เช่ามาด้วยราคา 8,000 บาท เราก็ถึงบางอ้อว่านกยูงเป็นพาหนะของพระแม่สุรัสวดี

แล้วอยู่ๆ ลูกสาวก็ไม่สบาย เขาเจ็บคอมาเป็นระยะเวลาที่นานมากแล้วหลายปีมาก ก็ไปตรวจไทรอยด์ทุกอย่างก็ไม่พบว่าเป็นอะไร แต่ประมาณ 12-13 เขาก็บอกว่าไม่ไหวแล้ว เหมือนมีอะไรอยู่ในคอ เราก็เลยบอกให้เขาไปจุดธูปบอกปู่ (พระพิฆเนศ) ถ้าไม่สบายขอให้รู้ขอให้เห็นและรักษาได้ พอตอนเช้ามาก็ปูดขึ้นมาเลย พอไปตรวจก็เป็นเนื้องอก แล้วมันงอกมาตั้งแต่กี่ปีก็ไม่รู้ ก็ไปปรึกษาหมอมาหลายที่ จนมาจบที่รามาแล้วก็ผ่าออกมา เราก็เชื่อว่าปาฏิหาริย์มีจริง

ทุกโพสต์ตอนนี้เวลาโพสต์ จะมีคนเข้ามาตำหนิติติง อยากบอกกับคนพวกนี้ นั่นแหละมันเริ่มมาจากพ.ร.บ.คอมพ์ เรื่องการพูดแต่งเติมบิดเบี้ยวจากความเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพหรืออะไรก็แล้วแต่ก็มีคนเข้ามาคอมเมนต์เยอะมาก ไม่ว่าจะเจตนาดีหรือไม่ดีก็แล้วแต่ ก็ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์ทุกอย่างเพราะมันมีผลทุกคดีเพราะว่ามันสร้างความเกลียดชังและการดูหมิ่น ทุกอย่าง ก็ต้องขอบคุณที่เข้ามาด่าทำให้คดีดีขึ้น สำหรับหลายๆ คอมเมนต์ ก็ฟ้องแล้ว ธูปเทียนแพไม่เอาแล้ว เอาเงินอย่างเดียว ถ้าไม่หยุดก็ไปเจอกันในชั้นศาล”